สมุทรสงคราม

สมุทรสงคราม

✨ อัมพวา-บางคนที : สมุทรสงคราม ✨

เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไป มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งสายมู สายรักธรรมชาติ ชอบแบบสโลว์ไลฟ์ หรือจะชอบแบบครึกครื้น ก็มีให้เลือกได้ไม่อั้น แถมอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางไม่นาน ไปเที่ยววันเดียวก็ไปได้ บัดดี้มีเส้นทางท่องเที่ยวในอำเภอบางคนที และอำเภออัมพวา มาแนะนำเพื่อน ๆ ด้วย ไปชมกันเลย จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางมายังจังหวัดสมุทรสงคราม ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง  หรือถ้าหากใครมาโดยรถโดยสารสาธารณะ สามารถใช้บริการรถตู้และรถมินิบัส ขึ้นได้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารสายใต้ มาลงที่ตลาดน้ำอัมพวา หรือใครจะไปขึ้นรถไฟ  ก็สามารถขึ้นได้ที่สถานีวงเวียนใหญ่มาลงที่สถานีมหาชัย จากนั้นนั่งเรือข้ามฟากไปต่อรถไฟที่สถานีบ้านแหลม ลงปลายทางที่สถานีแม่กลอง สอบถามตารางเดินรถ โทร. 1690 หรือเว็บไซต์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย www.railway.co.th การเดินทางท่องเที่ยวในภายในพื้นที่ สามารถเดินทางได้โดยรถตุ๊กตุ๊ก หรือสอบถามการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม สักการะวัดดังอำเภอบางคนที ขอพรเสริมสิริมงคล  เรียนรู้การทำเครื่องเบญจรงค์ หัตถศิลป์อันงดงามจังหวัดสมุทรสงคราม  ชิมอาหารจาก “ใบชะคราม” ผักท้องถิ่นริมนาเกลือในจังหวัดสมุทรสงคราม  พาเพื่อน ๆ มาทำกิจกรรมแบบชิล ๆ ในบรรยากาศยามเช้าที่ “ชุมชนบ้านบางพลับ” เป็นศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบและแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรมที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกวัน มีกิจกรรมให้เราได้เรียนรู้และร่วมทำกิจกรรมกันอย่างสนุกสนาน  ภายในชุมชน มีเนื้อที่กว่า 15 ไร่ มีทั้งสวนมะพร้าวและสวนส้มโอ เป็นผลไม้ขึ้นชื่อในจังหวัดสมุทรสงคราม อีกทั้งฐานกิจกรรมต่าง ๆ ที่เราสามารถเข้าไปเยี่ยมชมและทดลองทำร่วมกับชาวบ้านได้ ได้แก่  การเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าว โดยเก็บน้ำหวานจากช่อดอกมะพร้าว นำมาเคี่ยว แปรรูปเป็นน้ำตาลปึก ชมสวนส้มโอ สวนเกษตรอินทรีย์ การแช่อิ่มผักผลไม้ โดยเฉพาะผักรสขมที่นำมาแช่อิ่มจนมีรสหวาน รับประทานง่าย การทำถ่านจากผลไม้ หากกลายเป็นขยะไปก็คงใช้เวลาย่อยสลายนาน เอามาทำเป็นถ่านให้ใช้งานต่อไปได้ หากเพื่อน ๆ อยากมาทำกิจกรรม แนะนำให้ติดต่อแจ้งทางชุมชนไว้ล่วงหน้า  บรรยากาศภายในชุมชนบ้านบางพลับ มีต้นไม้ร่มรื่นตลอดสองข้างทาง เพื่อน ๆ สามารถเช่าจักรยานปั่นเที่ยวในชุมชนได้  ค่าเช่าจักรยาน 30 บาท/คน  ตำบลบางพรม อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เปิดทุกวันเวลา 09.00-17.00 น. 08 1274 4433https://goo.gl/maps/gozEEVX4ufF2 ออกเดินทางมายังอีกฝั่งของแม่น้ำแม่กลอง พาเพื่อน ๆ ไปไหว้พระพุทธรูปที่ “วัดบางกุ้ง” ✨ กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ได้ชื่อว่าเป็นโบสถ์พลิกชีวิต จากร้ายกลายเป็นดี มีผู้คนเดินทางไปกราบไหว้เป็นจำนวนมาก ในอดีต คือ “ค่ายบางกุ้ง” ที่สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์โปรดเกล้าฯ ให้ยกกองทัพเรือมาตั้งค่าย โดยมีวัดแห่งนี้อยู่ตรงกลาง เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของเหล่าทหาร จุดเด่นของวัดบางกุ้งคือโบสถ์เก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีต้นไม้ปกคลุมบนโบสถ์ถึง 4 ชนิด นั่นคือ ต้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นไกร และต้นกร่าง มีความเก่าแก่ อายุหลายร้อยปี 🌳 ภายในโบสถ์ ประดิษฐาน “หลวงพ่อนิลมณี” พระพุทธรูปปางมารวิชัย มีพุทธลักษณะแบบศิลปะอยุธยาตอนปลาย ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก นิยมมากราบไหว้ขอพรและโชคลาภ หากใครเดินทางมาที่วัดบางกุ้งในช่วงนี้ อาจจะต้องวางแผนเผื่อเวลากันสักนิด เพราะมีผู้คนหลั่งไหลกันไปกราบไหว้กันตลอดทั้งวันทั้งคืน  หมู่ 4 ตำบลบางกุ้ง อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เปิดทุกวันเวลา 08.00-18.00 น.https://goo.gl/maps/Rzp2yhQuEEbQS3eQ7 พักเที่ยวมากินของอร่อยที่ “ร้านข้าวใหม่ปลามัน”  ใช้เวลาเดินทางมาจากวัดบางกุ้งราว ๆ 30 นาที  เดินเข้ามาก็ต้องรู้สึกว้าวกับบรรยากาศภายในร้านมาก ๆ เพราะตัวร้านใช้วัสดุในการก่อสร้างด้วยไม้ไผ่แบบพื้นบ้าน  แต่ตกแต่งร้านสไตล์โมเดิร์นจนสวยงาม ดีไซน์จากอัตลักษณ์ความเป็นแม่กลองได้อย่างลงตัว  ที่นี่เสิร์ฟอาหารพื้นบ้านแบบไทย ๆ แถมยังตั้งอยู่ในแหล่งวัตถุดิบชั้นดี เพราะว่าสมุทรสงครามนั้น ขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเล ผักพื้นบ้านหายาก ผลไม้น้ำดี บอกเลยว่ามื้อนี้ได้กินอาหารแบบสดใหม่กันอย่างจุใจแน่นอน  ร้านข้าวใหม่ปลามัน  ตำบลแพรกหนามแดง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เปิดทุกวันเวลา 10.00-21.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์ที่ 2 ของเดือน) 06 3824 9996https://maps.app.goo.gl/GELqtkkSLGYyQNrC7 อิ่มอร่อยกันแล้ว พาไปชมต่อที่ “ปิ่นสุวรรณเบญจรงค์”  ที่นี่เป็นแหล่งผลิตเครื่องเบญจรงค์แบบโบราณในจังหวัดสมุทรสงคราม มีลวดลายอ่อนช้อย สีสันสดใส สวยงามมาก ที่สำคัญ ยังมีขั้นตอนการผลิตที่ต้องใช้ความพิถีพิถันอย่างมาก จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเครื่องเบญจรงค์เหล่านี้จึงมีคุณค่ามาก  ปิ่นสุวรรณเบญจรงค์ ก่อตั้งโดยคุณครูวิรัตน์ ปิ่นสุวรรณ ซึ่งมีความสนใจในศิลปะโบราณวัตถุ และมีความชำนาญจากการซ่อมเครื่องปั้นดินเผาโบราณ จึงได้ริเริ่มศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพัฒนาการทำเครื่องปั้นดินเผา การเคลือบ และการเขียนลายลงสีตามแบบวิธีดั้งเดิม จนกลายเป็นเครื่องเบญจรงค์ที่งดงาม เป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญระดับประเทศ ไม่เพียงแค่นั้นคุณครูวิรัตน์ ยังถ่ายทอดแก่ผู้คนในชุมชนให้มีฝีมือเพื่อสร้างอาชีพอีกด้วย  ปิ่นสุวรรณเบญจรงค์ มีกิจกรรม Workshop สาธิตการเขียนลายแก้วเซรามิก วันจันทร์-เสาร์ หากเพื่อน ๆ สนใจ บัดดี้แนะนำให้ติดต่อล่วงหน้าด้วยนะคะ  นอกจากเครื่องถ้วยชามแล้ว ที่ปิ่นสุวรรณเบญจรงค์ ยังมีการนำมาทำเป็นเครื่องประดับและสิ่งของอื่น ๆ ได้อีกด้วย  32/1 หมู่ที่ 7 ตำบลบางช้าง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เปิดทุกวันเวลา 08.00-17.00 น. Workshop สาธิตการเขียนลายแก้วเซรามิก เปิดวันจันทร์-เสาร์ (แนะนำให้ติดต่อล่วงหน้า) 0 3475 1322, 08 9136 6059https://goo.gl/maps/6GxWwgJM5gEUREsy6 ก่อนเดินทางกลับ หากเพื่อน ๆ เริ่มหิว หรืออยากแวะซื้อของอร่อยไปฝากคนที่บ้าน แนะนำให้มาที่ ”ตลาดน้ำอัมพวา”  ตลาดน้ำยามเย็นที่มีคลองอัมพวาตัดผ่ากลาง มีบ้านเรือนและร้านค้าขนาบข้างทั้งสองฝั่ง พ่อค้าแม่ค้าพายเรือขายของกันในคลองอย่างคึกคัก ในอดีต อัมพวาถือว่าเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางน้ำที่สำคัญของจังหวัดสมุทรสงคราม มีตลาดน้ำขนาดใหญ่และชุมชนริมน้ำที่เป็นศูนย์กลางด้านพาณิชยกรรม แม้ที่นี่จะเคยได้รับผลกระทบจากการพัฒนาการคมนาคมทางบก จนทำให้ตลาดน้ำอัมพวาเริ่มถูกลดความสำคัญลง แต่ก็ได้หน่วยงานรัฐบาลและความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ ช่วยกันฟื้นฟูตลาดน้ำอัมพวาขึ้นมาอีกครั้ง ในปี พ.ศ. 2547 เพื่อเป็นการอนุรักษ์ความเป็นอยู่ของชุมชนริมน้ำ และกลับมาเป็นตลาดน้ำที่มีชีวิตเรื่อยมาถึงปัจจุบัน  ที่ตลาดน้ำอัมพวา มีร้านอาหารและของกินเล่นมากมาย ทั้งคาวและหวาน มีวางขายในร้านบนฝั่ง และพายเรือขายตามแบบวิถีดั้งเดิม นอกจากนี้ก็ยังมีวัตถุดิบพื้นบ้าน ผักและผลไม้ที่ชาวบ้านในละแวกนี้นำผลผลิตจากสวนมาขาย  ใครมองหาของที่ระลึกและข้าวของเครื่องใช้ ก็มีให้เลือกซื้อตลอดแนว  ตลาดน้ำอัมพวา  ตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เปิดวันศุกร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-21.00 น. 08 3433 5613https://goo.gl/maps/R5Sw6sFRZ7KNsD5JA

✨ อัมพวา-บางคนที : สมุทรสงคราม ✨ อ่านเพิ่มเติม

5 พิกัดสถานที่ไหว้ท้าวเวสสุวรรณ

ท้าวเวสสุวรรณ เป็นหนึ่งในท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ ทำหน้าที่รักษาทิศทั้ง 4 ทิศในสวรรค์ชั้นแรก ชื่อว่าชั้นจาตุมหาราชิกา โดยท้าวเวสสุวรรณเป็นผู้ดูแลทิศเหนือ อีกสามองค์ คือ ท้าวธตรฎฐ์ เป็นผู้ดูแลทิศตะวันออก ท้าววิรุฬหก เป็นผู้ดูแลทิศใต้ และท้าววิรูปักษ์ เป็นผู้ดูแลทิศตะวันตก เชื่อกันว่าท้าวเวสสุวรรณเป็นเทพแห่งความมั่งคั่ง ร่ำรวย ผู้ที่บูชาท้าวเวสสุวรรณและประพฤติตัวอยู่ในศีลธรรมจะประสบความสำเร็จ ร่ำรวย มีโชคลาภ ยังเชื่อกันด้วยว่าท้าวเวสสุวรรณจะช่วยปกป้องผู้บูชาจากภูตผีและสิ่งชั่วร้าย เพื่อน ๆ พอจะรู้จักท้าวเวสสุวรรณกันบ้างแล้ว วันนี้แอดมี 5 พิกัดที่สามารถไปสักการะบูชาท้าวเวสสุวรรณมาฝากค่ะ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ท้าวเวสสุวรรณประดิษฐานอยู่บริเวณหลังพระอุโบสถ ที่วัดสุทัศน์จะมีคาถาอัญเชิญท้าวเวสสุวรรณ โดยบทสวดนี้อัญเชิญมาจากคัมภีร์พระไตรปิฎก และมีคาถาบูชาท้าวเวสสุวรรณภาษาบาลีที่ไม่เหมือนบทสวดในวัดอื่นๆอีกด้วย  เปิดทุกวัน 08.00-21.00 น. อุโบสถ 09:00-16:00 น.  : 146 ถนนบำรุงเมือง แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร : 02 222 6932, 02 222 9635, 063 654 6829 https://goo.gl/maps/n7jb6RCCGtXgCJCD9 วัดจุฬามณี จังหวัดสมุทรสงคราม ท้าวเวสสุวรรณที่นี่มีถึง 4 ปาง ได้แก่ ปางพรหมาสูติเทพ พระพักตร์แบบพรหม, ปางเทพบุตร พระพักตร์แบบเทวดามีลายพระโอษฐ์, ปางจาตุมหาราช พระพักตร์แบบยักษ์ และ ปางมนุษย์ พระพักตร์แบบเทวดาไม่มีลายพระโอษฐ์ : เปิดทุกวัน 06:00-24:00 น.  : 93 หมู่ 9 ตำบลบางช้าง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม  : 081 845 0713 https://goo.gl/maps/m1zzJ7QeCiqmvMVz6 วัดสุทธาราม กรุงเทพมหานคร ที่วัดสุทธารามมีท้าวเวสสุวรรณ 2 องค์ องค์เล็กสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 เมื่อมีคนเข้ามาทำบุญมากขึ้นจึงได้นำเงินมาสร้างเป็นองค์ใหญ่ ประดิษฐานอยู่ในบริเวณเดียวกัน เจ้าอาวาสวัดสุทธารามแนะนำว่า ในการแก้บนให้นำข้าวสาร อาหารแห้งมาถวายทางวัดจะนำไปแจกให้กับคนในชุมชนต่อไป ถือว่าแก้บนได้ในสิ่งที่เราต้องการแล้วก็ยังมอบสิ่งนั้นกลับให้คนที่ขาดแคลนอีกด้วย : เปิดทุกวัน 09:00-21:00 น.  : ซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 19 แขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร https://www.facebook.com/suttharam9/ https://goo.gl/maps/dMaM9SPWWFY9utWw5 วัดจุกเฌอ จังหวัดฉะเชิงเทรา ในวัดจุกเฌอมีท้าวเวสสุวรรณ 2 องค์ เรียกกันว่าท้าวรุ่งเรืองมีกายสีม่วง และท้าวร่ำรวยมีกายสีแดง : เปิดทุกวัน  : ตำบลคลองจุกเฌอ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา  : 038 514 009 https://goo.gl/maps/UTrM25gxLBQZZGXx9 วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก ท้าวเวสสุวรรณที่วัดนี้เป็นท้าวเวสสุวรรณปางประทับนั่ง ประดิษฐานอยู่ในวิหารพระพุทธชินราช สถิตถวายการอภิบาลอยู่ที่ฐานชุกชีรัตนบัลลังก์ข้างพระชานุด้านซ้ายขององค์พระพุทธชินราช : เปิดทุกวัน 06:00-18:00 น.  : 92/3 ถนนพุทธบูชา ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก  : 055 258 966 https://goo.gl/maps/dBvNUVtEbUrFVGW3A

5 พิกัดสถานที่ไหว้ท้าวเวสสุวรรณ อ่านเพิ่มเติม

บางคนที…สมุทรสงคราม

วันนี้แอดมีเส้นทางท่องเที่ยวอำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงครามมาแนะนำ ใครมีแพลนเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ แอดแนะนำเลยว่าลองไปใช้เวลา 1 วัน สัมผัสบรรยากาศชิลล์ ๆ ที่อำเภอนี้ดู แล้วจะรู้ว่าบางคนทีก็มีดีไม่แพ้ที่อื่นเหมือนกัน วันที่ 1 ชมโบสถ์ปรกโพธิ์ ณ วัดบางกุ้ง เที่ยวชุมชนบ้านบางพลับ ทำกิจกรรมวิถีชาวบ้าน วันที่ 2 เก็บมะม่วงหาวมะนาวโห่ ที่สวนมะนาวโห่ลุงศิริ ชมของเก่าโบราณที่ พิพิธภัณฑ์ตั้งเซียมฮะ (บ้านไหพันใบ) แวะเก็บรูปสวย ๆ ที่อาสนวิหารพระแม่บังเกิด การเดินทาง รถไฟ : จากสถานีวงเวียนใหญ่มาลงที่สถานีมหาชัย จากนั้นนั่งเรือข้ามฟากไปต่อรถไฟที่สถานีบ้านแหลม ลงปลายทางที่สถานีแม่กลอง สอบถามตารางเดินรถ โทร. 1690 หรือเว็บไซต์ของการรถไฟ www.railway.co.th รถตู้ : รถตู้สายปิ่นเกล้า-แม่กลอง / รถตู้สายหมอชิต-แม่กลอง วัดบางกุ้ง สำหรับไฮไลท์ที่นี่คือ โบสถ์เก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นโบสถ์ที่มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมบนหลังคาโบสถ์ถึง 4 ชนิดด้วยกัน นั่นคือ ต้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นไกร และต้นกร่าง หรือที่รู้จักชื่อว่า “โบสถ์ปรกโพธิ์” นั่นเอง  ภายในโบสถ์ปรกโพธิ์ประดิษฐาน “หลวงพ่อนิลมณี” เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ที่ชาวบ้านให้ความเคารพและความศรัทธา วัดบางกุ้ง  บ้านค่าย หมู่ 4 ตำบลบางกุ้ง อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เปิดทุกวันเวลา 08.00-18.00 น. https://goo.gl/maps/Rzp2yhQuEEbQS3eQ7 ชุมชนบ้านบางพลับ อิ่มอกอิ่มใจจากการทำบุญแล้ว ถัดมาแอดจะพาทุกคนไปเที่ยวชุมชนบ้านบางพลับ ชุมชนเล็ก ๆ ที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และผู้คนที่น่ารัก ชาวบ้านในชุมชนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรทำเกษตรอินทรีย์ ที่นี่มีกิจกรรมให้ทำหลายอย่าง ซึ่งแต่ละกิจกรรมก็ทำให้เราได้เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นไปด้วย  ตำบลบางพรม อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม  เปิดทุกวันเวลา 09.00-17.00 น.  โทร. 08 1274 4433 https://goo.gl/maps/gozEEVX4ufF2 กิจกรรมแรกที่ต้องห้ามพลาดคือการทำน้ำตาลมะพร้าวหรือน้ำตาลปึก เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นในการทำน้ำตาลเก็บไว้เพื่อประกอบอาหารหรือทำขนม แต่ก่อนที่จะออกมาเป็นน้ำตาลมะพร้าวได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายค่ะ  เริ่มจากเข้าสวนมะพร้าวเพื่อไปเก็บน้ำหวานจากดอกมะพร้าว เมื่อได้น้ำหวานแล้วก็นำมาเคี่ยว ซึ่งขั้นตอนนี้จะต้องใช้เวลาสักพักเลยล่ะ เพราะต้องค่อย ๆ เคี่ยวน้ำตาลจากสีน้ำตาลเข้มจนเป็นสีน้ำตาลอ่อนและเหนียว เมื่อน้ำตาลเป็นสีอ่อนก็ตักใส่พิมพ์และรอให้จับตัวเป็นก้อน เท่านี้เราก็จะได้น้ำตาลปึกไปใช้ได้แล้ว ถ้าสนใจต้องการชมกิจกรรมทำน้ำตาล แนะนำให้ติดต่อสอบถามล่วงหน้า เพราะไม่ได้มีการสาธิตทุกวัน อีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจของชุมชน โดยกลุ่มสตรีเกษตรพัฒนา คือการนำผักและผลไม้ชนิดต่าง ๆ มาแช่อิ่ม เช่น มะกรูด ตะลิงปลิง เปลือกส้มโอ ซึ่งเรียกกันว่า “ผลไม้กลับชาติ” ไฮไลต์ที่ขึ้นชื่อของที่นี่ คือ การแช่อิ่มผักรสขมอย่างบอระเพ็ด มะระ ซึ่งเมื่อผ่านการแช่อิ่มแล้วแทบไม่เหลือรสขมเลยล่ะ กลับมีรสชาติหวานและอร่อยมาก ลองไปชิมกันค่ะ ที่นี่มีสวนส้มโอปลอดสารพิษด้วยนะ ลูกใหญ่มาก ๆ เพราะในชุมชนจะทำเกษตรแบบธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมี จนได้คัดเลือกให้เป็นชุมชนต้นแบบพึ่งตนเองดีเด่น ชุมชนเข้มแข็งเขียวขจีดีเด่น และรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยถึง 5 สมัยเลยทีเดียว วันที่ 2 สวนมะนาวโห่ลุงศิริ เราจะไปลุยสวนกันค่ะ!! สวนมะนาวโห่ลุงศิริ แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่มีพื้นที่กว่า 40 ไร่ จากเดิมที่ปลูกมะม่วงหาวมะนาวโห่เป็นสมุนไพรรักษาสุขภาพ ก่อนจะพัฒนามาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวไม่น้อยเลย ที่นี่มีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวเพลิดเพลินหลายอย่าง เริ่มตั้งแต่เดินเที่ยวชมสวนมะม่วงหาวมะนาวโห่ เก็บภาพสวย ๆ มุมต่าง ๆ พร้อมทั้งศึกษาความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับมะม่วงหาวมะนาวโห่จากป้ายความรู้ต่าง ๆ ในสวน ทราบไหมว่า มะม่วงหาวมะนาวโห่ พืชสมุนไพรที่มีผลสีแดงชมพูไปจนสีม่วงเข้มนี้มีประโยชน์มากมายเลย มีสรรพคุณทางยาในการบำรุงร่างกายเพียบ แถมใช้ได้ตั้งแต่ส่วนราก ผล ไปจนถึงใบเลยทีเดียว ตามธรรมชาติ ผลมะนาวโห่นั้นมีรสเปรี้ยวฝาด แต่ทางสวนได้นำมาแปรรูปได้อย่างหลากหลายและน่ารับประทานมาก เพื่อน ๆ เลือกชิม ชม และช้อปติดไม้ติดมือกลับบ้านกันได้เลย : ) นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม workshop ให้นักท่องเที่ยวได้สนุก โดยมีมะนาวโห่เป็นวัตถุดิบหลัก ผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ / มะนาวโห่ คนละ 100 บาท ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ทำแยมมะนาวโห่ คนละ 150 บาท ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที Sirisompong Farm&Café สนุกกับกิจกรรมแล้ว แวะมาดับร้อนกันหน่อยที่คาเฟ่ในสวน Sirisompong Farm&Café เราจะได้ชิมเมนูขนมหวานและเครื่องดื่มสุขภาพจากมะม่วงหาวมะนาวโห่ แต่ละเมนูน่าทานมาก ๆ Sirisompong Farm&Café  29/8 หมู่ 2 ตำบลบางนกแขวก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม  เปิดทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น. (ปิดวันพฤหัสบดี) https://g.page/sirisompong-farm-cafe?share พิพิธภัณฑ์ตั้งเซียมฮะ (บ้านไหพันใบ) ผู้ที่สนใจวัตถุโบราณควรแวะที่นี่เลยค่ะ พิพิธภัณฑ์ตั้งเซียมฮะ หรือบ้านไหพันใบ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีเครื่องปั้นดินเผาจำนวนมาก มีรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงรัตนโกสินทร์ที่งมได้จากแม่น้ำแม่กลอง นอกจากนี้ยังมีคันฉ่องไม้สัก ถาดนิเกิล เรือบดไม้สัก เตาเชิงกราน และโบราณวัตถุที่หายากอีกหลายชนิด เปิดให้เข้าชมฟรี  120 หมู่ที่ 8 ตำบลกระดังงา อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เปิดวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-15.00 น. https://goo.gl/maps/NiiDnHnuHav อาสนวิหารพระแม่บังเกิด ปิดท้ายทริปที่อาสนวิหารพระแม่บังเกิด เป็นอาสนวิหารสร้างด้วยอิฐเผาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง เป็นโบสถ์คริสต์ที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง โบสถ์หลังนี้มีสถาปัตยกรรมเป็นแบบโกธิคของฝรั่งเศส ภายในประดับด้วยกระจกสีสีสันสดใส และมีรูปแกะสลักบรรยายเกร็ดประวัติตามคัมภีร์ไบเบิลอีกด้วย  ตำบลบางนกแขวก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงครามhttps://goo.gl/maps/3V3nKcPkeFR2

บางคนที…สมุทรสงคราม อ่านเพิ่มเติม

ภูมิปัญญาไทยในการทำ “น้ำตาลปึก”

เมื่อร่างกายต้องการความหวาน จะมี “น้ำตาล” ชนิดไหนบ้างมาช่วยเติมความอร่อยลงในอาหารแต่ละมื้อของเรา ในบ้านเรามีกระบวนการนำน้ำหวานจากธรรมชาติมาทำเป็นวัตถุดิบเพื่อใช้ปรุงอาหารในรูปแบบต่าง ๆ หนึ่งในนั้นก็คือ “น้ำตาลปึก” เป็นการนำน้ำหวานจากธรรมชาติมาเคี่ยวให้เหนียวและข้นจนเป็นสีเหลือง-น้ำตาลอ่อน ๆ จับให้เป็นก้อน แล้วพักไว้ให้เย็น เป็นภูมิปัญญาเรื่องอาหารที่ส่งทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ปัจจุบันก็ยังมีการใช้น้ำตาลปึกในการปรุงอาหาร นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมการทำน้ำตาลปึกให้มีคุณภาพเพื่อจำหน่าย และช่วยให้เกิดอาชีพในชุมชน น้ำตาลจากภูมิปัญญาในแต่ละท้องถิ่นจะผลิตจากวัตถุดิบใดบ้าง ไปดูกัน อ้อย พืชเศรษฐกิจหลักที่สร้างรายได้ให้ชุมชน สามารถนำไปผลิตเป็นน้ำตาลได้หลายรูปแบบ รวมถึงน้ำตาลปึก โดยคั้นเอาน้ำจากลำตัน นำไปเคี่ยวจนเหนียวหนึบ แล้วนำมาหยอดเป็นก้อนกลม ปัจจุบันมีเหลือเพียงไม่กี่ที่ที่ยังผลิตน้ำตาลอ้อยแบบโบราณกันอยู่ หาซื้อได้ที่ นครสวรรค์ และกาญจนบุรี เป็นต้น วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรสรรพสิ่งบ้านนากลาง ตำบลนากลาง อำเภอโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์ 086 351 2633 วิสาหกิจชุมชนน้ำตาลทรายแดง บ้านวังหิน หมู่ที่ 1 ตำบลเลาขวัญ อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี 081 008 3965 มะพร้าว พืชตระกูลเดียวกับปาล์ม สามารถเก็บน้ำตาลได้จากช่อดอกมะพร้าว โดยการตัดปลายช่อออก แล้วนำกระบอกมารองน้ำตาลที่จะไหลออกมา ทิ้งไว้ข้ามคืน ก็จะได้น้ำตาลจากมะพร้าวเต็มกระบอก เพื่อน ๆ สามารถหาชมการทำน้ำตาลปึกจากมะพร้าวได้ในบริเวณจังหวัดราชบุรี สมุทรสงคราม เป็นต้น กลุ่มน้ำตาลมะพร้าวตาหลวง หมู่ 6 ตำบลตาหลวง อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี 081 014 8345, 083 026 3005, 090 437 8831, 085 393 9499 บ้านเตาไทยเดิม หมู่ 4 ตำบลบางกระบือ อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม 087 321 1288, 089 770 7541 ตาลโตนด การเก็บน้ำหวานจากตาลโตนด มีวิธีการคล้ายกับการเก็บน้ำตาลมะพร้าว แต่จะนิยมเก็บน้ำตาลจากต้นตัวผู้ เนื่องจากทำง่ายกว่า ใช้ “ไม้คาบ” อุปกรณ์สำหรับการนวดจั่นตาล (งวงดอกตาล) นวดวันละ 1 ครั้งไป 3-4 วัน จากนั้นตัดปลายจั่นแล้วเอากระบอกรองเก็บน้ำตาล ก็จะได้น้ำตาลจากตาลโตนด สามารถกินเป็นน้ำตาลสด หรือเอาไปทำน้ำตาลปึกได้ ตาลโตนดที่ขึ้นชื่ออยู่ที่เพชรบุรี นอกจากนี้ก็ยังมีที่อื่น ๆ ได้แก่ นครสวรรค์ สุโขทัย พิษณุโลก เป็นต้น สวนตาลลุงถนอม ตำบลถ้ำรงค์ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี 087 800 7716 วิสาหกิจชุมชนบ้านปากคลองเกยไชย ตำบลเกยไชย อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ 084 657 7227, 098 549 9974 ต้นจาก อีกหนึ่งภูมิปัญญาที่เกือบสูญหาย คือการทำน้ำตาลจากต้นจาก พืชตระกูลปาล์มอีกหนึ่งชนิดที่สามารถนำไปทำน้ำตาลปึกได้ การเก็บน้ำตาล ทำโดยการตัดเอาจาก “งวงจาก” คือส่วนก้านของผลจากที่มี 30 ผลขึ้นไป ลอกกาบออก ตัดปลายงวงที่มีทะลายจากออก ทำซ้ำเป็นเวลา 3 วัน แล้ววันที่ 4 จึงสามารถเก็บเกี่ยวน้ำหวานได้ นำกระบอกที่เจาะรูด้านข้างไว้เพื่อเสียบงวงจากได้ ทิ้งไว้ 1 คืนก็จะได้น้ำตาล ส่วนมากทำกันในแถบภาคใต้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีการปลูกต้นจากจำนวนมาก ได้แก่ นครศรีธรรมราช ตรัง เป็นต้น วิสาหกิจแปรรูปน้ำตาลจาก “ขนาบนาก” หมู่ 5 ตำบลขนาบนาก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช 095 682 4343 วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่จากอำเภอกันตัง หมู่ที่ 4 ตำบลบางหมาก อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง 083 088 4978

ภูมิปัญญาไทยในการทำ “น้ำตาลปึก” อ่านเพิ่มเติม

💕 ชวนคนรักเที่ยวใกล้กรุงที่…“ตลาดน้ำอัมพวา” 💕

ในช่วงเดือนแห่งความรักนี้ ถ้าเพื่อน ๆ กำลังมองหาสถานที่ออกเดทที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ แอดมีตัวเลือกที่น่าสนใจมาแนะนำค่ะ นั่นก็คือ “ตลาดน้ำอัมพวา” จังหวัดสมุทรสงคราม ทริปนี้นอกจากจะชวนไปหาของอร่อย ๆ แล้ว ถ้าไม่รีบร้อน มีเวลาชิลๆ จะพักค้างสักคืน ก็เป็นไอเดียที่ดี เพราะจะได้มีโอกาสตื่นขึ้นมาทำกิจกรรมยามเช้า และสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นของชุมชนคลองอัมพวา การเดินทาง 🚗 จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 ถนนพระราม 2 ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที ระยะทางประมาณ 90 กิโลเมตร 🚌 มีรถโดยสารประจำทางออกจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ ถนนบรมราชชนนี สายกรุงเทพฯ-ดำเนินสะดวก ผ่านจังหวัดสมุทรสงคราม ถึงตลาดน้ำอัมพวา สอบถามรายละเอียดเที่ยวรถได้ที่ บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร.1490 ตลาดน้ำอัมพวา เป็นตลาดน้ำที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ไม่เพียงแต่ตลาดน้ำ บนบกริมสองฝั่งคลองอัมพวาก็มีร้านค้ามากมาย ไม่ว่าจะเป็นของกิน ของใช้ เสื้อผ้า ไปจนถึงสินค้าที่ระลึกต่างๆ นอกจากพืชผลทางการเกษตรจำพวกผักผลไม้แล้ว สิ่งที่ทำให้ตลาดน้ำอัมพวามีชีวิตชีวาก็คืออาหารอร่อยๆ ที่พ่อค้าแม่ค้านำใส่เรือมาปรุงขายกันสดๆ เช่น ก๋วยเตี๋ยวเรือ อาหารทะเล ปลาหมึกสดย่างกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด หอยทอด ผัดไทย กาแฟ โอเลี้ยง และขนมหวานต่างๆ เป็นต้น เมื่อพูดถึงคลองอัมพวา ภาพที่คุ้นเคยที่สุดน่าจะเป็นภาพบรรยากาศคึกคักของตลาดน้ำ แต่แอดจะบอกว่าคลองอัมพวาก็มีมุมสงบด้วยเหมือนกัน ถ้ามีโอกาสมาพักค้างสักคืน ก็จะได้สัมผัสบรรยากาศยามเช้า และวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นที่เรียบง่าย ที่นี่มีที่พักหลากสไตล์ให้เลือก ทั้งรีสอร์ท โรงแรม ห้องพักริมน้ำ และโฮมสเตย์ เช้าตรู่ได้ตื่นมาตักบาตรริมน้ำแบบนี้ ให้ความรู้สึกอิ่มใจไปได้ทั้งวันเลย ซึ่งที่พักริมน้ำหลายแห่งก็จะเตรียมอาหารคาวหวาน ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ใส่บาตรยามเช้ากันด้วย 📍 ตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ⏰ เปิดทุกวันศุกร์ -เสาร์ – อาทิตย์ และ วันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00 – 21.00 น. 📞 08 3433 5613 🌐 https://g.page/amphawa?share

💕 ชวนคนรักเที่ยวใกล้กรุงที่…“ตลาดน้ำอัมพวา” 💕 อ่านเพิ่มเติม

✨ แวะคาเฟ่ ✖️เสพงานศิลป์ถิ่นแม่กลอง ✨

สุดสัปดาห์นี้ หากใครยังไม่มีแพลนทริปไปเที่ยวไหน หรือไม่อยากขับรถไปเที่ยวไกล ๆ TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง มีโปรแกรมแบบ Half day trip จ.สมุทรสงคราม มาฝากกันค่ะ แหล่งท่องเที่ยวทริปนี้แบ่งเป็นสองแหล่งสองสไตล์ ที่อยากให้ทุกคนได้ลองออกเดินทางเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่น่าสนใจของจังหวัดสมุทรสงคราม จุดหมายแรกจะพาไปเยี่ยมชมความสวยงามของศิลปะในการผลิตเครื่องเบญจรงค์ที่ “ปิ่นสุวรรณ เบญรงค์” ซึ่งเป็นทั้งพิพิธภัณฑ์ โรงงานผลิต และสถานที่จำหน่ายเครื่องเบญจรงค์ จากนั้นไปนั่งชิวกันต่อที่ Salt Lake De Maeklong คาเฟ่และแหล่งเรียนรู้การทำนาเกลือแห่งแรกในประเทศไทย พร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศ อาหารและเครื่องดื่ม ที่พิเศษไม่เหมือนใครอย่างแน่นอน  ปิ่นสุวรรณ เบญจรงค์  ตั้งอยู่ 32/1 หมู่ที่ 7 ต.บางช้าง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม https://goo.gl/maps/6GxWwgJM5gEUREsy6 🚗 การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระรามสอง) และขึ้นสะพานต่างระดับวนเข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 325 (สมุทรสงคราม-บางแพ) จนถึงช่วงกิโลเมตรที่ 36-37 พอข้ามสะพานข้ามคลองอัมพวา จะพบแยกให้เลี้ยวซ้าย (ฝั่งตรงข้ามคือวัดจุฬามณี) ตรงเข้าไป 300 เมตร ปิ่นสุวรรณเบญจรงค์ตั้งอยู่ทางขวามือ ปิ่นสุวรรณ เบญจรงค์ เป็นพิพิธภัณฑ์และโรงงานผลิตเครื่องเบญจรงค์แบบโบราณแห่งแรกของจังหวัดสมุทรสงคราม ที่อยู่คู่กับอัมพวามานานหลายสิบปี ด้วยเอกลักษณ์โดดเด่นของเครื่องถ้วยเบญจรงค์ ซึ่งได้เลียนแบบศิลปะในสมัยรัชกาลที่ 2 ที่มีลวดลายละเอียดอ่อนช้อย สีสัน งดงาม ที่นี่ก่อตั้งมานานกว่า 50 ปี โดย คุณวิรัตน์ ปิ่นสุวรรณ ผู้ที่มีความสนใจพิเศษในสีสันอันสวยงามของเครื่องเบญจรงค์ ท่านยังได้ถ่ายทอดความรู้และภูมิปัญญาในการผลิตเครื่องเบญจรงค์ ให้กับคนในชุมชนอัมพวา เป็นการส่งเสริมอาชีพ ให้มีรายได้ มีความรู้ความสามารถ และสืบทอดมีความรู้เรื่องเครื่องเบญจรงค์ต่อไป ขั้นตอนการผลิตเครื่องเบญจรงค์ของที่นี่มีความละเอียดปราณีตพิถีพิถัน ใช้พู่กันในการลงสีแทนการลงสีแบบนูน จึงทำให้กระบวนการในการผลิตใช้เวลานาน แต่คุ้มค่ากับการได้สร้างสรรค์เครื่องถ้วยชามเบญจรงค์ให้มีคุณภาพดีและใกล้เคียงกับของโบราณมากที่สุด ควรค่าแก่การซื้อหาเป็นของฝากหรือของตกแต่งบ้านที่ทรงคุณค่า นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมแหล่งผลิตและเลือกซื้อเครื่องเบญจรงค์ได้ทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. และติดต่อล่วงหน้าเพื่อเข้าร่วมทำ Workshop สาธิตการเขียนลายแก้วเซรามิค (เฉพาะวันจันทร์-เสาร์ในเวลาทำการ) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 3475 1322, 08 9136 6059 หมายเหตุ : เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แนะนำให้โทรติดต่ออัพเดทวันและเวลาเปิด-ปิด กับทางร้านก่อนเดินทางค่ะ  ซอลท์ เลค เดอ แม่กลอง (Salt Lake De MaeKlong)  คาเฟ่สุดชิค ท่ามกลางบรรยากาศนาเกลือของแม่กลอง ที่ตั้ง : ริมทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) กิโลเมตรที่ 58+400 ฝั่งขาเข้ากรุงเทพมหานคร ก่อนถึงตลาดกลางบางแก้ว ต.บางแก้ว อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม https://goo.gl/maps/YiexoMZs5tu ซอลท์ เลค เดอ แม่กลอง มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร ด้วยร้านตั้งอยู่ริมนาเกลือซึ่งนำเสนอความเป็นท้องถิ่นของจังหวัดสมุทรสงครามได้อย่างชัดเจน บรรยากาศโดยรอบมองเห็นวิวนาเกลือได้ 360 องศา และสัมผัสกับวิถีชีวิตการทำนาเกลือได้อย่างใกล้ชิด ทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้ที่บอกเล่าขั้นตอนในการทำนาเกลือไว้อย่างครบถ้วน ที่นี่มีอาหารและเครื่องดื่มให้บริการ โดยนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมารังสรรค์เมนูอาหารซิกเนเจอร์ของทางร้าน เช่น ข้าวน้ำพริกปลาทูแม่กลอง สูตรน้ำพริกคลองโคนรสเด็ด สปาเก็ตตี้ชะครามกุ้งแม่น้ำ โดยใช้ผักชะครามที่เป็นพืชนาเกลือรสเค็มมาเป็นส่วนประกอบ หรือขนมปังปิ้งหน้ามะพร้าวคั่ว ที่ใช้ผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่อำเภอแม่กลอง รวมถึงเมนูเครื่องดื่มอีกมากมายที่ใช้วัตถุดิบจากนาเกลือของทางร้านเองนั่นก็คือ “ดอกเกลือ” ทำให้เครื่องดื่มมีรสชาติกลมกล่อมและสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือน อาทิเช่น กาแฟนาเกลือ นมสี่สาวลุ่มแม่น้ำแม่กลอง และวิปครีมนาเกลือ นอกจากนี้ ทางร้านยังจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากนาเกลือ อาทิเช่น ผลิตภัณฑ์ดอกเกลือ, เกลือสปาแช่เท้า, โลชั่นดอกเกลือ ฯลฯ ให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินกับการช้อปของที่ระลึกไปฝากคนที่บ้านอีกด้วย ร้านเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00-18.00 น. สอบถามข้อมูลร้าน โทร. 08 9894 6535

✨ แวะคาเฟ่ ✖️เสพงานศิลป์ถิ่นแม่กลอง ✨ อ่านเพิ่มเติม

✨ประเพณีตักบาตรขนมครกและน้ำตาลทราย หนึ่งเดียวของจังหวัดสมุทรสงคราม✨

ประเพณีการทำบุญตักบาตรอยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน เพื่อน ๆ อาจจะเคยได้ยินประเพณีตักบาตรข้าวเหนียว หรือประเพณีตักบาตรดอกไม้กันมาบ้าง แต่ทราบไหมว่า เรายังมีประเพณีตักบาตรขนมครกและน้ำตาลทรายอีกด้วย ประเพณีนี้มีแห่งเดียวในประเทศไทย คือที่วัดแก่นจันทร์เจริญ ตำบลบางพรม อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม โดยจะจัดขึ้นในวันขึ้น 8 ค่ำเดือน 10 ของทุกปี ประเพณีนี้มีที่มาย้อนไปไกลถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา สมัยนั้นมีการกำหนดพระราชพิธีที่พระมหากษัตริย์ต้องปฏิบัติในแต่ละเดือน เรียกว่า พระราชพิธีสิบสองเดือน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลเลี้ยงขนมเบื้องพระสงฆ์ภายในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย โดยปฏิบัติสืบทอดมาจนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในช่วงปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 5 พระครูสุนทรสุตกิจ (หลวงปู่โห้) เจ้าอาวาสวัดแก่นจันทร์เจริญ ต้องการสืบสานประเพณีตักบาตรขนมเบื้องนี้ไว้ แต่สมัยนั้นขนมเบื้องต้องใช้วัตถุดิบมากมายและทำยาก หลวงปู่จึงปรับเปลี่ยนมาเป็นการตักบาตรขนมครก เพราะขนมครกทำง่ายและหาวัตถุดิบไม่ยาก เริ่มแรกพ่อค้าแม่ค้าจะพายเรือมาขายขนมครกให้ชาวบ้านที่มาใส่บาตรที่วัด ต่อมาเมื่อการค้าขายทางเรือไม่เป็นที่นิยม ชาวบ้านจึงเปลี่ยนมาทำขนมครกกันที่วัดแทน เริ่มตั้งแต่การหมักข้าวสารเอาไว้ 1 คืน พอรุ่งเช้าก็จะช่วยกันโม่แป้ง คั้นน้ำกะทิ และหยอดแป้งทำขนมครก จากนั้นก็ร่วมกันตักบาตรพระสงฆ์ ดังนั้นขนมครกจึงเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคี และเป็นที่มาของคำว่า ขนมครก “ขนมของ คน-รัก-กัน” อีกด้วย 👉 ปัจจุบันในงานประเพณี นอกจากพิธีตักบาตรแล้ว ยังมีกิจกรรมสนุกสนานที่สร้างสีสันภายในงานอีก เช่น การประกวดทำขนมครก การแข่งขูดมะพร้าว และแข่งกินขนมครก เป็นต้น 🙏 ขอบคุณรูปภาพจาก ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม

✨ประเพณีตักบาตรขนมครกและน้ำตาลทราย หนึ่งเดียวของจังหวัดสมุทรสงคราม✨ อ่านเพิ่มเติม

ขนมไทยในงานมงคลสมรส 9 ชนิด

เดือนแห่งความรักแบบนี้ มองไปทางไหนก็อบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความรักชวนให้รู้สึกถึงความหวาน คู่ไหนที่ความรักสุกงอมพร้อมแต่งงานแล้ว แอดมินก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ และเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ แอดมินมีเรื่องขนมไทยในงานแต่งงานมาฝากค่ะ . ไปดูกันว่าขนมไทยในงานมงคลสมรสปัจจุบันมีอะไรบ้าง และมีความหมายเป็นมงคลยังไง แถมท้ายด้วยพิกัดคาเฟ่ขนมไทยให้เพื่อน ๆ ชวนหวานใจไปลองชิมกันอีกด้วย ขนมทองหยิบ.ทองหยิบเป็นขนมไทยโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา วัตถุดิบหลักคือแป้งและไข่แดงที่นำมาตีจนขึ้นฟู จากนั้นนำไปหยอดลงในน้ำเชื่อมเดือด เมื่อสุกแล้วจึงนำมาใส่ถ้วย จับจีบเป็นรูปดอกไม้ จัดใส่ถ้วยเล็ก ๆ.สื่อถึงความร่ำรวย มีเงินมีทองใช้ไม่ขาดมือ หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด ขนมทองหยอด.รสชาติเหมือนทองหยิบ ต่างกันที่หน้าตา โดยการหยอดตัวขนมเป็นหยดน้ำกลม ๆ ลงน้ำเชื่อมเดือดแทน.ทองหยอดเปรียบเสมือนทองคำ อวยพรให้คู่บ่าวสาวมั่งคั่งร่ำรวย มีเงินมีทองใช้จ่ายไม่รู้หมด ขนมฝอยทอง.เป็นขนมอีกหนึ่งชนิดที่มีวัตถุดิบหลักคือไข่แดงและแป้ง แต่จะใช้กรวยสำหรับโรยฝอยทองให้เป็นเส้นลงในน้ำเชื่อมเดือด แล้วจับเป็นแพเรียงสวยงาม.สื่อความหมายถึงการครองรักครองเรือนที่ยาวนานเหมือนเส้นฝอยทองนั่นเอง ขนมเม็ดขนุน.ขนมไทยอีกหนึ่งในขนมตระกูลทอง รูปร่างลักษณะคล้ายกับเม็ดขนุน ด้านในสอดไส้ถั่วเขียวบดละเอียด รสหวานมัน เคลือบด้วยไข่แดงด้านนอกให้เป็นสีเหลืองทอง ก่อนนำลงไปต้มในน้ำเชื่อมเดือด.ชื่อของขนมเม็ดขนุนช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลให้มีคนคอยเกื้อหนุน ทั้งเรื่องของการดำเนินชีวิต หน้าที่การงาน รวมถึงกิจการต่าง ๆ ขนมทองเอก.เป็นหนึ่งในขนมตระกูลทองที่มีรูปลักษณ์โดดเด่น หลังจากกวนขนมจนแป้งจับตัวปั้นได้ นำไปกดในพิมพ์ ก่อนจะเพิ่มความพิเศษด้วยการติดทองคำเปลวบนขนม.คำว่า “เอก” หมายถึง การเป็นที่หนึ่ง ทองเอกจึงมีความหมายว่าเป็นที่หนึ่ง มีความมงคลทั้งในเรื่องการงาน และชีวิตครอบครัว ขนมดาราทอง.หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “จ่ามงกุฎ” เป็นขนมที่มีขั้นตอนการทำซับซ้อน หลายขั้นตอน เริ่มจากอบแป้งส่วนฐาน ก่อนจะทำส่วนตัวขนมซึ่งวิธีทำเหมือนขนมทองเอก ติดเมล็ดแตงโมรอบชิ้น แล้วติดแผ่นทองคำเปลวด้านบน หน้าตาสง่างามมาก.ขนมชนิดนี้คล้ายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่เป็นรูปดาว จึงสื่อถึงความสง่างาม ได้อยู่ตำแหน่งสูงสุด มีชื่อเสียงเกียรติยศ เป็นการอวยพรให้คู่แต่งงานมีความก้าวหน้า และชื่อเสียงเกียรติยศ ขนมชั้น.ขนมที่เราซื้อหารับประทานได้ทั่วไปชนิดนี้ ก็เป็นขนมมงคลอีกหนึ่งชนิดที่นำมาใช้ในงานมงคลสมรส มีลักษณะเป็นชั้นๆ ปกติทำเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม แต่ปัจจุบันมีรูปร่างหน้าตาหลากหลายตามความคิดสร้างสรรค์.ขนมชั้นเปรียบเสมือนตำแหน่งชั้นยศ จึงนำมาใช้อวยพรให้คู่แต่งงานมีความก้าวหน้า ได้รับการเลื่อนขั้นในหน้าที่การงาน ขนมเสน่ห์จันทน์.เป็นขนมไทย ทำจากแป้ง น้ำตาล ไข่แดง กะทิ และเพิ่มความหอมด้วยจันทน์เทศป่น กวนจนเหนียวพอปั้นได้ ปั้นเป็นทรงกลมแบนเลียนแบบหน้าตาของผลลูกจัน.สื่อถึงเสน่ห์ ที่ทำให้คนรักและเอ็นดูนั่นเอง ขนมลูกชุบ.ขนมลูกชุบก็เป็นขนมมงคลอีกหนึ่งชนิดที่หาซื้อได้ทั่วไป ซึ่งเดิมก็จะทำเป็นรูปผลไม้ แต่ในปัจจุบันก็มีหน้าตาแปลกใหม่หลากหลายมากขึ้น เป็นขนมที่คล้ายขนมเม็ดขนุน แต่ด้านนอกชุบด้วยวุ้นหลาย ๆ ชั้น.สื่อถึงให้คู่บ่าวสาวมีชีวิตคู่ที่เจริญรุ่งเรืองงอกงามเหมือนผลไม้ต่าง ๆ ที่นำมาปั้นเป็นขนมลูกชุบนั่นเอง หมายเหตุ : เดิมพานขันหมากมักมีขนมถ้วยฟูเป็นหนึ่งในขนมมงคล แต่ปัจจุบัน ร้านรับทำพานขันหมากหลายแห่งเริ่มเปลี่ยนมาใช้ลูกชุบแทน เนื่องจากขนมถ้วยฟูนั้นหาซื้อได้ยาก และเสียง่าย รู้จักกับขนมไทยในงานแต่งงานกันแล้ว มาเก็บพิกัดคาเฟ่ขนมไทยกันค่ะ ถ้ามีจังหวะเหมาะๆ ค่อยไปลองกันนะคะ.เวฬาฌา.คาเฟ่เล็ก ๆ แต่น่ารักมาก ตกแต่งสไตล์ไทย-จีน โทนสีน้ำเงิน เรียบหรูดูดี ให้บริการขนมไทยและเครื่องดื่มหลากหลายชนิด โดยเฉพาะขนมไทยมงคล ใครยังไม่เคยไป ต้องไปลอง แอดไปมาแล้ว อร่อยทั้งขนมและเครื่องดื่มเลยค่ะ.เปิดทุกวัน เวลา 11.00-20.30 น.โทร. 063 087 8888ที่ตั้ง ซอย อารีย์ 1 แขวง สามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร บ้านขนมปังขิง เสาชิงช้า .ย่านพระนครก็มีคาเฟ่ขนมไทยเหมือนกัน บ้านขนมปังขิงเป็นบ้านไม้หลังเก่าสไตล์ Ginger Bread House ที่มีเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ไปร้านนี้ไม่เพียงจะได้รับประทานขนมไทยอร่อย ๆ เท่านั้น แต่ยังได้ชื่นชมกับความสวยงามของตัวบ้านและบรรยากาศอดีตอีกด้วย.เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 11.00-20.00 น. (ปิดวันจันทร์)โทร. 097 229 7021ที่ตั้ง 47 ซอยหลังโบสถ์พราหมณ์ ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เสน่ห์จันทร์.ไปรอบนอกกรุงเทพฯ กันบ้าง คาเฟ่สุดคลาสสิกริมแม่น้ำ ผสมผสานความเป็นไทยเข้ากับสวนสไตล์อังกฤษ ที่นี่ให้บริการทั้งทั้งอาหารไทยแบบดั้งเดิม และอาหารฟิวชั่น ส่วนเมนูขนมนั้นเป็นขนมไทยชาววัง ดูน่ารับประทานมาก ๆ.เปิดทุกวัน เวลา 08.30-21.00 น.โทร. 062 464 6415ที่ตั้ง ถ.สวนตะไคร้ ต.นครปฐม อ.เมือง จ.นครปฐม.ขอบคุณรูปขนมไทยสวยๆ จาก House of Chandra – เสน่ห์จันทน์  ร้านคนทีริมน้ำ&ขนมไทยบ้านดารา.ร้านสุดท้าย เอาใจคนรักขนมไทยแบบจัดเต็ม ที่นี่เป็นร้านอาหารพื้นบ้านริมแม่น้ำแม่กลอง แต่ความพิเศษไม่ได้อยู่ที่อาหารอย่างเดียว เพราะที่นี่มีบุฟเฟ่ต์ขนมไทยด้วยจ้า.ขนมไทยของทางร้านเป็นสูตรของคุณย่า มีขนมไทยให้เลือกหลายอย่าง บางอย่างก็หาทานได้ยาก ใครมีโอกาสได้ไปสมุทรสงคราม ต้องไม่พลาดร้านนี้ค่ะ.บุฟเฟ่ต์ขนมไทย ราคาคนละ 79 บาทมี 2 รอบ ได้แก่ 10.30-13.00 น. และ 13.30-15.30 น.เปิดทุกวัน เวลา 10.00-20.30 น.โทร. 091 446 3532ที่ตั้ง ตำบลบางคนที อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม

ขนมไทยในงานมงคลสมรส 9 ชนิด อ่านเพิ่มเติม

3 โบสถ์น่าไป…ไม่ไกลกรุงเทพฯ

3 โบสถ์ที่แอดหยิบยกมาแนะนำเพื่อนๆ วันนี้ ประกอบด้วย– อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล จ.จันทบุรี– อาสนวิหารแม่พระบังเกิด จ.สมุทรสงคราม– วัดนักบุญยอแซฟ จ.พระนครศรีอยุธยา นอกจาก 3 แห่งนี้ ก็ยังมีโบสถ์อีกหลายแห่งที่สวยงามเช่นกัน ซึ่งแอดจะมานำเสนอในโอกาสต่อๆ ไปนะ อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล จ.จันทบุรี เป็นโบสถ์ที่มีประวัติความเป็นมากว่า 300 ปี เดิมตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจันทบุรี ต่อมาได้ย้ายมาสร้างยังที่ตั้งปัจจุบันบนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำ ตรงข้ามชุมชนริมน้ำจันทบูร โบสถ์หลังนี้เป็นศิลปะแบบโกธิค มีลักษณะเด่นอยู่ตรงหอคอยคู่ที่มีหลังคายอดแหลมสูง ซึ่งในช่วงกรณีพิพาทอินโดจีน พ.ศ.2483 ได้รื้อออกเนื่องจากเกรงว่าจะเป็นเป้าของการทิ้งระเบิด แต่ภายหลังก็ได้สร้างขึ้นใหม่ตามรูปแบบเดิมดังที่เห็นในปัจจุบัน โบสถ์หลังนี้มีการประดับตกแต่งทั้งภายนอกและภายในอย่างสวยงามคลาสสิก มองไปทางไหนก็ดูเพลินตาไปซะหมด บริเวณเหนือพระแท่นบูชา มีไม้กางเขนและพระรูปพระนางมารีอาปฎิสนธินิรมล องค์ประธานของวัดตั้งตระหง่านอย่างงดงาม รวมทั้งยังมีรูปปั้นของนักบุญยออากิมและนักบุญอันนา บิดามารดาของพระนางมารีอาด้วย มีการประดับกระจกสีที่เรียกว่า สเตนกลาส (Stained Glass) เป็นรูปของนักบุญหลายองค์อยู่เหนือพระแท่นบูชา และเหนือหน้าต่าง กระจกสีเหล่านี้มีอายุกว่า 100 ปีแล้ว แต่สียังสวยสดชัดเจน ไม่มีซีดจางเลยล่ะ อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมลแห่งนี้ ได้รับรางวัลอนุรักษ์อาคารดีเด่น ประจำปี 2542 จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดให้เข้าชมทุกวันวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-12.00 น. และ 13.00-15.00 น.วันเสาร์ เวลา 09.00-12.00 น. และ 13.00-16.00 น.วันอาทิตย์ เวลา 11.00-16.00 น. การเข้าชมต้องแต่งกายสุภาพ และหากไปเวลากลางคืนในช่วงเทศกาลสำคัญก็จะมีการเปิดไฟประดับสวยงามด้วย อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมลที่ตั้ง : ต.จันทนิมิต อ.เมือง จ.จันทบุรีโทร : 039 311 578 อาสนวิหารแม่พระบังเกิด จ.สมุทรสงคราม เป็นโบสถ์คริสต์ที่เก่าแก่และงดงามที่สุดแห่งหนึ่งในไทย สร้างโดยมิชชันนารีชาวฝรั่งเศส ใช้เวลานานถึง 6 ปี และมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ.2439 ตัวโบสถ์เป็นศิลปะแบบโกธิค ตรงกลางมีหอคอยยอดแหลมสูง มีซุ้มประตูโค้งแหลม ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของสถาปัตยกรรมแบบนี้  ดูแล้วคล้ายกับโบสถ์กาลหว่าร์ซึ่งสร้างในช่วงเดียวกันเลย ภายในกว้างขวางและตกแต่งอย่างสวยงามอลังการ มีการประดับกระจกสีเป็นเรื่องราวในพระคัมภีร์ สวยงามมากๆ สำหรับใครที่จะไปเที่ยว ต้องแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย นอกจากนี้ในช่วงเวลาที่มีพิธีกรรม จะไม่สามารถเข้าไปชมภายในได้ แนะนำให้โทรสอบถามก่อนเดินทางนะ อาสนวิหารแม่พระบังเกิดที่ตั้ง : ต.บางนกแขวก อ.บางคนที จ.สมุทรสงครามโทร : 034 761 347 วัดนักบุญยอแซฟ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกแห่งแรกในประเทศไทย โดยเริ่มแรกสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา และได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์เรื่อยมา จนถึงปัจจุบันเป็นโบสถ์หลังที่ 4 ซึ่งสร้างเมื่อ พ.ศ.2426 ตัวโบสถ์เป็นสถาปัตยกรรมแบบฟื้นฟูคลาสสิก ด้านหน้ามีหอคอยสูง และมีซุ้มประตูโค้งแบบโรมัน วัดนักบุญยอแซฟ ถือเป็นศูนย์กลางของคริสตศาสนิกชนชาวสยามในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จนถึงคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 โบสถ์ได้ถูกเผาทำลาย แต่ภายหลังก็ได้สร้างขึ้นมาใหม่ ภายในกว้างขวาง ประดับตกแต่งด้วยกระจกสีและรูปปั้นต่างๆ อย่างสวยงาม วัดนักบุญยอแซฟ ได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น พ.ศ.2548 จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ วัดนักบุญยอแซฟที่ตั้ง : ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยาโทร : 035 242 589, 035 321 447 เผยแพร่ใน Facebook : TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง วันที่ 11 มิถุนายน 2562

3 โบสถ์น่าไป…ไม่ไกลกรุงเทพฯ อ่านเพิ่มเติม

เช้านี้…ที่อัมพวา

ตลาดน้ำอัมพวา เป็นตลาดน้ำยอดฮิตที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมเดินทางมาเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก.ซึ่งกิจกรรมที่เป็นที่นิยมนอกเหนือจากการมาทานอาหารและชอปปิงก็คือ “การล่องเรือชมหิ่งห้อย” ยามค่ำคืนนั่นเองเรียกได้ว่าถ้าใครมาเที่ยวอัมพวาแล้ว ไม่ได้ชมหิ่งห้อยก็เหมือนมาไม่ถึงกันเลยทีเดียว สำหรับใครที่เดินเที่ยวเพลินจนค่ำและไม่อยากขับรถกลับตอนกลางคืน ก็สามารถค้างคืนที่นี่ได้นะ เค้ามีที่พักไว้บริการมากมาย บอกเลยว่ามานอนรับลมเย็นๆ ริมน้ำ มันช่างเงียบสงบและบรรยากาศดีสุดๆ ปกติแล้วการเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัด ได้พักผ่อน นอนตื่นสายๆ ก็คือการชาร์จแบตให้กับตัวเองอย่างหนึ่ง แต่สำหรับที่อัมพวา เพื่อนๆ ต้องห้ามตื่นสายเด็ดขาด เพราะแอดไม่อยากให้พลาดเสน่ห์ยามเช้าของที่นี่ค่ะ มนต์เสน่ห์อีกอย่างนึงของอัมพวาก็คือ “การตักบาตรริมน้ำ” ค่ะ โดยทุกๆ วันที่ไม่ใช่วันพระ จะมีพระสงฆ์พายเรือไปตามลำคลอง เพื่อรับบิณฑบาตรจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมน้ำ.ซึ่งที่พักริมน้ำหลายแห่งก็จะเตรียมอาหารคาวหวานไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ใส่บาตรยามเช้ากันด้วยค่ะ คราวหน้าถ้าเพื่อนๆ มีโอกาสมาเที่ยวตลาดน้ำอัมพวา ก็ลองพักค้างคืน ซึมซับวิถีชีวิตริมน้ำที่น้อยคนจะมีโอกาสได้สัมผัสกันดูนะ .ที่ตั้ง ต.อัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงครามเปิดทุกวันศุกร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เวลา 12.00 – 21.00 น. เผยแพร่ใน Facebook : TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง วันที่ 16 พฤษภาคม 2562

เช้านี้…ที่อัมพวา อ่านเพิ่มเติม

Scroll to Top