พระนครศรีอยุธยา

พระนครศรีอยุธยา

✨3 วัดเก่าอยุธยา ตามรอยลิซ่าไหว้พระกรุงเก่า ✨

วันนี้บัดดี้พาทุกคนไปตามรอยศิลปินที่หลายคนชื่นชอบอย่าง ลิซ่า Blackpink สวมผ้าไทย ไหว้พระที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นมรดกโลก ทำเอาเพื่อน ๆ ก็อยากจะไปตามรอยกันแน่ ๆ วัดมหาธาตุ  วัดนี้สร้างในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพระงั่ว) เป็นวัดสำคัญที่อยู่กลางเมืองพระนครศรีอยุธยา มีจุดที่น่าสนใจมาก ๆ อย่างพระปรางค์องค์ใหญ่ที่สร้างในสมัยอยุธยาตอนต้น เป็นปรางค์ที่ได้รับอิทธิพลมาจากขอม และเศียรพระพุทธรูปที่อยู่ภายในรากต้นโพธิ์ จัดว่าเป็น Unseen Thailand เลยล่ะ นอกจากพระปรางค์ประธานแล้ว ยังมีเจดีย์แปดเหลี่ยมที่พบเพียงองค์เดียวในอยุธยา และยังเห็นโบราณสถานหลงเหลือให้เราได้ชมกัน เศียรพระพุทธรูปหินทรายซึ่งมีรากไม้ปกคลุม สันนิษฐานว่าเศียรพระพุทธรูปองค์นี้อาจจะตกลงมาอยู่ที่โคนต้นไม้ ดูแปลกตาและงดงาม ทำให้นักท่องเที่ยวต่างมาสักการะและชื่นชมเป็นอย่างมาก  ค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท บัตรเข้าชมรวม ชาวไทย 40 บาท ชาวต่างชาติ 220 บาท (สามารถเข้าชมได้ 6 วัด ได้แก่ วัดพระศรีสรรเพชญ์และพระราชวังโบราณ วัดพระราม วัดราชบูรณะ วัดมหาธาตุ วัดไชยวัฒนาราม และวัดมเหยงคณ์ บัตรมีอายุ 30 วัน เข้าชมได้วัดละ 1 ครั้ง)  ถนนนเรศวร ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.30 น.https://goo.gl/maps/SmeBkorpBqhxdts49 วัดแม่นางปลื้ม  วัดตั้งอยู่ตรงข้ามตลาดหัวรอ วัดนี้สร้างก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นหนึ่งในวัดที่ไม่ถูกทำลายจากพม่า จึงยังปรากฏโบราณสถานที่สำคัญและสมบูรณ์ให้เห็นอยู่ วิหารหลวงพ่อขาว พระประธานปางมารวิชัยองค์สีขาว มีความเชื่อว่าใครมาสักการะหลวงพ่อขาวที่วัดแม่นางปลื้ม ขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ ขอสิ่งใดหลวงพ่อก็จะช่วยให้สมหวัง เจดีย์ทรงระฆังขนาดใหญ่มีสิงห์ล้อมรอบ ตั้งอยู่ด้านหลังวิหาร ชมโบสถ์วัดแม่นางปลื้ม สักการะหลวงพ่อมหาปิติเทวะนฤมิตปฏิมากรณ์  นอกจากนี้ ยังได้ชมซุ้มประตูวัดโบราณ ที่ลิซ่าและคณะยืนถ่ายรูปอยู่หน้าประตูสวย ๆ  ตำบลคลองสระบัว อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดทุกวัน เวลา 06.00-17.00 น.https://goo.gl/maps/aoZZoUGETEwjPDDa8 วัดหน้าพระเมรุ  เดิมมีชื่อว่า “วัดพระเมรุราชิการาม” เดิมเป็นสถานที่สำหรับถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระมหากษัตริย์สมัยอยุธยาตอนต้น ที่นี่อยู่นอกเกาะเมืองทางทิศเหนือ ตรงข้ามกับพระราชวังโบราณ เชื่อกันว่าเคยเป็นที่ตั้งทัพของพม่าในคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 จึงทำให้วัดยังคงมีสถาปัตยกรรมที่สภาพสมบูรณ์มากที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ภายในพระอุโบสถประดิษฐาน “พระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลี ศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องใหญ่ ปางมารวิชัย ศิลปะอยุธยาตอนปลาย เป็นที่เคารพบูชาของชาวเมืองอยุธยาและนักท่องเที่ยวทั่วไป เชื่อกันว่าหากได้มาสักการะ จะบังเกิดความร่มเย็น ก่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงานและธุรกิจการค้าขายอีกด้วย  ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. 08 0668 1070https://goo.gl/maps/RwpbMmNXFcH2

✨3 วัดเก่าอยุธยา ตามรอยลิซ่าไหว้พระกรุงเก่า ✨ อ่านเพิ่มเติม

✨ รวม 10 วัดหลากสีสัน ✨

สวัสดีทุกคน วันนี้บัดดี้จะมาแนะนำวัดจากหลายจังหวัด ที่มีสีสันสวยโดดเด่นสะดุดตา จนกลายเป็นทั้งสถานที่ทำบุญและสถานที่ท่องเที่ยว แถมบางวัดยังกลายเป็น Land Mark สำคัญของจังหวัดไปเลยด้วย ลองตามมาอ่านกันดู ว่าวันนี้บัดดี้มีวัดไหนมานำเสนอบ้าง สีขาว 1. วัดร่องขุ่น จ.เชียงราย วัดร่องขุ่น ออกแบบและสร้างโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินชื่อดังของไทย ที่สร้างขึ้นจากปณิธานและแรงศรัทธา ด้วยงานศิลปะงดงามสีขาว ทั้งลวดลายปูนปั้น การประดับกระจกและจิตรกรรรมปูนปั้นหลายจุด แรงบันดาลใจในการสร้างวัดของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ คือการอยากจะสร้างวัดให้เหมือนเมืองสวรรค์ ที่มนุษย์สามารถเดินทางไปสัมผัสได้ ซึ่งหลายจุดในวัด มีการสร้างเป็นสื่อสัญลักษณ์ต่าง ๆ ในพุทธศาสนา อย่างทางเข้าด้านหน้าจะมีสระน้ำขนาดใหญ่ ที่มีสะพานเป็นทางเดินเข้าสู่ตัววัด หมายถึง การเดินข้ามวัฏสงสารมุ่งสู่พุทธภูมิ ครึ่งวงกลมเล็กหมายถึงโลกมนุษย์ วงใหญ่ที่มีเขี้ยวเป็นปากของพญามารหรือพระราหู เปรียบเหมือนกิเลสในใจ ผู้ที่จะเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าในพุทธภูมิต้องตั้งจิตปลดปล่อยกิเลสตัณหาของตนเองลงไปในปากพญามาร เพื่อเป็นการชำระจิตให้ผ่องใสก่อนที่จะเดินผ่านเข้าไปนั่นเอง ปัจจุบัน วัดร่องขุ่นเปิดจุดเช็กอินแห่งใหม่ที่ใช้เวลาสร้างกว่า 6 ปี นั่นก็คือ “ถ้ำศิลป์วัดร่องขุ่น” เป็นผลงานประติมากรรมของอาจารย์เฉลิมชัย ภายในถ้ำ มีรูปทรงหินงอกหินย้อย พระพุทธรูปทุกขภูมิ ขุมนรกและประตูพระนิพพาน มีเพลงบรรเลงประกอบแสงสีเสียงตลอดเส้นทาง โดยมีค่าเข้าชม 50 บาท/คน มีเวลาประมาณ 10-15 นาที ต่อรอบ รายละเอียด ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง จ.เชียงราย เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 6.30 – 18.00 น.ห้องแสดงภาพ : เปิดให้เข้าชมวันจันทร์–ศุกร์ เวลา 8.00 – 17.30 น.วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ เวลา 8.00 – 18.00 น. วัดร่องขุ่น 0 5367 3579, ททท.สำนักงานเชียงราย 0 5371 7433, ศูนย์บริหารจัดการการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย 0 5371 5690https://goo.gl/maps/sQZ7Q2qq9cyRJhs79เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/วัดร่องขุ่น 2. วัดข่อย จ.เพชรบุรี ตั้งอยู่ติดกับอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย มีการใช้รูปแบบของยันต์ฉิมพลีมาประกอบสถาปัตยกรรมการสร้างเป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ตัวอาคาร มี 3 ชั้นประกอบด้วยชั้นที่ 1 ประดิษฐานพระพุทธรูป 3 องค์ คือพระพุทธเศรษฐีมิ่งมงคล พระพุทธเศรษฐีนวโกฏิ และพระสิวลีมหาลาภชั้นที่ 2 ผนังด้านนอกเป็นลายอักขระยันต์ฉิมพลี มีฉัตรทองเหลืองดุนลาย 9 ยอด 4 ทิศ ด้านในเป็นไม้สักแกะสลักลวดลายยันต์โภคทรัพย์ชั้นที่ 3 เป็นซุ้มเรือนยอดประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุในบุษบก 5 ยอดลงรักปิดทอง ยอดฉัตรทำด้วยทองคำ  ถ.คีรีรัถยา ต.คลองกระแชง อ.เมือง จ.เพชรบุรี เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.00-17.00 น. 06 1061 7868, 08 9052 7874https://goo.gl/maps/NQSr5AkQEyy9pvQE7เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/พระธาตุฉิมพลีพระเศรษฐีนวโกฏิ-วัดข่อย สีน้ำเงิน 3. วัดร่องเสือเต้น จ.เชียงราย วัดแห่งนี้ในอดีตราว ๆ 80-100 ปีก่อน เคยเป็นวัดร้าง มีสัตว์ป่ามาอาศัย โดยเฉพาะเสือที่มีอยู่มาก และชอบกระโดดข้ามร่องน้ำไปมา ชาวบ้านจึงเรียกบริเวณนี้ว่า ร่องเสือเต้น ภายหลังชาวบ้านได้ร่วมกันบูรณะวัดขึ้นมา จึงเรียกชื่อวัดว่า “วัดร่องเสือเต้น” เพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาในวันสำคัญต่าง ๆ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน  สิ่งก่อสร้างโดดเด่นที่สุดในวัดนี้ คือ วิหารสีน้ำเงิน ที่สร้างโดย “สล่านก” หรือ นายพุทธา กาบแก้ว ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงราย ลูกศิษย์ของ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ โดยเริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2548 แล้วเสร็จ พ.ศ. 2559 รวมระยะเวลาถึง 11 ปี ภายในวิหารประดิษฐาน “พระพุทธรัชมงคลบดีตรีโลกนาถ” พระประธานสีขาวปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสน ซึ่งภายในพระเศียรบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นผู้ประทานให้  ด้านหลังวิหารเป็นที่ตั้งของเจดีย์ทรงระฆัง สูง 20 เมตร นามว่า “พระธาตุเกศแก้วจุฬามณีห้าพระองค์” บนยอดเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้รับประทานจาก สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก  ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย 08 2026 9038 เปิดทุกวันเวลา 07.00-17.00 น.https://goo.gl/maps/ne1JD21wNp12 4. วัดปากน้ำแขมหนู จ.จันทบุรี วัดแห่งนี้มีความโดดเด่นที่ “โบสถ์เซรามิกสีน้ำเงิน” ซึ่งมีที่มาจาก โบสถ์หลังเก่าที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2489 เริ่มชำรุดทรุดโทรม มีการผุกร่อนมาก เนื่องจากวัดตั้งอยู่ติดกับทะเล ทางวัดและชาวบ้านจึงร่วมกันรื้อโบสถ์หลังเก่าและสร้างโบสถ์ใหม่ขึ้นในปี พ.ศ. 2534 ประตูโบสถ์ด้านในทั้ง 4 บาน มีการแกะสลักภาพนูนต่ำ เกี่ยวกับประวัติพระพุทธเจ้า ด้านนอกบานประตูและหน้าต่างมีการลงลายมุข ภาพเทพทวารบาล พื้นผนังด้านในพระอุโบสถมีการประดับภาพลงสีในพื้นเซรามิกเกี่ยวกับวรรณคดีชาดกและพระมหาชนก ภายในโบสถ์ประดิษฐานพระพุทธชินราชองค์จำลอง เป็นที่สักการบูชาของชาวบ้านและนักท่องเที่ยว  ต.ตะกาดเง้า อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 08.00-16.00 น.https://goo.gl/maps/imZW46D6sfUbZFDN9 สีเหลือง 5. วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร จ.อยุธยา วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร ตั้งอยู่บนเกาะลอย เกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นวัดที่ในหลวงรัชกาลที่ 5 โปรดฯ ให้สร้างขึ้น เพื่อทรงใช้เป็นสถานที่สำหรับบำเพ็ญพระราชกุศล เมื่อครั้งเสด็จฯ แปรพระราชฐานมาประทับที่พระราชวังบางปะอิน โดยมีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิก เลียนแบบโบสถ์ของศาสนาคริสต์ ด้านหน้าบริเวณทางเข้าของพระอุโบสถ จะมีมุขเป็นแบบสามเหลี่ยมหน้าจั่วซ้อนกัน 2 ชั้น รอบผนังพระอุโบสถเจาะช่องหน้าต่าง เป็นลักษณะปลายแหลมแบบโกธิก ด้านหลังพระอุโบสถเป็นหอระฆังยอดโดม

✨ รวม 10 วัดหลากสีสัน ✨ อ่านเพิ่มเติม

✨ 15 พิกัดที่เที่ยวอยุธยา ✨

พระราชวังบางปะอิน ✨ พระราชวังบางปะอิน เป็นพระราชวังเก่าแก่ที่สร้างโดยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่เมื่อคราวเสียกรุงครั้งที่ 2 พระราชวังแห่งนี้ถูกปล่อยทิ้งร้าง กระทั่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 จึงได้เริ่มการบูรณะฟื้นฟู ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ขึ้น ซึ่งยังคงใช้เป็นที่ประทับ ต้อนรับพระราชอาคันตุกะและพระราชทานเลี้ยงรับรองในโอกาสต่าง ๆ พระราชวังแห่งนี้มีสิ่งที่น่าสนใจหลายแห่ง ได้แก่ หอเหมมณเฑียรเทวราช พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ พระที่นั่งวโรภาษพิมาน พระที่นั่งเวหาศจำรูญ หรือ เทียนเม่งเต้ย หอวิทูรทัศนา ตำหนักเก้าห้อง เรียกได้ว่า พระราชวังแห่งนี้มีความงดงามมาก แถมยังมีการผสมผสานสถาปัตยกรรมของตะวันตกและจีนเข้าด้วย 😍 วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร  อีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจในอำเภอบางปะอินคือ “วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร” เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดฯ ให้สร้างเพื่อใช้เป็นที่บำเพ็ญพระราชกุศลต่าง ๆ ขณะเสด็จมาประทับที่พระราชวังบางปะอิน ความพิเศษของวัดแห่งนี้ คือ เป็นวัดไทยที่มีสถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตก ภายในพระอุโบสถตกแต่งอย่างงดงาม หน้าต่างประดับกระจกสีอย่างโดดเด่น เนื่องจากวัดแห่งนี้ ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา การเดินทางเข้าถึงวัดนี้จริงมีเส้นทางพิเศษคือการนั่งกระเช้าไฟฟ้าข้ามแม่น้ำ กระเช้าจะออกทุก ๆ 5-10 นาที ไม่มีค่าใช้จ่าย นั่งได้ไม่เกิน 10 คน/ครั้ง วัดมหาธาตุ ✨ วัดสำคัญแห่งนี้มีพระปรางค์ที่สร้างในระยะแรกของสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งได้รับอิทธิพลจากปรางค์ขอม พงศาวดารบางฉบับกล่าวว่าวัดนี้สร้างในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ต่อมาสมเด็จพระราเมศวรโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ใต้ฐานพระปรางค์ประธานของวัดเมื่อ พ.ศ. 1927 ปัจจุบันภายในวัดก็ยังคงหลงเหลือโบราณสถานและพระปรางค์ประธานให้เราได้ชมกัน นอกจากพระปรางค์ประธานแล้ว ยังมีเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ซึ่งรูปแบบและลวดลายที่ปรากฏแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลล้านนา พบเพียงองค์เดียวในอยุธยา อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจภายในวัดแห่งนี้ คือ เศียรพระพุทธรูปหินทรายที่มีรากไม้ปกคลุม ดูสวยงามแปลกตา วัดราชบูรณะ  ไม่ไกลจากวัดมหาธาตุ คือ “วัดราชบูรณะ” เป็นอีกหนึ่งโบราณสถานที่สำคัญ สร้างขึ้นบริเวณที่ถวายพระเพลิงพระศพเจ้าอ้ายพระยาและเจ้ายี่พระยา เมื่อคราวเสียกรุง วัดนี้เกิดความเสียหายอย่างมาก จากซากโบราณสถานในปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่าวิหารและส่วนต่าง ๆ ของวัดนี้มีความใหญ่โตมาก ปรางค์ประธานขนาดใหญ่ของวัดนี้ ก่อด้วยอิฐและศิลาแลง ภายในปรางค์มีกรุซึ่งเคยขุดพบสิ่งของมีค่าต่าง ๆ เช่น เครื่องราชูปโภคที่ทำด้วยทองคำ มงกุฎ พระพุทธรูป พระพิมพ์ และของมีค่าอื่น ๆ อีกจำนวนมาก ปัจจุบันโบราณวัตถุที่ยังหลงเหลืออยู่ได้นำไปจัดเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยานี่เอง หอมกลิ่น Thai Dessert Cafe  มาถึงอยุธยา คงต้องหาขนมไทยอร่อย ๆ ชิมสักร้าน ที่ “หอมกลิ่น Thai dessert Cafe” คาเฟ่ขนมไทยที่ไม่ได้มีดีแค่ขนมไทย แต่ยังสามารถชมบรรยากาศวัดราชบูรณะจากมุมชั้นบนของร้านได้อย่างกว้างขวาง ที่นี่มีขนมไทยและเครื่องดื่มให้เลือกมากมาย แถมบรรยากาศในร้านก็ดีอีกด้วย หากใครมีโอกาสมาเที่ยวที่นี่ อย่าลืมมาแวะกันนะ วัดไชยวัฒนาราม ✨ วัดแห่งนี้ ได้ชื่อว่าเป็นโบราณสถานที่มีความงดงามมากแห่งหนึ่ง สร้างในปี พ.ศ. 2173 สมัยพระเจ้าปราสาททอง ซึ่งสร้างขึ้นบริเวณนิวาสสถานเดิมของพระราชมารดา เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล และต่อมายังใช้เป็นที่ถวายพระเพลิงพระศพของพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ด้วย สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในวัดแห่งนี้ก็คือ ปรางค์ประธานที่ตั้งอยู่กลางวัด และปรางค์บริวารทั้ง 4 มุม ระเบียงคดมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยตั้งเรียงอยู่ รวมทั้งเมรุทิศเมรุรายทางด้านหลัง แม้จะชำรุดไปบางส่วน แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความงดงามและองค์ประกอบต่าง ๆ ของวัดได้เป็นอย่างดี วัดพระศรีสรรเพชญ์  วัดพระศรีสรรเพชญ์ เป็นวัดสำคัญที่สร้างอยู่ในพระราชวังหลวงสมัยกรุงศรีอยุธยา ใช้สำหรับประกอบพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ พระสถูปเจดีย์ที่ตั้งเด่นเรียงกันทั้งสามองค์นี้ ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่บรรจุพระบรมอัฐิของพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ 3 พระองค์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ในคราวแรกนั้นมีการสร้างเพียงสององค์ และหลังจากนั้นราว ๆ 30 ปี ได้มีการสร้างองค์ที่สามขึ้นมา พระสถูปเจดีย์ทั้งสามองค์เป็นทรงลังกา และมีการสร้างมณฑปขึ้นระหว่างเจดีย์แต่ละองค์ สันนิษฐานว่าสร้างภายหลัง ในสมัยพระเจ้าปราสาททอง นอกจากนี้ ยังมีโบราณสถานที่สำคัญซึ่งอยู่ติดกับพระสถูปเจดีย์ ซึ่งในอดีตบริเวณนี้เรียกว่าพระราชวังโบราณหรือพระราชวังหลวงนั่นเอง บ้านข้าวหนม  คาเฟ่ขนมไทยร้านเล็ก ๆ แห่งนี้ ตั้งอยู่ริมถนนอู่ทองในเกาะอยุธยา ตัวร้านสีเขียวดูสบายตา ภายในตกแต่งแบบไทยร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ที่นี่มีทั้งขนมที่หาได้ทั่วไป ขนมไทยโบราณ และยังมีเครื่องดื่มเย็น ๆ จำหน่ายด้วยนะ ใครที่มาเที่ยวอยุธยาแล้วอยากชั่งชิล ๆ ในบรรยากาศไทย ๆ แอดแนะนำที่นี่เลย วัดโลกยสุธาราม  วัดแห่งนี้ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง รัชสมัยสมเด็จพระนครินทราธิราช พระราชบิดาเจ้าสามพระยา ราว ๆ ปี พ.ศ. 1995 เป็นวัดที่มีพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ตั้งอยู่กลางแจ้ง พระพุทธไสยาสน์องค์นี้ก่อด้วยอิฐถือปูน ยาว 42 เมตร พระเศียรมีดอกบัวรองรับ ผู้คนนิยมมากราบไหว้สักการะกันจำนวนมาก บ้านเวียงเหล็ก  แวะมานั่งชิล ๆ ในบรรยากาศไทย ๆ ที่ “บ้านเวียงเหล็ก” ที่นี่เป็นทั้งที่พักและคาเฟ่ สำหรับโซนคาเฟ่จะอยู่ด้านหลัง ซึ่งอยู่ติดริมแม่น้ำ ตั้งแต่ทางเดินเข้าไปจนถึงคาเฟ่มีบรรยากาศร่มรื่นมาก ๆ ภายในร้าน ตกแต่งแบบไทยประยุกต์ รอบห้องติดกระจกใส ทำให้รู้สึกโปร่งสบาย ไม่อึดอัด ที่นี่มีทั้งอาหาร ของหวานและเครื่องดื่มให้บริการ ใครที่กำลังหาร้านอาหารอร่อย ๆ ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก วัดใหญ่ชัยมงคล  ชื่อเดิมคือ “วัดป่าแก้ว” หรือ “วัดเจ้าพระยาไทย” สันนิษฐานว่าสร้างเมื่อปี พ.ศ. 1900 สมัยพระเจ้าอู่ทองเพื่อเป็นสำนักสงฆ์ซึ่งไปบวชเรียนมาจากประเทศศรีลังกา จุดเด่นภายในวัดคือพระเจดีย์องค์ใหญ่ ไม่มีหลักฐานปรากฏชัดเจนว่าสร้างตั้งแต่เมื่อใด สันนิษฐานว่าอาจสร้างขึ้นใหม่ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ครั้งเมื่อทำศึกยุทธหัตถีและมีชัยชนะกลับมา ให้เป็นอนุสรณ์สถาน ในวันวิสาขบูชาของทุกปี จะมี “งานประเพณีห่มผ้าพระเจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคล” แห่ผ้าห่มองค์พระเจดีย์เวียนรอบเกาะเมืองอยุธยาและทำพิธีห่มผ้าพระเจดีย์ หากใครที่มีโอกาส อยากไปร่วมงานบุญ อย่าลืมไปกันนะ  วัดพนัญเชิงวรวิหาร  วัดเก่าแก่แห่งนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก สันนิษฐานว่ามีการสร้างมาก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อโต” พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ และมีเรื่องราวเกี่ยวกับ

✨ 15 พิกัดที่เที่ยวอยุธยา ✨ อ่านเพิ่มเติม

✨ แนะนำแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมในไทย ✨

เพื่อน ๆ รู้ไหมว่า ประเทศไทยมีแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่เป็นเมืองเก่าอยู่ถึง 3 แห่ง เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญและน่าภาคภูมิใจ วันนี้แอดเลยถือโอกาสมาแชร์เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของ 3 สถานที่นี้ ซึ่งถ้าเพื่อน ๆ มีโอกาส แอดก็อยากจะชวนให้ไปเยี่ยมเยือนกันสักครั้ง ว่าแต่ 3 แห่งนั้นมีที่ไหนบ้าง ตามไปอ่านกัน 1. อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาและเมืองบริวาร จ.พระนครศรีอยุธยา อดีตราชธานีที่มีอายุยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยถึง 417 ปี มีพระมหากษัตริย์ปกครองทั้งหมด 33 พระองค์ เมื่อตัวเมืองมีอายุยาวนานขนาดนี้ ก็ย่อมมีสิ่งที่ถูกทิ้งไว้เป็นอนุสรณ์มากมาย ภายในพื้นที่กว่า 3,000 ไร่ จึงมีทั้งโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุสำคัญมากมาย อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม จากองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ในปี พ.ศ. 2534 โบราณสถานสำคัญภายในอุทยานประวัติศาสตร์อยุธยานี้ ได้แก่ พระราชวังโบราณ เป็นพระราชวังหลวงที่ประทับของพระมหากษัตริย์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดต้นแบบของวัดพระศรีรัตนศาสดารามในปัจจุบัน วัดมหาธาตุ วัดที่เป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุ อยู่ใจกลางพระนคร ถูกทำลายลง เมื่อครั้งที่เสียกรุงครั้งที่ 2 2. อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จ.สุโขทัย หรือที่รู้จักในชื่อเมืองเก่าสุโขทัย เมืองหลวงแห่งแรกของชาวไทยในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 และ 14 สิ่งก่อสร้างจำนวนมากแสดงถึงจุดเริ่มต้นของสถาปัตยกรรมไทย ประกอบด้วยอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัยและกำแพงเพชร ซึ่งปัจจุบันอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยยังคงเหลือร่องรอยของพระราชวัง วัดวาอารามต่าง ๆ หลายแห่ง และได้ขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นมรดกโลก ในปี พ.ศ. 2534 โดยรวมเอาอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย และอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เข้าเป็นหนึ่งในมรดกโลกด้วย ภายใต้ชื่อ ‘เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร’ (Historic Town of Sukhothai and Associated Historic Towns) สำหรับจุดห้ามพลาดในเมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวารก็คือ วัดช้างล้อม โบราณสถานที่มีช้างปูนปั้นเต็มตัวประดับรอบฐานเจดีย์ประธานทรงลังกาทั้ง 4 ด้าน วัดศรีชุม สถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่งดงาม ศิลปะสุโขทัย นามว่า “พระอจนะ” วัดสระศรี เป็นโบราณสถานสำคัญซึ่งตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำขนาดใหญ่ ที่เรียกว่า ตระพังตระกวน ถือว่าเป็นวัดที่มีจุดชมวิวที่สวยงามมากอีกแห่งหนึ่ง 3.อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ แหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์แห่งนี้คาดว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี เป็นเมืองโบราณที่มีคูเมืองและกำแพงเมืองล้อมรอบ มีพื้นที่โดยรวมถึง 2,889 ไร่ มีร่องรอยโบราณสถานที่ยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบันมากมาย โดยเป็นโบราณสถานส่วนใหญ่มีรูปแบบศิลปะทั้งแบบทวารวดี และเขมรโบราณ ปัจจุบันอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพอยู่ในบัญชีเบื้องต้นมรดกโลก (Tentative list – The Ancient Town of Si Thep, 2019) ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเสนออุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพขึ้นเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ ในการประชุมสมัยสามัญขององค์การยูเนสโกในปี 2565 สถานที่ห้ามพลาดก็คือ อาคารหลุมขุดค้นทางโบราณคดี เป็นอาคารจัดแสดงโครงกระดูกมนุษย์และโครงกระดูกช้างที่ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดี เมื่อ พ.ศ. 2531 ปรางค์สองพี่น้อง ศาสนสถานที่มีลักษณะเหมือนกัน ตั้งอยู่คู่กันกลางเมือง 2 หลัง ต่างกันที่ขนาด ตรงกึ่งกลางห้องมีแท่นศิลาแลงสำหรับประดิษฐานรูปเคารพ ปรางค์ศรีเทพ เป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู เป็นแบบศิลปะขอม ลานด้านหน้ามีบรรณาลัย 2 หลัง เป็นที่เก็บคัมภีร์ทางศาสนา เขาคลังใน โบราณสถานลักษณะคล้ายพีรามิด ประเทศอียิปต์ ด้านบนเป็นลานกว้างแทนยอดสามเหลี่ยม บริเวณฐานมีลวดลายปูนปั้นรูปคนแคระที่มีหัวเป็นคน ลิง สิงห์ ช้าง และควาย อยู่ในลักษณะท่าแบกหรือค้ำโบราณสถานนี้ เชื่อกันว่าเป็นที่เก็บอาวุธและทรัพย์สมบัติจึงเรียกว่า “เขาคลัง” เขาคลังนอก โบราณสถานลักษณะคล้ายเขาคลังใน แต่มีขนาดใหญ่กว่า สันนิษฐานว่ามีการใช้พื้นที่ด้านบนประกอบศาสนพิธี มีรูปแบบศิลปกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากอินเดีย

✨ แนะนำแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมในไทย ✨ อ่านเพิ่มเติม

7 วัดสวยใกล้กรุงเทพฯ

🙏🏻ชวนไหว้พระทำบุญเพิ่มแต้มบุญ #วัดสวยใกล้กทม.🙏🏻 พิกัด อยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี วันเดียวเที่ยวได้🙏🏻 เดินทางง่าย อิ่มบุญอิ่มใจ แถมยังได้ภาพสวย ๆ ยังอยู่ในช่วงต้นปี มาทำบุญเรียกสิ่งดี ๆ เสริมความเป็นสิริมงคลตลอดปีกันสักหน่อย กับ 7 วัดสวยใกล้กรุงเทพฯ เดินทางไม่เกิน 2 ชั่วโมง เหมาะกับการพาครอบครัวไปไหว้พระ ทำบุญและถ่ายภาพสวยลงโซเชียล เพราะแต่ละวัดนอกจากจะมีพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ให้ได้สักการะกันแล้ว ก็ยังก็มีความงดงามด้านสถาปัตยกรรมแตกต่างกันออกไป จะมีวัดไหนบ้างไปชมกัน ปราสาทนครหลวง จ. อยุธยา เป็นโบราณสถานอันทรงคุณค่านอกเกาะเมืองอยุธยา ที่เงียบสงบและสง่างาม ตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสักฝั่งทิศตะวันออก มีความสวยสดงดงาม ด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ลักษณะเป็นองค์ปราสาท พุทธสถานจตุรมุขทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มี 3 ชั้น ชั้นที่ 2 เป็นซุ้มระเบียงล้อมรอบ ชั้นบนมีมณฑปประดิษฐานพระพุทธบาทสี่รอย อดีตเป็นตำหนักที่ประทับของกษัตริย์ในระหว่างเสด็จไปนมัสการพระพุทธบาทสระบุรี และเป็นที่ประทับแรมในระหว่างเสด็จไปลพบุรี คาดการณ์ว่าถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม แต่มาสร้างเป็นที่ประทับก่ออิฐถือปูน ในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เมื่อพ.ศ. 2147 ที่อยู่: ตำบล นครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13260 พิกัด : https://goo.gl/maps/EDxy5zVWHx4qqxPQA เวลา : 08.30 – 16.30 น. วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร จ. อยุธยา เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเกาะบ้านเลนกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามกับพระราชวังบางปะอิน จุดเด่นของวัดนี้ คือ มีความสวยงามด้านสถาปัตยกรรม เนื่องจากมีการนำสไตล์ตะวันตกเข้ามาผสมผสาน เรียกกันว่า เป็นวัดไทยสไตล์ฝรั่ง เพราะรูปทรงภายนอกมีลักษณะคล้ายกับโบสถ์คริสต์ ภายในประดิษฐาน “พระพุทธนฤมลธรรโมภาส” เป็นพระประธาน ซึ่งการเดินทางมาที่วัดจะมีทางเดียว คือ ต้องนั่งกระเช้าไฟฟ้าข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวัดที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยู่: บางปะอิน ตำบล บ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13160 พิกัด : https://goo.gl/maps/xUicR393HvSoSK4aA เวลา : 09:00 – 17.00 น. โทร : 035-262139 วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร จ. นครปฐม พระปฐมเจดีย์ เป็นพระมหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย หากได้มาเยือนแนะนำให้ไปกราบนมัสการพระร่วงโรจนฤทธิ์ หรือหลวงพ่อพระร่วง และไปกราบไหว้ศาลเจ้าพ่อปราสาททอง พระพุทธไสยาศน์ รวมถึงพระศิลาขาว นอกจากนี้อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาพระปฐมเจดีย์ คือ การเดินรอบพระอารามชั้นนอก หรือชั้นในให้ครบ 3 รอบ เพื่อเสริมสิริมงคล ที่อยู่: 27 ถนน เทศา ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม นครปฐม 73000 พิกัด : https://goo.gl/maps/zfu52LSAkAsEB8KV8 โทร : 034-242143  วัดศีรษะทอง จ. นครปฐม เป็นวัดเก่าแก่ของ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ที่นี่เต็มไปด้วยโบราณวัตถุ โบราณสถานสำคัญ ๆ ภายในวัดมีพระราหูขนาดใหญ่ให้สักการะบูชา เชื่อกันว่าพระราหูจะช่วยปัดเป่าเรื่องร้ายๆให้กลายเป็นดี และจะเกิดความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีโชคลาภ และเจริญก้าวหน้า ร่ำรวยเงินทอง ที่อยู่ : ตำบลศรีษะทอง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม พิกัด : https://goo.gl/maps/Tz4APQH132Z7vFm98 เวลา : 07.00-17.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/วัดศีรษะทอง – วัดพระราหู อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม  วัดไทรใหญ่ จ. นนทบุรี เป็นวัดเก่าแก่ของ อ.ไทรน้อย ภายในโบสถ์ ประดิษฐาน “หลวงพ่อทองคำ” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์สมัยอู่ทอง ฝีมือช่างหลวง ปางมารวิชัย นับว่าเป็นที่เคารพสักการะของชาวไทรน้อยเป็นอย่างมาก ที่อยู่: 8917 ถนน บ้านกล้วย-ไทรน้อย ตำบลไทรน้อย อำเภอไทรน้อย นนทบุรี 11150 พิกัด : https://goo.gl/maps/1w8mN5T5oR13diHu7 โทร : 02-5970109 เว็บไซต์ https://th-th.facebook.com/saiyai111/  วัดโบสถ์ จ. ปทุมธานี เป็นวัดเก่าแก่โบราณในสมัยกรุงศรีอยุธยา สมัยก่อนจะเรียกว่า วัดสร้อยนางหงษ์ ไฮไลท์ของวัดโบสถ์ คือ ที่นี่จะมีหลวงพ่อโต และ หลวงพ่อโสธรองค์ใหญ่ที่สุดในไทยให้ได้สักการะ นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปที่สำคัญ นั่นก็คือ หลวงพ่อเหลือ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองปทุมธานี ที่ชาวปทุมธานีนับถือเป็นอย่างมาก ที่อยู่ : วัดโบสถ์ ตำบลบางกระบือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี พิกัด : https://goo.gl/maps/J8HEnv3wf1jxHc5FA เวลา : 06.00-18.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/วัดโบสถ์  วัดปัญญานันทาราม จ. ปทุมธานี เป็นวัดที่หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ อดีตเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฏ์ เป็นผู้ก่อตั้งขึ้น ไฮไลท์ที่โดดเด่นของที่นี่ คือ เจดีย์พุทธคยาจำลองถอดแบบมาจากประเทศอินเดีย และภาพปริศนาธรรมแบบ 3 มิติ หนึ่งเดียวในโลกที่จัดแสดงอยู่ด้านล่างเจดีย์พุทธคยา โดยแต่ละภาพจะมีความหมายสอดแทรกด้วยคติ ธรรมสอนใจ ในเรื่องของอริยสัจ4 ด้วย นอกจากนี้ภายในพระเจดีย์ก็มีพระประธานให้กราบไหว้ด้วยเช่นกัน ที่อยู่: เลขที่ 1 หมู่ 10 ซอย วัดปัญญา คลองหก อำเภอคลองหลวง ปทุมธานี 12120 พิกัด : https://goo.gl/maps/voG3FVWVaZHb4ywX7 เว็บไซต์: https://www.facebook.com/watpanyanantaram/ เวลา : 08:00 –

7 วัดสวยใกล้กรุงเทพฯ อ่านเพิ่มเติม

1 day เที่ยวเมืองเก่าอยุธยา🚂

วันนี้แอดจะพาเพื่อน ๆ เปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยวแบบ slow life กันบ้าง นั่นคือนั่งรถไฟไปเที่ยวกรุงเก่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยานั่นเอง พอพูดถึงรถไฟ…ถึงแม้ว่าจะไปกันแบบช้า ๆ แต่เราจะได้สัมผัสบรรยากาศแบบที่ไม่สามารถพบเจอจากการนั่งรถยนต์แน่นอน เส้นทางการเดินทางในวันนี้ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงก็ถึงอยุธยาแล้ว หวังว่าเพื่อน ๆ จะได้ใช้เป็นแนวทางจัดทริปเที่ยวเมืองเก่าแบบไปเช้าเย็นกลับกันได้ง่าย ๆ ไปลุยกันเลย : ) 1 วันเที่ยวเมืองเก่าอยุธยาวัดมหาธาตุ Unseen Thailand แห่งอยุธยา ชมเศียรพระใต้ต้นไม้และพระปรางค์อิทธิพลจากขอม วัดราชบูรณะ ชมพระปรางค์องค์ใหญ่ อดีตกรุสมบัติล้ำค่ากรุงเก่า วัดพระราม ชมสถาปัตยกรรมของพระปรางค์ขนาดใหญ่ที่ได้รับอิทธิพลแบบเขมรโบราณจากเมืองละโว้ วัดพระศรีสรรเพชญ์ ชมความอลังการ วัดสำคัญสมัยอยุธยา ดับร้อนด้วยชา กาแฟเย็น ๆ ร้านบ้านขาวม้าคาเฟ่ สไตล์ไทย ๆ ลิ้มลอง กุ้งแม่น้ำเผา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ณ ร้านบ้านป้อมเพชร การเดินทางท่องเที่ยวไปจุดต่าง ๆ ในจังหวัดอยุธยาสามารถเลือกได้หลายรูปแบบ เช่น รถสามล้อ หากไปด้วยกันหลายคน แนะนำให้เหมารถไปเลยเพื่อความสะดวก หรือถ้าเป็นสายปั่น สามารถเช่าจักรยานปั่นชมเมืองชิลล์ ๆ ได้ เพราะแต่ละสถานที่ก็อยู่ไม่ไกลกันมากนัก หรือหากเป็นสายซิ่งก็มีรถจักรยานยนต์ให้เช่า ราคา 200-300 บาท/วัน ทริปนี้เราเดินทางโดยรถไฟ นั่งสบาย ๆ ชิลล์ ๆ มีบริการทุกวันจากสถานีรถไฟหัวลำโพง โดยรถเที่ยวแรกออกจากกรุงเทพฯ เวลา 05.20 และรถเที่ยวสุดท้าย ผ่านอยุธยา เวลา 20.45 น สามารถตรวจสอบเวลาเดินรถไฟได้ที่  เว็บไซต์ : www.railway.co.thการรถไฟแห่งประเทศไทย : 1690 เอาล่ะ ไปลุยกันเลย! ก่อนอื่นเราจะต้องซื้อตั๋วเข้าชมโบราณสถานแต่ละแห่งเสียก่อน จุดจำหน่ายตั๋วจะอยู่ตรงทางเข้าของโบราณสถานทุกที่ค่ะ เริ่มต้นที่ไหนก็ซื้อจากที่นั่นได้เลย  ตั๋วรวม ชาวไทย 40 บาท ชาวต่างชาติ 220 บาท(สามารถเข้าชมได้ 6 วัด ได้แก่ วัดพระศรีสรรเพชญ์และพระราชวังโบราณ วัดพระราม วัดราชบูรณะ วัดมหาธาตุ วัดไชยวัฒนาราม และวัดมเหยงคณ์ บัตรมีอายุ 30 วัน เข้าชมได้วัดละ 1 ครั้ง) สำหรับทริปนี้ เราจะเที่ยวกันในเกาะเมืองเก่า นอกจากวัดที่แอดพาไปแล้ว ยังมีสถานที่ที่น่าสนใจอีกหลายแห่งหากเพื่อน ๆ มีเวลาเพียงพอ ลองไปเที่ยวชมกันนะคะ วัดพระมหาธาตุ จุดแรกจะว่าเป็น Unseen Thailand เลยก็ว่าได้ วัดมหาธาตุเป็นวัดสำคัญที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง มีจุดที่น่าสนใจมาก ๆ อย่างเศียรพระพุทธรูปที่อยู่ในรากต้นโพธิ์ และพระปรางค์องค์ใหญ่ที่สร้างในสมัยอยุธยาตอนต้น เป็นปรางค์ที่ได้รับอิทธิพลจากปรางค์ขอม ต้องห้ามพลาดกันนะ วัดพระมหาธาตุ  ถนนนเรศวร ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.30 น.  พิกัด : https://goo.gl/maps/SmeBkorpBqhxdts49 วัดราชบูรณะ เป็นโบราณสถานที่สำคัญ เพราะสร้างขึ้นบริเวณที่ถวายพระเพลิงพระศพเจ้าอ้ายพระยาและเจ้ายี่พระยา สิ่งที่น่าสนใจคือ ปรางค์ประธานขนาดใหญ่ที่ก่อด้วยอิฐและศิลาแลง ภายในปรางค์มีกรุซึ่งเคยขุดพบสิ่งของมีค่าต่าง ๆ เช่น เครื่องราชูปโภคที่ทำด้วยทองคำ มงกุฎ พระพุทธรูป พระพิมพ์ และสิ่งมีค่าอื่น ๆ (สามารถชมของที่ขุดพบได้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเจ้าสามพระยา) วัดราชบูรณะ  ถนนชีกุน ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.  พิกัด : https://goo.gl/maps/WR9cccXdEs7p1aSJA วัดพระราม วัดพระรามเป็นวัดที่อยู่นอกเขตพระราชวัง ตรงข้ามกับวิหารพระมงคลบพิตร วัดนี้สังเกตได้ง่าย ๆ คือมีบึงขนาดใหญ่อยู่หน้าวัด เพราะในการสร้างกรุงศรีอยุธยา มีการขุดดินในหนองมาถมพื้นที่วังและวัด ทำให้พื้นที่ส่วนนี้กลายเป็นบึงขนาดใหญ่ ชื่อว่า “บึงชีขัน” ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “บึงพระราม” ปัจจุบันใช้เป็นสวนสาธารณะ สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ และที่สำคัญอีกอย่างคือ มีพระปรางค์ขนาดใหญ่เห็นเด่นชัดแต่ไกล องค์ปรางค์ก่อด้วยอิฐสอปูน เป็นสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาตอนต้นที่นิยมทำเป็นพระปรางค์ เพราะได้รับอิทธิพลแบบเขมรโบราณจากเมืองละโว้ (ลพบุรี) วัดพระราม ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.พิกัด : https://goo.gl/maps/mv2G5g4ojVngcVwe7 วัดพระศรีสรรเพชญ์ มาถึงอยุธยาก็ต้องห้ามพลาดวัดพระศรีสรรเพชญ์ เพราะในอดีตวัดแห่งนี้เป็นวัดประจำพระบรมมหาราชวัง ใช้สำหรับประกอบพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ เทียบได้กับวัดพระศรีรัตนศาสดารามแห่งกรุงเทพมหานคร หรือวัดมหาธาตุแห่งกรุงสุโขทัย เราจะเห็นเจดีย์ทรงระฆัง 3 องค์ ตั้งสูงตระหง่านสวยงาม ภายในบรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3 และสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 เดิมระหว่างเจดีย์มีมณฑปคั่น แต่ได้หักพังไปหมดเหลือเพียงฐานและผนังบางส่วน แม้วัดจะทรุดโทรมลงไปมาก แต่ก็ยังคงความงดงามให้เราได้ชื่นชมอยู่  ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.  พิกัด : https://goo.gl/maps/5vkzTUxZoLi3Whf27 บ้านขาวม้า คาเฟ่ หลบร้อนกันสักหน่อยที่บ้านขาวม้า แค่ชื่อร้านก็ดูออกเลยนะคะว่าจะต้องมีผ้าขาวม้าแน่ ๆ ที่นี่เป็นร้านกาแฟสไตล์ไทยร่วมสมัย ที่ใช้ผ้าขาวม้ามาเป็นลูกเล่นในการตกแต่ง ไม่ว่าจะเป็น ผ้าปูโต๊ะ เบาะรองนั่ง ผ้ารองแก้ว ฯลฯ ส่วนเมนูขนมและเครื่องดื่มก็มีให้เลือกเพียบเลยค่ะ บ้านขาวม้า คาเฟ่  ถนนเจดีย์-วัดใหญ่ชัยมงคล ตำบลไผ่ลิง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.30 น.  โทร.08 6664 1291

1 day เที่ยวเมืองเก่าอยุธยา🚂 อ่านเพิ่มเติม

พระธาตุจอมเจดีย์ ๘ องค์ เสริมสิริมงคล

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงคัดเลือกพระบรมธาตุเจดีย์เพื่อเป็นปูชนียสถานที่สำคัญในแต่ละภาค และเฉลิมนามว่า “จอมเจดีย์” ทรงกล่าวถึงความสำคัญของจอมเจดีย์แต่ละแห่ง ซึ่งเสมือนบอกเล่าเรื่องราวความเชื่อมโยงสัมพันธ์ของพุทธศาสนา โบราณสถาน และประวัติศาสตร์ มีหลักฐานที่กล่าวถึงพระธาตุจอมเจดีย์ คือภาพเขียนจอมเจดีย์ ๘ องค์ ในซุ้มคูหาผนัง ๘ ห้อง ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร การกำหนดพระธาตุจอมเจดีย์ให้กระจายในหลายพื้นที่ทำให้เกิดการเดินทางไปสู่หลากหลายภูมิภาคยิ่งขึ้น รวมทั้งแต่ละสถานที่มีตำนานและประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ๑. พระปฐมเจดีย์ วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม พระปฐมเจดีย์ ได้รับการคัดเลือกเป็นจอมเจดีย์ เนื่องจาก “สร้างขึ้นเมื่อแรกที่พุทธศาสนามาสู่สยามประเทศ” ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ทรงส่งสมณทูตเดินทางมาเผยแผ่พุทธศาสนา ณ ดินแดนสุวรรณภูมิ และประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุพระพุทธเจ้าไว้ภายในองค์เจดีย์ องค์พระปฐมเจดีย์มีรูปทรงเป็นรูประฆังคว่ำ มีการจัด “งานเทศกาลนมัสการพระปฐมเจดีย์” ในวันขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๑๒ ถึงวันแรม ๕ ค่ำ เดือน ๑๒ (ประมาณช่วงเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน) รวม ๙ วัน ๙ คืน การเดินทาง รถยนต์: จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข ๔ (ถนนเพชรเกษม) ผ่านอ้อมน้อย อ้อมใหญ่ สามพราน สู่จังหวัดนครปฐม หรือใช้ถนนบรมราชชนนี ผ่านพุทธมณฑล นครชัยศรี ถึงจังหวัดนครปฐม รถไฟ: จากกรุงเทพฯ มีบริการรถไฟไปนครปฐมวันละหลายเที่ยว ลงสถานีนครปฐม สอบถามข้อมูล โทร. ๑๖๙๐ www.railway.co.th รถโดยสารประจำทาง: มีทั้งรถบัสและรถตู้ จากสถานีขนส่งกรุงเทพฯ (สายใต้ใหม่) ถนนบรมราชชนนี สอบถามข้อมูลได้ที่ บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร. ๑๔๙๐ www.transport.co.th  ๒. พระปรางค์พระศรีมหาธาตุละโว้ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี พระปรางค์พระศรีมหาธาตุละโว้ ได้รับการคัดเลือกเป็นจอมเจดีย์ด้วยเป็น “สถูปเจดีย์องค์แรกที่ประดิษฐานพุทธศาสนาฝ่ายมหายานในสยามประเทศ” องค์ปรางค์เป็นศิลปะเขมรแบบบายน สร้างด้วยศิลาแลงประดับลวดลายปูนปั้น และเป็นแบบอย่างเจดีย์ทรงปรางค์ในสมัยอยุธยาตอนต้น ได้มีการขุดค้นพบว่าภายในองค์พระปรางค์เป็นที่ประดิษฐานพระพิมพ์จำนวนมาก ซึ่งต่อมาเป็นพระพิมพ์ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดลพบุรี เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา ๐๗.๐๐-๑๗.๐๐ น. การเดินทาง พระปรางค์ตั้งอยู่ในตัวเมืองลพบุรี ตรงข้ามสถานีรถไฟลพบุรี ห่างจากพระปรางค์สามยอดและศาลพระกาฬ ๑ กิโลเมตร และห่างจากพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ๕๐๐ เมตร จากสถานีขนส่งผู้โดยสารมีรถสองแถววิ่งผ่าน หรือนั่งจักรยานยนต์รับจ้างระยะทาง ๒.๕ กิโลเมตร  ๓. พระธาตุหริภุญชัย วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน พระธาตุหริภุญชัย ได้รับเลือกเป็นพระธาตุจอมเจดีย์ ด้วยเป็น “เจดีย์ที่สร้างก่อนเจดีย์องค์อื่นในล้านนา” สร้างในสมัยพระเจ้าอาทิตยราช ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗ สถาปัตยกรรมทรงเจดีย์แบบล้านนา ฐานเจดีย์ประกอบด้วยฐานปัทม์เป็นลูกบัวแก้ว ย่อเก็จ องค์เจดีย์ทรงระฆังกลม และตำนานกล่าวว่าประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุหลายส่วน ได้แก่ พระบรมธาตุส่วนกระหม่อม พระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนอก) พระบรมธาตุส่วนนิ้วพระหัตถ์ และพระบรมสารีริกธาตุส่วนย่อยเต็มหนึ่งบาตร มีการจัด “งานประเพณีแปดเป็ง สรงน้ำพระธาตุหริภุญชัย” ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ (เดือน ๘ เหนือ จึงเรียก “แปดเป็ง”) โดยนำน้ำจากบ่อน้ำทิพย์จากยอดดอยขะม้อ ตำบลมะเขือแจ้ อำเภอเมืองลำพูน มาเป็นน้ำสรงพระธาตุ ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาแต่โบราณ การเดินทาง ตัวเมืองลำพูน มาตามถนนเจริญราษฎร์ ๒ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าถนนรอบเมืองนอก ๒๐๐ เมตร ถึงวงเวียน เข้าซอยสันป่ายาง ๔๕ เมตร เลี้ยวซ้ายเข้าถนนรอบเมืองใน ๔๕๐ เมตร ผ่านประตูเมืองท่านาง เลี้ยวขวา ๒๐ เมตร ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ ๑๕๐ เมตร  ๔. พระธาตุพนม วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ถนนชยางกูร ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม พระธาตุพนม ได้รับเลือกให้เป็นจอมเจดีย์ เนื่องจากเป็น “เจดีย์ที่สร้างก่อนเจดีย์องค์อื่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” สร้างสมัยอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ ในราวปี พ.ศ. ๘ โดยกษัตริย์ ๕ พระองค์ เป็นพระบรมธาตุเจดีย์ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาอย่างยิ่งของชาวอีสานและชาวลาว เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนสองฝั่งแม่น้ำโขง ตามตำนานกล่าวว่าเป็นที่ประดิษฐาน พระอุรังคธาตุ หรือกระดูกส่วนหน้าอกของพระพุทธเจ้า มีการจัด “งานนมัสการพระธาตุพนม” ในวันขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๓ ถึงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๓ (ประมาณเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม) กล่าวกันว่าผู้ที่ได้มาสักการะพระธาตุพนมครบ ๗ ครั้ง ถือเป็น “ลูกพระธาตุ” การเดินทาง รถยนต์: จากตัวเมืองนครพนม ใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ (นครพนม-มุกดาหาร) ประมาณ ๕๐ กิโลเมตร จะพบวัดตั้งอยู่ทางขวามือในตัวอำเภอธาตุพนม รถโดยสารประจำทาง: มีรถตู้โดยสารสายนครพนม-มุกดาหาร วิ่งผ่านหน้าวัด ต้นทางสามารถขึ้นได้จากสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนครพนมและมุกดาหาร  ๕. วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เชลียง อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย พระธาตุศรีรัตนมหาธาตุ เชลียง หรือ “วัดพระบรมธาตุเมืองเชลียง” เป็นโบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย สร้างประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๘ มีโบราณสถานที่สำคัญของวัด คือ “ปรางค์ประธาน” ก่อด้วยศิลาแลงฉาบปูน เรือนธาตุด้านหน้าเป็นซุ้มโถง มีสถูปรูปดอกบัวตูมขนาดเล็ก ชาวบ้านเรียกว่า

พระธาตุจอมเจดีย์ ๘ องค์ เสริมสิริมงคล อ่านเพิ่มเติม

สถานีต่อไป…บางปะอิน

เกร็ดความรู้ :.“บางปะอิน” เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่เดิมเรียกกันว่า “อำเภอพระราชวัง” ต่อมาเปลี่ยนเป็นอำเภอบางปะอินจนกระทั่งถึงปัจจุบันค่ะ การเดินทางในวันนี้ แอดและเพื่อนร่วมทางเลือกเดินทางโดยรถไฟ โดยขึ้นจากสถานีรถไฟหัวลำโพงมาลงที่สถานีรถไฟบางปะอินค่ะ ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งถือว่าไม่นานเลย.และสำหรับทริปนี้เราจะไปเที่ยวกันที่ “พระราชวังบางปะอิน” และ “วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร” นั่นเองค่ะ.เมื่อถึงสถานีรถไฟบางปะอินแล้ว เพื่อนๆ สามารถเดินทางไปยัง “พระราชวังบางปะอิน” ได้ง่ายๆ โดยนั่งวินมอเตอร์ไซค์ ค่าโดยสารคนละ 20 บาท ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีก็ถึงแล้ว เมื่อถึงพระราชวังบางปะอิน สิ่งแรกที่ต้องทำคือตรวจดูความเรียบร้อยของตนเองก่อน แต่งกายถูกต้องตามกฎระเบียบหรือไม่ (สวมเสื้อมีแขน กางเกงขายาว หรือกระโปรงยาวคลุมเข่า) หลังจากนั้นก็ไปซื้อบัตรเข้าชมกัน.ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าพระราชวังบางปะอินนั้นกว้างขวางมาก หากมีกำลังขาและเวลามากพอก็สามารถเดินเที่ยวชมได้ค่ะ แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นแอดแนะนำให้เช่ารถกอล์ฟค่ะ.ปล.ผู้ที่สามารถเช่ารถกอล์ฟได้จะต้องเป็นผู้ที่มีใบขับขี่เท่านั้นนะคะ พระราชวังบางปะอินค่าเข้าชม ชาวไทย ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก นักเรียนนักศึกษา ผู้สูงอายุ 20 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาทเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. ค่าเช่ารถกอล์ฟ1 ชั่วโมงแรก ชาวไทย คันละ 300 บาท ชาวต่างชาติคันละ 400 บาท ชั่วโมงถัดไปชั่วโมงละ 100 บาท  เมื่อเข้ามาในพระราชวังบางปะอิน เราจะพบกับสระน้ำขนาดใหญ่ซึ่งมี “พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์” ตั้งอยู่กลางสระ.พระที่นั่งองค์นี้เป็นพระที่นั่งทรงปราสาทโถงจตุรมุของค์เล็ก ซึ่งรัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้จำลองแบบมาจากพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาทในพระบรมมหาราชวัง.ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระบรมรูปหล่อสัมฤทธิ์ของรัชกาลที่ 5 ขนาดเท่าพระองค์จริง และอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่พระที่นั่งแห่งนี้ค่ะ มาต่อกันที่ “พระที่นั่งวโรภาษพิมาน” พระที่นั่งองค์นี้สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 แต่เดิมเป็นอาคาร 2 ชั้น ใช้เป็นที่ประทับและเป็นท้องพระโรงสำหรับออกว่าราชการ.ต่อมาโปรดเกล้าฯ ให้รื้อสร้างใหม่เป็นพระที่นั่งชั้นเดียว เนื่องจากมีปัญหาด้านโครงสร้าง แต่ยังคงมีรูปแบบสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบนีโอคลาสสิก และใช้เป็นท้องพระโรงเช่นเดิม “พระที่นั่งเวหาศจำรูญ” หรือ “เทียนเม่งเต้ย” เป็นพระที่นั่ง 2 ชั้นที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบจีน เป็นพระที่นั่งองค์สุดท้ายในพระราชวังบางปะอินที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5.ในสมัยรัชกาลที่ 6 ทรงใช้พระที่นั่งองค์นี้เป็นที่ทรงพระอักษร และได้พระราชนิพนธ์บทละครเรื่อง “มัทนะพาธา” หรือ “ตำนานดอกกุหลาบ” ขึ้นที่นี่ด้วยค่ะ “หอวิทูรทัศนา” มีลักษณะเป็นหอคอยสูง 3 ชั้น ทาสีเหลืองสลับแดง ที่ระเบียงและชายคาประดับลายฉลุงดงาม ตั้งอยู่บนเกาะขนาดเล็ก โดยมีสะพานสีขาวเป็นทางเชื่อมมาจากพระที่นั่งเวหาศจำรูญ ภายในมีบันไดเวียนขึ้นสู่ชั้นบน ซึ่งสามารถขึ้นได้ถึงชั้นสองเท่านั้น เนื่องจากด้านบนกำลังบูรณะอยู่ และจากบนหอคอยนี้เพื่อนๆ สามารถมองเห็นทัศนียภาพของพระราชวังบางปะอินได้โดยรอบเลย “ตำหนักเก้าห้อง” ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นใน รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายใน ที่ตามเสด็จฯ ในคราวแปรพระราชฐานมาประทับที่พระราชวังบางปะอิน.ตำหนักหลังนี้เป็นอาคาร 2 ชั้น มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบยุโรป บริเวณด้านหน้ามีสนามหญ้าเป็นลานกว้าง สามารถเดินชมภายนอกอาคารได้ค่ะ ภายในพระราชวังบางปะอินยังมีพระที่นั่งและสิ่งก่อสร้างต่างๆ ให้ชมอีกมากมาย ได้แก่ พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร สภาคารราชประยูร อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ฯลฯ.แม้ว่าส่วนใหญ่จะไม่เปิดให้เข้าชมภายใน แต่เพื่อนๆ ก็ยังสามารถเดินชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมต่างๆ โดยรอบได้นะคะ อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำ ตรงข้ามกับพระราชวังบางปะอินเป็นที่ตั้งของ “วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร” ซึ่งเพื่อนๆ สามารถเดินทางไปได้โดยกระเช้าค่ะ.บริเวณที่ขึ้นกระเช้าจะอยู่ตรงลานจอดรถของพระราชวังบางปะอิน ค่าข้ามกระเช้านั้นจะให้เท่าไหร่ก็ได้แล้วแต่ศรัทธา โดยจะมีตู้รับบริจาคสีเขียวอยู่ที่จุดขึ้นกระเช้าฝั่งวัดนิเวศธรรมประวัติค่ะ วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นวัดประจำพระราชวังบางปะอิน สำหรับทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเมื่อเสด็จฯ แปรพระราชฐานมาประทับยังพระราชวังแห่งนี้.เมื่อเข้ามาภายในวัด เพื่อนๆ อาจจะรู้สึกสับสนว่านี่คือวัดพุทธหรือโบสถ์คริสต์กันแน่ เพราะสถาปัตยกรรมต่างๆ ภายในวัดล้วนแล้วแต่เป็นแบบตะวันตกทั้งสิ้น.ซึ่งเหตุที่รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าให้สร้างวัดนี้เลียนแบบโบสถ์ฝรั่งนั้น ก็เพื่อให้เข้ากับพระราชวังบางปะอิน ซึ่งอาคารส่วนใหญ่มีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมเป็นแบบตะวันตก และเพื่อให้ราษฎรได้ชมศิลปกรรมของชาติอื่นซึ่งเป็นของแปลกในสมัยนั้นนั่นเองค่ะ และนี่คือพระอุโบสถของวัดนิเวศธรรมประวัติค่ะ ดูสวยงามแปลกตามากเลยใช่มั้ยคะ? อุโบสถหลังนี้มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบโกธิค มีหอคอยยอดแหลมสูงและซุ้มประตูโค้งแหลม บริเวณยอดแหลมนั้นเป็นหอนาฬิกาและหอระฆัง เหนือขึ้นไปยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุด้วย ภายในอุโบสถตกแต่งแบบโบสถ์คริสต์ มีการประดับกระจกสีตามหน้าต่างและเหนือบานประตูอย่างสวยงาม.เป็นที่ประดิษฐานพระประธานคือ พระพุทธนฤมลธรรโมภาส พระพุทธรูปปางสมาธิเพชร ออกแบบโดยพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการ โดยเป็นพระพุทธรูปแบบไทยประเพณีที่ผสานความสมจริงแบบตะวันตกเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นับเป็นพระพุทธรูปฝีพระหัตถ์ของท่านที่งดงามที่สุด.นอกจากนี้ฐานชุกชีที่ประดิษฐานพระประธานยังมีลักษณะเหมือนกับที่ตั้งไม้กางเขนในโบสถ์คริสต์อีกด้วย สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากนั่งรถไฟมาเที่ยวบางปะอินแบบแอด ก็อย่ารอช้าเพราะเวลาไม่เคยคอยใคร เพียงหาเวลาว่างสัก 1 วัน เพื่อนๆ ก็สามารถเที่ยวบางปะอินได้แล้วล่ะค่ะ เผยแพร่ใน Facebook : TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง วันที่ 11 กรกฎาคม 2562

สถานีต่อไป…บางปะอิน อ่านเพิ่มเติม

สะพายกล้อง เที่ยวอยุธยา

กรุงศรีอยุธยา เป็นราชธานีเก่าแก่ของไทยที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาอย่างยาวนานถึง 417 ปี แม้จะถูกทำลายจากการศึกสงคราม แต่ก็ยังคงหลงเหลือโบราณสถานและโบราณวัตถุมากมาย ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีตได้เป็นอย่างดี.ปัจจุบันอยุธยาได้กลายเป็นเมืองมรดกโลก ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมากมาย ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่หลายๆ คนอยากมาสัมผัส สำหรับสถานที่แรกที่ต้องอยู่ในลิสต์เส้นทางท่องเที่ยวของอยุธยานั่นก็คือ “วัดพระศรีสรรเพชญ์” เพราะวัดแห่งนี้ในอดีตเป็นวัดประจำพระบรมมหาราชวัง ใช้สำหรับประกอบพระราชพิธีสำคัญต่างๆ.ไฮไลท์ของวัดนี้ก็คือ เจดีย์ทรงระฆัง 3 องค์ ซึ่งภายในบรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3 และสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 เดิมระหว่างเจดีย์มีมณฑปคั่น แต่ได้หักพังไปหมดเหลือเพียงฐานและผนังบางส่วน แม้วัดจะทรุดโทรมลงไปมาก แต่ก็ยังคงความงามไว้ให้เราได้ชมกัน.มุมนี้เป็นมุมที่สามารถมองเห็นเจดีย์ได้ครบทั้ง 3 องค์ แม้ว่าจะเห็นแบบไม่เต็มองค์ แต่ก็มีองค์ประกอบอื่นๆ มาเสริม ทำให้ดูเก๋ไก๋ไปอีกแบบ วัดพระศรีสรรเพชญ์.ที่ตั้ง ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.ค่าเข้าชม : ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาทตั๋วรวม ชาวไทย 40 บาท ชาวต่างชาติ 220 บาท(สามารถเข้าชมได้ 6 วัด ได้แก่ วัดพระศรีสรรเพชญ์และพระราชวังโบราณ วัดพระราม วัดราชบูรณะ วัดมหาธาตุ วัดไชยวัฒนาราม และวัดมเหยงคณ์ บัตรมีอายุ 30 วัน เข้าชมได้วัดละ 1 ครั้ง) ต่อมาเป็น “ป้อมเพชร” ป้อมปราการขนาดใหญ่และสำคัญของเมือง เป็นป้อมรูปทรงหกเหลี่ยม ตั้งอยู่บริเวณมุมทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะเมือง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา.บริเวณนี้เป็นจุดที่แม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสักไหลมาบรรจบกัน เมื่อหันหน้าออกสู่แม่น้ำ เพื่อนๆ จะเห็นวิววัดพนัญเชิงและวัดบางกะจะด้วยค่ะ.ถ้าจะมาถ่ายรูปและชมวิวแม่น้ำ ณ ที่แห่งนี้ แอดแนะนำให้มาตอนเย็นนะคะ เพราะแดดไม่ร้อนมาก เพื่อนๆ จะได้มีรูปสวยๆ ติดไม้ติดมือกลับบ้านค่ะ ป้อมเพชร.ที่ตั้ง ถนนอู่ทอง ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา “วัดราชบูรณะ” เป็นอีกหนึ่งโบราณสถานที่สำคัญ เพราะสร้างขึ้นบริเวณที่ถวายพระเพลิงพระศพเจ้าอ้ายพระยาและเจ้ายี่พระยา.จุดที่น่าสนใจคือ ปรางค์ประธานขนาดใหญ่ที่ก่อด้วยอิฐและศิลาแลง ภายในปรางค์มีกรุซึ่งเคยขุดพบสิ่งของมีค่าต่างๆ เช่น เครื่องราชูปโภคที่ทำด้วยทองคำ มงกุฎ พระพุทธรูป พระพิมพ์ และของมีค่าอื่นๆ อีกจำนวนมาก.ด้านหน้าปรางค์ทางทิศตะวันออกคือที่ตั้งของวิหารหลวง เมื่อมองจากด้านหน้าวิหารเข้ามา จะเห็นพระปรางค์อยู่ในกรอบประตูพอดี เมื่อถ่ายรูปจึงทำให้ดูดีมีมิติมากยิ่งขึ้นค่ะ . วัดราชบูรณะ.ที่ตั้ง ถนนชีกุน ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.ค่าเข้าชม : ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาทตั๋วรวม ชาวไทย 40 บาท ชาวต่างชาติ 220 บาท(สามารถเข้าชมได้ 6 วัด ได้แก่ วัดพระศรีสรรเพชญ์และพระราชวังโบราณ วัดพระราม วัดราชบูรณะ วัดมหาธาตุ วัดไชยวัฒนาราม และวัดมเหยงคณ์ บัตรมีอายุ 30 วัน เข้าชมได้วัดละ 1 ครั้ง) “วัดมหาธาตุ” เป็นวัดสำคัญที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง มีปรางค์ขนาดใหญ่เป็นประธานของวัด สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพระงั่ว) เคยพังทลายลงในสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม แต่ก็ได้มีการบูรณปฎิสังขรณ์ จนกระทั่งพังถล่มลงมาอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 6 เหลือเพียงส่วนล่างของเรือนธาตุ.สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดแห่งนี้ นอกจากเศียรพระในต้นไม้แล้ว ยังมีเจดีย์แปดเหลี่ยม ซึ่งรูปแบบและลวดลายที่ปรากฏแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลล้านนา พบเพียงองค์เดียวในอยุธยา.มุมนี้เพื่อนๆ สามารถเดินชิลๆ ถ่ายรูปเก๋ๆ คู่กับเจดีย์แปดเหลี่ยมได้ค่ะ วัดมหาธาตุ.ที่ตั้ง ถนนนเรศวร ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.30 น.ค่าเข้าชม : ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาทตั๋วรวม ชาวไทย 40 บาท ชาวต่างชาติ 220 บาท(สามารถเข้าชมได้ 6 วัด ได้แก่ วัดพระศรีสรรเพชญ์และพระราชวังโบราณ วัดพระราม วัดราชบูรณะ วัดมหาธาตุ วัดไชยวัฒนาราม และวัดมเหยงคณ์ บัตรมีอายุ 30 วัน เข้าชมได้วัดละ 1 ครั้ง) สำหรับใครที่ยังคงฟินและอินกับละครเรื่องบุพเพสันนิวาสอยู่ละก็ ต้องมาที่นี่เลย “วัดไชยวัฒนาราม” เพราะที่นี่เป็นหนึ่งในฉากสำคัญของละครเรื่องนี้.วัดไชยวัฒนาราม เป็นวัดที่สมเด็จพระเจ้าปราสาททองทรงสร้างขึ้นบริเวณนิวาสสถานเดิมของพระราชมารดา เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล และต่อมายังใช้เป็นที่ถวายพระเพลิงพระศพของพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ด้วย สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในวัดแห่งนี้ก็คือ ปรางค์ประธานที่ตั้งอยู่กึ่งกลางของวัด โดยมีปรางค์บริวารอยู่ที่มุมทั้ง 4.โดยมุมนี้เพื่อนๆ จะได้เห็นทั้งพระปรางค์และระเบียงคดที่มีพระพุทธรูปเรียงรายอยู่ รวมทั้งเมรุทิศเมรุรายทางด้านหลังด้วย วัดไชยวัฒนาราม.ที่ตั้ง หมู่ 2 ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.ค่าเข้าชม : ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาทตั๋วรวม ชาวไทย 40 บาท ชาวต่างชาติ 220 บาท(สามารถเข้าชมได้ 6 วัด ได้แก่ วัดพระศรีสรรเพชญ์และพระราชวังโบราณ วัดพระราม วัดราชบูรณะ วัดมหาธาตุ วัดไชยวัฒนาราม และวัดมเหยงคณ์ บัตรมีอายุ 30 วัน เข้าชมได้วัดละ 1 ครั้ง) ที่สุดท้ายคือ “วัดวรเชษฐ์” หรือ “วัดวรเชต” วัดแห่งนี้ตั้งอยู่นอกเกาะเมือง

สะพายกล้อง เที่ยวอยุธยา อ่านเพิ่มเติม

วัดราชบูรณะ : กรุสมบัติสมัยกรุงศรีอยุธยา

วัดราชบูรณะ : กรุสมบัติสมัยกรุงศรีอยุธยา.วัดราชบูรณะ ตั้งอยู่บริเวณเชิงสะพานป่าถ่าน ตรงข้ามกับวัดมหาธาตุ ภายในเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา มีฐานะเป็นพระอารามหลวง สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดนี้ขึ้นเมื่อ พ.ศ.1967 บริเวณที่ถวายพระเพลิงพระศพเจ้าอ้ายพระยาและเจ้ายี่พระยา พระเชษฐาซึ่งสิ้นพระชนม์ลงเนื่องจากการรบเพื่อแย่งชิงราชสมบัติ ส่วนสถานที่ที่พระเชษฐาทั้ง 2 สิ้นพระชนม์นั้น โปรดเกล้าฯ ให้ก่อเจดีย์ 2 องค์ นามว่า เจดีย์เจ้าอ้ายพระยา-เจ้ายี่พระยาเพื่อเป็นอนุสรณ์ ปัจจุบันอยู่บริเวณเกาะกลางถนน ตรงแยกถนนนเรศวรตัดกับถนนชีกุน หรือทางด้านหน้ากึ่งกลางระหว่างวัดมหาธาตุกับวัดราชบูรณะ วัดราชบูรณะเป็นพระอารามหลวงขนาดใหญ่ ภายในประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างต่างๆ มากมาย ที่เป็นแกนหลักสำคัญของวัดคือ ปรางค์ประธานที่ล้อมรอบด้วยระเบียงคด มีวิหารตั้งอยู่ด้านหน้าทางทิศตะวันออก และอุโบสถตั้งอยู่ด้านหลังทางทิศตะวันตกในแนวแกนเดียวกัน แม้จะเหลือเพียงซากโบราณสถาน เราก็ยังสัมผัสได้ถึงร่องรอยของความยิ่งใหญ่และความรุ่งเรืองในอดีต วิหารหลวง ตั้งอยู่ด้านหน้าวัดทางทิศตะวันออก มีลักษณะแผนผังตามแบบวัดในสมัยอยุธยาตอนต้น ที่บริเวณท้ายวิหารจะยื่นล้ำเข้าไปในแนวระเบียงคด ภายในอาคารปรากฏการเจาะช่องหน้าต่างเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านหน้ามีลวดลายปูนปั้นประดับหน้าบันซุ้มประตู ซึ่งเป็นการบูรณะในสมัยหลัง ปรางค์ประธานเป็นศิลปะอยุธยาตอนต้น ก่อด้วยอิฐและศิลาแลงตั้งอยู่บนฐานไพทีศิลาแลง บนฐานไพทียังมีเจดีย์ประจำมุมและเจดีย์บริวารอีกหลายองค์ ด้านทิศตะวันออกของปรางค์ทำมุขใหญ่ยื่นออกมาเป็นทางเข้า บนสันหลังคาของมุขประดับด้วยเจดีย์ทรงระฆังขนาดเล็กเรียกว่า “เจดีย์ยอด” ส่วนอีก 3 ด้านเป็นซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปูนปั้น ตามส่วนต่างๆ ของปรางค์ยังคงมีลวดลายปูนปั้นหลงเหลือให้เห็นอยู่ ที่โดดเด่นก็คือประติมากรรมปูนปั้นรูปครุฑ ยักษ์ เทวดา และนาค ที่ประดับอยู่เหนือเรือนธาตุ ภายในองค์ปรางค์มีกรุ 2 กรุ ซึ่งเรียงกันลงไปแนวดิ่ง ทั้ง 2 กรุมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยอยุธยาตอนต้น ที่แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลศิลปะจีน ซึ่งปัจจุบันเลือนรางมากแล้ว และที่กรุชั้นล่างนี้ยังเคยเป็นที่เก็บเครื่องทองของมีค่าต่างๆ เป็นจำนวนมากด้วย โดยปกติแล้วกรุเป็นที่เก็บพระพุทธรูปและของมีค่าต่างๆ ที่ผู้ศรัทธาถวายไว้เป็นพุทธบูชา เมื่อสร้างเสร็จก็จะปิดตาย แต่เมื่อ พ.ศ.2500 ได้มีคนร้ายลักลอบเข้าไปขุดหาของมีค่าในกรุปรางค์ประธานวัดราชบูรณะ กรมศิลปากรจึงต้องดำเนินการขุดแต่ง ซึ่งก็ได้พบเครื่องราชูปโภคที่ทำด้วยทองคำ พระพิมพ์ และของมีค่าอื่นๆ เป็นจำนวนมาก จึงได้นำพระพิมพ์ส่วนหนึ่งให้ประชาชนเช่าไปบูชา เพื่อนำเงินมาสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา และนำสิ่งของต่างๆ ที่ได้จากกรุมาเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ นอกจากนี้กรมศิลปากรยังได้ทำบันไดทอดลงสู่ด้านในของปรางค์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถลงไปชมภาพจิตรกรรมภายในกรุได้ด้วย แต่ตอนนี้กรุปิดเนื่องจากกำลังบูรณะอยู่ค่ะ ด้านหลังปรางค์เป็นอุโบสถตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก ซึ่งยังคงปรากฏซากของตัวอาคารและใบเสมาหลงเหลืออยู่ นอกจากนี้ ภายในวัดยังมีสิ่งก่อสร้างอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก เช่น วิหารราย เจดีย์รายรูปทรงต่างๆ ฯลฯ ที่ตั้ง : ภายในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.โทร. 035 242 525พิกัด : https://goo.gl/maps/u8pignHRWDUz9o4eA ค่าเข้าชม : ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท นักท่องเที่ยวสามารถซื้อตั๋วรวมเข้าชมวัดในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้ชาวไทย 40 บาท ชาวต่างชาติ 220 บาทโดยบัตรมีอายุ 30 วัน เข้าชมได้ 6 วัด (วัดละ 1 ครั้ง) ได้แก่– วัดพระศรีสรรเพชญ์ และพระราชวังโบราณ– วัดพระราม– วัดราชบูรณะ– วัดมหาธาตุ– วัดไชยวัฒนาราม– วัดมเหยงคณ์ เผยแพร่ใน Facebook : TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง วันที่ 27 มิถุนายน 2562

วัดราชบูรณะ : กรุสมบัติสมัยกรุงศรีอยุธยา อ่านเพิ่มเติม

Scroll to Top