สุราษฎร์ธานี

สุราษฎร์ธานี

9 จุด ถ่ายรูปกับ เขา

1. เขาโปกโล้น ร่องเขานครชุม จ.พิษณุโลก เขาโปกโล้น ตั้งอยู่ที่ตำบลนครชุม อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก เป็นจุดชมวิวธรรมชาติและทะเลหมอก ระยะทางเดินขึ้นไปประมาณ 1-2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 30-40 นาที ถ้าโชคดีในช่วงเช้าเราจะเห็นทะเลหมอก ซึ่งในฤดูหนาวจะมีทะเลหมอกทุกวันเลยนะ แต่ถ้าไม่มีหมอก เราก็ถ่ายรูปกับเขาก็ได้ สวยเหมือนกัน ฮ่าๆ และตามเส้นทางเดินยังมีจุดสำคัญให้ศึกษา ไม่ว่าจะเป็นบ่อเสือตก น้ำบ่อศักดิ์สิทธิ์ และถ้ำผาปอง เป็นต้น  สำหรับที่พัก แอดแนะนำให้พักที่โฮมสเตย์ในอำเภอนครชุม เพราะเราจะต้องตื่นเช้า ประมาณ 05.00 น. เพื่อเดินขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามที่เขาโปกโล้นกัน ราคาโฮมสเตย์ 450 บาท/คน มีอาหารให้ 2 มื้อ คือมื้อเย็นและมื้อเช้า  ถ้าหากพร้อมแล้วและสนใจพิชิตทะเลหมอกติดต่อ อบต.นครชุม โทร 055 009 808 การเดินทาง ไปตามเส้นทางพิษณุโลก-นครไทย จากนั้นขับรถไปที่ตำบลนครชุม ประมาณ 28 กิโลเมตร ซึ่งห่างจากตัวเมืองพิษณุโลกประมาณ 100 กิโลเมตรพิกัด : https://goo.gl/maps/qfZa5MPvr8Q2 2.จุดชมวิวบ้านจ่าโบ่ จ.แม่ฮ่องสอน เป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินถ่ายรูป ที่ไม่ว่าใครก็ต้องมานั่งกินก๋วยเตี๋ยวห้อยขา ท่ามกลางหุบเขาและวิวทะเลหมอกแบบนี้  นั่งถ่ายรูปสวยๆ กินบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเขียวชอุ่มและอากาศบริสุทธิ์ เติมพลังกันให้เต็มที่ไปเลย บ้านจ่าโบ่ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากอำเภอปายมากนัก ใช้เวลาเดินทางจากอำเภอปายประมาณ 1 ชั่วโมง ถ้าใครที่ไปเที่ยวปาย ก็อย่าลืมแวะไปด้วยนะครับผม การเดินทางจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนวิ่งตามทางหลวงหมายเลข 1095 ไปทางอำเภอปางมะผ้า จนถึงแยกจุดตรวจแม่ละนา ให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1226 อีก 3.5 กิโลเมตร จะถึงจุดชมวิวบ้านจ่าโบ่พิกัด : https://goo.gl/maps/yvUfLiyGYex 3.เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี หรือที่ใครๆ รู้จักกันดีว่า “เขื่อนเชี่ยวหลาน” อันเป็นชื่อดั้งเดิม ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเขื่อนรัชชประภาในปัจจุบัน สำหรับเขื่อนรัชชประภานั้น มีจุดเด่นอยู่ตรงที่ภายในทะเลสาบเหนือเขื่อนเต็มไปด้วยภูเขาหินปูนธรรมชาติที่มีรูปร่างต่างๆ แปลกตา สวยงามลงตัวราวกับบรรจงสร้างมาให้เราเข้าไปชมเลยล่ะ  ไปยืนถ่ายรูปที่หัวเรือ โพสท่าเก๋ๆ คู่กับภูเขาหินปูน เอามาไว้โพสต์อวดเพื่อนๆ ในโซเชียล กิจกรรมที่น่าสนใจ– นอนเล่นกลางแพชมวิวทะเลสาบ อ่านหนังสือเล่มโปรด ฟังเพลงเบา ๆ – ล่องเรือชมธรรมชาติเหนือเขื่อน ชมเขาสามเกลอ หนึ่งในไฮไลท์ของภูเขาหินปูนที่อยู่ในอ่างเก็บน้ำ– พายเรือคายักหรือแคนู ซึ่งที่พักบางแห่งจะจัดไว้บริการนักท่องเที่ยว– ท่องถ้ำน้ำทะลุ ซึ่งเป็นถ้ำที่อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ 6 กิโลเมตร เป็นถ้ำใหญ่ที่มีธารน้ำไหล มีหินงอกหินย้อยที่งดงาม การเดินเที่ยวถ้ำจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง การเดินทางจากอำเภอเมืองฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 401 แยกเข้าสู่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ขส.2 (เชี่ยวหลาน) ตรงหลักกิโลเมตรที่ 60 ระยะทาง 14 กิโลเมตรพิกัด : https://goo.gl/maps/kXnARbdFFuv 4.เสม็ดนางชี จ.พังงา มาพังงาทั้งที ถ้าไม่ได้ไปเสม็ดนางชีถือว่าพลาด ถ้ามีโอกาสแอดอยากจะแนะนำให้ขึ้นไปชมวิวสุดประทับใจ ถ่ายรูปคู่กับทิวทัศน์สวยๆ ที่นี่ซักครั้ง นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปกางเต็นท์นอนค้างแรมเพื่อรอชมกลุ่มดาวเต็มท้องฟ้า และเมื่อเช้าวันใหม่อันสดใสมาถึง ทิวทัศน์ของตะวันขึ้นที่อ่าวพังงาก็จะติดตาตรึงใจเพื่อนๆ ไปอีกนาน ด้านบนมีร้านอาหาร มีเมนูทั้งอาหารคาวและอาหารหวานให้เราได้เลือกทานอย่างหลากหลาย  หรือจะชมแสงสุดท้ายยามเย็น พร้อมนั่งทานอาหารสุดอร่อย ดื่มด่ำกับวิวธรรมชาติอันสวยงาม ขอบอกเลยว่าจะทำให้มื้ออาหารมื้อนี้ประทับใจไม่รู้ลืมเลยล่ะ การเดินทางจากตัวเมืองพังงา ใช้เส้นทางพังงา-โคกกลอย เข้าสู่อำเภอตะกั่วทุ่งไปยังบ้านท่าอยู่ สังเกตจะมีสะพานลอยอยู่ก่อนถึงทางเข้าบ้านท่าอยู่ และมีซอยเล็กๆ ให้เลี้ยวเข้าไป ขับตรงไปอีกประมาณ 13 กิโลเมตร จะถึงจุดจอดรถพิกัด : https://goo.gl/maps/CFH2LK5vscQ2 5.ม่อนครูบาใส อุทยานแห่งชาติแม่เมย จ.ตาก ม่อนครูบาใส อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นจุดชมทะเลหมอกยามเช้า วิวภูเขา และพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงาม นอกจากนี้ยังเป็นจุดที่มองเห็นดาวได้ชัดเจนอีกด้วย สามารถถ่ายรูปสวยๆ กับวิวสุดอลังการเก็บไปชมได้ไม่มีเบื่อเลยล่ะ ข้างบนนี้สามารถกางเต็นท์นอนได้ แต่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ เลย เพราะฉะนั้นต้องเตรียมอาหาร น้ำ และสิ่งของจำเป็นต่างๆ ขึ้นไปให้เรียบร้อยนะครับ การเดินทางแนะนำให้ใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ เพราะช่วงนี้หน้าฝน ถนนอาจจะมีหลุมมีบ่ออยู่บ้าง และควรสอบถามกับทางอุทยานฯ ก่อนไปนะครับ ว่าเหมาะที่จะขึ้นไปเที่ยวหรือไม่ แต่ถ้าฝนไม่ตกติดต่อกันหลายวัน ก็สามารถขึ้นได้ครับผม การเดินทางจากตัวเมืองตาก ไปตามทางหลวงหมายเลข 105 (เส้นทางแม่สอด-แม่ระมาด-ท่าสองยาง) ระยะทางประมาณ 114 กิโลเมตร เลี้ยวขวาที่จุดตรวจแม่สลิด ซึ่งเป็นทางที่จะตัดไปสู่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นทางขึ้นเขาไปอีกประมาณ 11 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ (ทางขึ้นเขาเป็นทางลาดชัน รถบัสใหญ่ไม่สามารถขึ้นได้)พิกัด : https://goo.gl/maps/5nbbC1GW7b42 6.ดอยหัวหมด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จ.ตาก ยอดเขาหัวโล้นที่ปกคลุมด้วยต้นหญ้าและไม้ทนแล้ง ไม่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้น เป็นที่มาของชื่อ “ดอยหัวหมด” บ้างก็เรียกว่า “เขาหัวโล้น” ลักษณะเป็นภูเขาหินปูนทอดตัวเป็นแนวยาวหลายลูกติดต่อกัน สามารถชมวิวได้รอบทิศ  ไฮไลท์เด่นของที่นี่คือ การชมพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางทะเลหมอกในยามเช้า ควรเดินทางมาถึงจุดชมวิวในช่วง 05.00-06.00 น.  ดอยหัวหมดเป็นเนินที่ไม่สูงมากและระยะทางเดินไม่ไกลมากนัก เดินกันได้ชิลๆ ถ่ายรูปกันได้เรื่อยๆ เลยล่ะ การเดินทาง จากตัวเมืองตาก ใช้ทางหลวงหมายเลข 105 (ตาก-แม่สอด) ถึงหลักกิโลเมตรที่ 96 เปลี่ยนมาใช้ทางหลวงหมายเลข 1090 (แม่สอด-อุ้มผาง) เข้าสู่อำเภออุ้มผาง มุ่งหน้าบ้านปะหละทะ บริเวณกิโลเมตรที่ 10-11 จะมีทางแยกซ้ายไปดอยหัวหมด ประมาณ 700 เมตร จะถึงจุดจอดรถพิกัด : https://goo.gl/maps/V1k4MoZt7FD2 7.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก เมื่อมาถึงอำเภอเนินมะปรางกิจกรรมอย่างหนึ่งที่ห้ามพลาดเลยก็คือ การไปชมวิวภูเขาหินปูนล้านปี ที่บ้านมุง บอกเลยว่าภูเขาสวยอลังการมาก ถ่ายรูปออกมาแล้วให้ความรู้สึกเหมือนหลุดไปในภาพยนตร์เรื่องอวตารกันเลยทีเดียว ถ้าจะให้ดีต้องลองนั่งรถอีแต๊กที่ชาวบ้านบริการ หรือนำจักรยานมาปั่นเองในช่วงยามเย็น จะได้สัมผัสบรรยากาศของพระอาทิตย์ตกและธรรมชาติที่สวยงามบริเวณนั้น และยังสามารถรอชมฝูงค้างคาวนับล้านบินออกจากถ้ำไปหากิน ตอนเวลาประมาณ 18.00-19.00 น. ได้อีกด้วยนะ หากใครอยากลองนั่งรถอีแต๊กชมภูเขาหินปูนล้านปี ติดต่อได้ที่ คุณพิษณุชัย ทรงพุฒิ โทร. […]

9 จุด ถ่ายรูปกับ เขา อ่านเพิ่มเติม

มหัศจรรย์ยามน้ำลด…UNSEEN THAILAND

1. เกาะนางยวน สุราษฎร์ธานี ที่อยู่ : เกาะนางยวน ตำบลเกาะเต่า อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี 2. เกาะไก่ เกาะหม้อ เกาะทับ เกาะปอดะ จังหวัดกระบี่ 3.เกาะมันใน ระยอง ที่ตั้ง : ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง 4.หาดมังกร หรือสันหลังมังกร เกาะกวาง เกาะปูเลาอูบี และเกาะปูเลาตีกอ  ที่ตั้ง: เกาะกวาง หมู่ 1 ตำบลตันหยงโป อำเภอเมือง จังหวัดสตูล 5.หาดแม่หาด เกาะพะงัน  ที่ตั้ง : บ้านโฉลกหลำ ตำบลเกาะพะงัน อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

มหัศจรรย์ยามน้ำลด…UNSEEN THAILAND อ่านเพิ่มเติม

10 สถานที่ชมพระอาทิตย์ขึ้น-พระอาทิตย์ตก สุดแจ่ม!

1.หาดทรายรี เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี เกาะสวรรค์สำหรับนักดำน้ำ ไม่ต้องพูดถึงน้ำทะเลและปะการัง เพราะสวยงามมากมายเคยติดอันดับโลกมาแล้ว ทีเด็ดอีกอย่างคือการรอชมพระอาทิตย์ตกกลางทะเลบริเวณหาดทรายรี วันไหนฟ้าเปิด เมฆน้อยๆรับรองจะได้เห็นไข่แดงกลมโตตกกลางทะเลให้ได้ถ่ายภาพสวยๆกันอย่างแน่นอน ช่วงเวลาที่น่าเที่ยวเกาะเต่าตั้งแต่เมษายน-ตุลาคมของทุกๆปี 2.สะพานแขวนสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี จ.ตาก ถือว่าเป็นจุดชมวิวริมแม่น้ำปิงที่สวยงามที่สุดของ จ.ตาก เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะช่วงเวลาพระอาทิตย์ตก บริเวณโดยรอบสะพานยังมีสวนเฉลิมพระเกียรติ มีทั้งสวนสุขภาพ สนามกีฬาหลากหลายชนิดทอดขนานไปกับลำน้ำปิง รวมทั้งอาคารกิตติคุณสำหรับจัดกิจกรรมต่างๆ ในปัจจุบันสะพานแขวนและสวนเฉลิมพระเกียรติฯ แห่งนี้คือสถานที่ที่จังหวัดตากใช้จัดงานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีปพันดวง ซึ่งเป็นงานประเพณีประจำท้องถิ่นของจังหวัดตากที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร 3.ปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ บรรยากาศยามเย็นที่นี่ดูดีไม่น้อย ชมวิถีชีวิตของชาวนครสวรรค์ริมสายน้ำแหล่งต้นกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยา นั่งกินลมชมวิวหรือรับประทานอาหารเย็นอร่อยๆกับร้านอาหารริมแม่น้ำหลากหลายร้าน 4 ชั่วโมงจากรุงเทพฯ ว่างๆลองมาสัมผัสสักครั้งไม่ผิดหวังแน่นอน 4.อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เมืองเก่าโบราณของประเทศไทย จะนั่งรถราง หรือปั่นจักรยานชมรอบๆอุทยานฯก็ได้ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะตก บรรยากาศช่างสวยงามน่าหลงใหล ยิ่งถ้าเจอมุมดีๆ รับรองได้ภาพสวยๆไปอวดเพื่อนๆในโซเชี่ยลอย่างแน่นอน 5.อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง จ.สุรินทร์ ใครว่าอีสานแห้งแล้ง ปัจจุบันบ่แม่นแล้วเด้ออ โดยเฉพาะเมืองสุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่ มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย หนึ่งในนั้นคืออ่างเก็บน้ำห้วยเสนง แนะนำมาตอนเช้าๆ รอชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนืออ่างเก็บน้ำอันกว้างใหญ่ วันไหนท้องฟ้าสดใส อากาศเป็นใจ จะได้เจอพระอาทิตย์ดวงโตๆ แสงสะท้อนน้ำสีทองอร่าม รับรองว่าได้กดซัตเตอร์กันแบบรัวๆเลยแหล่ะ 6.ริมแม่น้ำโขง อ.เชียงคาน จ.เลย บรรยากาศยามเย็นที่นี่บอกเลยว่า ฟิน!! สองฝั่งโขงไทย-ลาว เทือกเขาสุดสายตา หลังพระอาทิตย์ตกเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนโปรดปราน เดินเล่น ถ่ายรูป เสร็จแล้วไปหาของกินอร่อยๆที่ถนนคนเดินเชียงคาน โดยเฉพาะช่วงวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ จะคึกคักเป็นพิเศษ พี่พัก ร้านอาหาร ริมฝั่งโขง เก๋ๆเพียบ หน้าร้อนมานอนรับลมเล่นริมโขงสักวันวองวัน ก็ไม่เลวทีเดียว 7.สถานตากอากาศบางปู จ.สุทรปราการ แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมใกล้กรุงเทพฯ ใครๆก็มาดูนกนางนวลที่นี่โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายน-เมษายน ของทุกๆปี นกนางนวลจะบินอพยบหนีหนาวมาจำนวนมาก ช่วงเวลาพระอาทิตย์กำลังจะตกหลายคนตั้งตารอชมแสงสีทองสะท้อนน้ำทะเล พระอาทิตย์ดวงกลมโต พร้อมกับฝูงนกนางนวลโบยบินกลับรัง ชมวิวเสร็จสามารถไปทานอาหารเย็นต่อได้ที่ร้านอาหารศาลาสุขใจ นั่งทานข้าวชมวิวเพลินๆ แล้วถ้าอยากนอนค้างสักคืนต่อ ปัจจุบันมีรีสอร์ทเปิดบริการแล้วหลายที่บริเวณใกล้เคียงสถานตากอากาศบางปู 8.อ่าวประจวบ จ.ประจวบคีรีขันธ์ แสงเช้าที่อ่าวประจวบ..ใครตื่นเช้าออกมารับลมทะเลเย็นๆรอชมพระอาทิตย์ขึ้นที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอน ช่วงนี้หน้าร้อนท้องฟ้าเปิด ยามเช้านี่แหล่ะตอบโจทย์ที่สุด บรรยากาศสวย อากาศไม่ร้อนมาก สายๆไปเล่นน้ำทะเลที่อ่าวมะนาว บริเวณอ่าวประจวบมีที่พัก ร้านอาหาร พร้อมบริการเพียบ 4 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ น่าสนใจมากๆกับอีกหนึ่งตัวเลือกการท่องเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์ 9.หนองทะเล จ.กระบี่ หนองทะเล เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ ไม่ไกลจากอ่าวนางมากนัก เป็นที่เที่ยวใหม่สำหรับนักถ่ายภาพเลยก็ว่าได้ ลักษณะเป็นหนองน้ำ มีภูเขาหินปูนล้อมรอบ ดวงอาทิตย์ขึ้นจากด้านหลังแนวเทือกเขา เมื่อแสงอาทิตย์พ้นแนวภูเขากระทบกับหมอกและน้ำอันสงบนิ่งยามเช้าสวยงามมากๆ เพราะฉะนั้นต้องไปสัมผัสด้วยตาสักครั้งนึงในชีวิต 10.สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.พัทลุง รู้หรือไม่..สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.พัทลุง เป็นสะพานที่ยาวที่สุดของประเทศไทยตอนนี้ ตัวสะพานนี้ทอดยาวบนทะเลน้อย เชื่อมระหว่างอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง และอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ทำให้ทัศนียภาพโดยรอบเป็นเวิ้งน้ำกว้างไกล สามารถเห็นทะเลบัวแดงในช่วงเช้า ในช่วงสายก็จะพบกับเหล่าควายน้ำ นกน้ำ ออกมาหากิน และไฮไลท์คือช่วงเย็นเส้นทางนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นจุดถ่ายภาพพระอาทิตย์ที่สวยที่สุดเลยก็ว่าได้

10 สถานที่ชมพระอาทิตย์ขึ้น-พระอาทิตย์ตก สุดแจ่ม! อ่านเพิ่มเติม

Feel fresh with DAM – 7 เขื่อนต้องไปเยือน

Feel fresh with DAM – 7 เขื่อนต้องไปเยือน เขื่อนภูมิพล จ.ตาก เขื่อนภูมิพล เดิมชื่อเขื่อนยันฮี ตั้งอยู่ที่ อ.สามเงา เป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งแรกที่สร้างด้วยคอนกรีตรูปโค้งขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและเอเชียอาคเนย์ สร้างกั้นลำน้ำปิงที่บริเวณเขาแก้วเพื่อผลิตไฟฟ้าและใช้ในการชลประทาน นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืด และเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 463-464 ให้เลี้ยวซ้ายแล้วตรงไป 17 กิโลเมตร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเขื่อนภูมิพล โทร. 055 549 509 ต่อ 4002, 4003พิกัด : https://goo.gl/maps/vwED7Z9a8Tv เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี  เขื่อนวชิราลงกรณ เดิมชื่อเขื่อนเขาแหลม ตั้งอยู่ที่ ต.ท่าขนุน เป็นเขื่อนหินทิ้งดาดหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้างกั้นลำน้ำแควน้อย เป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำอเนกประสงค์ สามารถนั่งเรือหรือล่องแพชมทิวทัศน์ที่สวยงามบริเวณเหนือเขื่อนได้ การเดินทางจากตัวเมืองกาญจนบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 323 (กาญจนบุรี-ทองผาภูมิ) ถึง อ.ทองผาภูมิ และจาก อ.ทองผาภุูมิไปยังเขื่อนอีก 20 กิโลเมตร รวมระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมอำเภอทองผาภูมิ (บริการบ้านพักและเรือเช่า)โทร. 034 599 077 ต่อ 2502, 2506การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยโทร. 02 436 6046-8พิกัด : https://goo.gl/maps/UDGWBvYrGrw เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี เขื่อนป่าสักฯ ตั้งอยู่ที่บ้านแก่งเสือเต้น ต.หนองบัว อ.พัฒนานิคม เป็นเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทย มีจุดชมวิวบริเวณสันเขื่อนและพิพิธภัณฑ์ลุ่มน้ำป่าสักให้ได้ชมกันด้วย  สำหรับผู้ที่อยากชมทัศนียภาพรอบเขื่อน ที่นี่ก็มีบริการรถรางด้วย โดยจะแล่นไปตามสันเขื่อน ใช้เวลาไป-กลับประมาณรอบละ 50 นาที เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.ค่าบริการ ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท  การเดินทางโดยรถยนต์– จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ผ่าน จ.สระบุรี จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 21 (สระบุรี-หล่มสัก) เข้าสู่ จ.ลพบุรี ระยะทางประมาณ 21 กม. แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3017 ไปทาง อ.พัฒนานิคม อีกประมาณ 16 กิโลเมตร – จากตัวเมืองลพบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 3017 (ลพบุรี-โคกตูม-พัฒนานิคม) ระยะทาง 48 กิโลเมตร  โดยรถโดยสารประจำทางมีรถสองแถว สายลพบุรี-วังม่วง ผ่านหน้าเขื่อนป่าสักสิทธิ์รถออกจากสถานีขนส่งผู้โดยสารลพบุรี ตั้งแต่เวลา 06.00 – 17.30 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมศูนย์บริการนักท่องเที่ยว โทร. 036 494 243, 036 494 291-2พิกัด : https://goo.gl/maps/Dshp9j15v6x เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี เขื่อนสิรินธร หรือที่เรียกกันว่าเขื่อนโดมน้อย เป็นเขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียว สร้างกั้นลำน้ำโดมน้อยซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำมูล เพื่อใช้ประโยชน์ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและการชลประทาน  บริเวณเขื่อนประกอบด้วย สวนพฤกษศาสตร์ สวนน้ำพุ ศาลาพักผ่อนริมทะเลสาบ เย็นสบายแน่นอน แอดคอนเฟิร์ม ^^  หากอยากพักค้างคืนทางเขื่อนก็มีบริการบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว และยังมีบริการล่องเรือชมอ่างเก็บน้ำด้วย โดยสามารถติดต่อล่วงหน้าได้ การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 24 ออกจากตัวเมืองอุบลราชธานี (ด้านสะพานเสรีประชาธิปไตย) มุ่งไปทาง อ.วารินชำราบ จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 217 จนถึง อ.สิรินธร เลี้ยวขวาที่กิโลเมตร 71 ประมาณ 500 เมตร เขื่อนจะอยู่ห่างจากตัวเมือง 70 กิโลเมตร  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเขื่อนสิรินธร โทร. 045 366 081-3 ต่อ 2708 บริการบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยวโทร. 089 280 3197, 045 366 085 พิกัด : https://goo.gl/maps/RZSo8xCsVbR2 เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์  ตั้งอยู่ที่ ต.ลำปาว มีพื้นที่ครอบคลุม อ.เมือง อ.หนองบัว อ.หนองกุงศรี และ อ.ยางตลาด เป็นเขื่อนดินขนาดใหญ่ สร้างขึ้นเพื่อช่วยบรรเทาอุทกภัยและใช้ประโยชน์ทางการเกษตร นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาอีกด้วย นอกจากชมเที่ยวชมเขื่อนแล้ว บริเวณเขื่อนลำปาวยังมี หาดดอกเกด ซึ่งเป็นหาดเนินดิน เป็นที่พักผ่อนชมวิว รับลมเย็นริมสันเขื่อน และอีกหนึ่งสถานที่ห้ามพลาดสุดฮิต คือ สะพานเทพสุดา สะพานข้ามเขื่อนลำปาวที่ต้องมาชมพร้อมเก็บภาพความสวยงามของสะพานแบบ 360 องศาเลยล่ะ  การเดินทางจาก อ.เมืองกาฬสินธุ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 12 มุ่งหน้าไปทาง จ.มหาสารคาม จนถึงกิโลเมตรที่ 33-34 ให้เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมาย 2416 ไปอีกประมาณ 26 กิโลเมตร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหัวหน้างานจัดสรรน้ำ เขื่อนลำปาว โทร. 081 827 7717 บ้านพักรับรองเขื่อนลำปาว จัดประชุม สัมมนา โทร. 081 051 3426พิกัด : https://goo.gl/maps/yzTq9qeFXBJ2 เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี เขื่อนรัชชประภา เดิมชื่อเขื่อนเชี่ยวหลาน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 พระราชทานนามให้ใหม่ว่า “เขื่อนรัชชประภา” มีความหมายว่า “แสงสว่างแห่งรัชกาล” ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หมู่ที่ 3 ต.เขาพัง อ.บ้านตาขุน พื้นที่เกือบทั้งหมดของเขื่อนอยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติเขาสก  เขื่อนรัชชประภาเป็นเขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียวอเนกประสงค์ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาก เพราะโดดเด่นในเรื่องของทัศนียภาพที่มีภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตาสวยงามโผล่พ้นน้ำขึ้นมามากมาย บริเวณโดยรอบเขื่อนและอ่างเก็บน้ำเต็มไปด้วยต้นไม้ร่มรื่น  การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 401 แยกเข้าสู่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาสก 2

Feel fresh with DAM – 7 เขื่อนต้องไปเยือน อ่านเพิ่มเติม

ธรรม(ดา) พาทัวร์ ตอน เข้าวัดทำบุญ หนุนนำสิริมงคลแห่งชีวิต

ธรรม(ดา) พาทัวร์ ตอน เข้าวัดทำบุญ เพื่อสิริมงคลแห่งชีวิตชีวิตเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีเรื่องราวซับซ้อนมากมาย ทุกคนล้วนอยากมีชีวิตที่รุ่งเรือง มีบารมีที่แข็งแรง เพราะนั่นคือความมั่นคงของชีวิต ช่วงปีใหม่ไทยแบบนี้ แอดมินเลยอยากแนะนำให้ทุกท่าน เดินทางไปเข้าวัดทำบุญ กราบสักการะขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแห่งชีวิตสืบไป แฟนเพจท่านไหนเคยไปสถานที่ใดแล้วประสบผลดังใจหวัง มาคอมเม้นต์ใต้ภาพ บอกต่อกับเพื่อนๆได้เลยนะ อยากไปทำบุญกับใคร กด Like กด Share กด Tag แล้วไปทำบุญกันน ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ 108 เส้นทางออมบุญ จัดทำโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเดินทางครั้งต่อไป อย่าลืมให้เราเป็น “เพื่อนร่วมทาง” ไปกับคุณสอบถามข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1672 วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม การนมัสการพระปฐมเจดีย์ถือเป็นสิริมงคลและได้อานิสงส์อย่างมาก เนื่องจากเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า  นอกจากนี้ชาวนครปฐมยังเชื่อกันว่า พระร่วงโรจนฤทธิ์นั้นมีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก หากใครอธิษฐานขอพรมักจะได้รับสิ่งนั้นสมดังปรารถนาในทุกประการ ศาลหลักเมือง กรุงเทพ เชื่อกันว่า ผู้ใดได้มาขอพรอันศักดิ์สิทธิ์จากศาลหลักเมืองนี้แล้ว เปรียบประดุจได้เสริมหลักความมั่นคงให้กับชีวิตเหมือนตัดเคราะห์ ต่อดวงชะตา จะมีแต่ความสงบสุข ส่งเสริมวาสนาบารมี ประสบความสำเร็จในสัมมาอาชีพจนถึงหลักชัยในชีวิต  เปิดให้สักการะทุกวัน ตั้งแต่ 8.00-17.00 น. วัดป่าเลไลยก์ สุพรรณบุรี เชื่อกันว่าหากได้มานมัสการหลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์แห่งนี้ จะทำให้ชีวิตมีแต่สิริมงคล เกิดความสุขกาย สบายใจ ชีวิตมีแต่เจริญความรุ่งเรืองยิ่งขึ้น วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เชียงใหม่ พระธาตุเจดีย์วัดพระสิงห์ถือเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดปีมะโรง (งูใหญ่) หากได้มานมัสการอย่างน้อยสักครั้งหนึ่งแล้ว จะเป็นมงคลสูงสุดทำให้อายุมั่นขวัญยืน มีความเจริญรุ่งเรืองตลอดไป นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่เป็นที่เคารพอันได้แก่ พระพุทธสิหิงค์หรือพระสิงห์พุทธรูปที่มีความงดงามตามแบบศิลปะสกุลช่างเชียงแสน วัดพระธาตุช่อแฮ แพร่ พระธาตุแห่งนี้เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีขาล (เสือ) ว่ากันว่าหากนำผ้าแพรเนื้อดีมาถวายองค์พระธาตุช่อแฮจะทำให้ชีวิตมีแต่ความผาสุก มีความรุ่งเรืองในชีวิต หน้าที่การงานและคุ้มครองป้องกันภัยจากศัตรู สำหรับบุคคลทั่วไปเชื่อว่าการสวดบูชาพระธาตุจะช่วยดลบันดาลให้มีชีวิตที่ดีขึ้น วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) อุทัยธานี ที่วัดท่าซุงมีผู้คนจำนวนมากนิยมมานมัสการพระพุทธชินราชจำลองในวิหารแก้ว พระจุฬามณี และกราบสักการะสรีรสังขารของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำซึ่งได้มรณภาพไปตั้งแต่ พ.ศ.2535 เพื่อความเป็นสิริมงคล  นอกจากนี้วัดท่าซุงยังมีชื่อเรื่องยันต์เกราะเพชรที่เชื่อว่าช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัยและป้องกันไสยศาสตร์ได้ วัดป่าเขาน้อย บุรีรัมย์ ผู้ที่มายังวัดป่าเขาน้อยสามารถนมัสการพระเจดีย์ศรีสุวจคุณานุสรณ์ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและอัฐิธาตุของหลวงปู่สุวัจน์เพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนั้นยังสามารถปฏิบัติสมาธิ บำเพ็ญจิตตภาวนา เพื่อเป็นการเพิ่มพูนบารมี บุญกุศลราศี สัมมาปฏิบัติ ให้จิตใจมีอำนาจ มีสติและปัญญา วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช การได้มาสักการพระบรมธาตุเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุแห่งองค์พระสัมมาสัมมาพุทธเจ้านั้นถือเป็นมงคลสูงสุด มีอานิสงส์ให้ชีวิตมีแต่ความสุข ก้าวหน้า และประสบความสำเร็จในการดำรงชีพทุกด้าน นอกจากนี้ผู้ที่ศรัทธาในองค์จตุคามรามเทพยังนิยมมาสักการะเทวรูปท้าวขัตตุคามและท้าวรามเทพในวิหารทรงม้าด้วย เชื่อกันว่าบารมีของท่านนั้นมีอานุภาพดุจพระอาทิตย์และพระจันทร์ที่ขจัดความมืดมัวในโลก ผู้ที่กราบไหว้ขอพรท่านมักได้สมปรารถนา มีโชคลาภ วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร สุราษฎร์ธานี เชื่อกันว่าหากได้มาสักการะองค์พระบรมธาตุไชยา ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุนั้น ถือเป็นสิริมงคลสูงสุด ช่วยให้มีความเจริญรุ่งเรืองและแคล้วคลาดปราศจากอันตราย 

ธรรม(ดา) พาทัวร์ ตอน เข้าวัดทำบุญ หนุนนำสิริมงคลแห่งชีวิต อ่านเพิ่มเติม

เขื่อนเชี่ยวหลาน..การผจญภัยไม่มีสิ้นสุด

มชาติทั้งหลายที่มาเที่ยวเขื่อนเชี่ยวหลาน มีกิจกรรมสุดสนุกมากมายที่ต้องห้ามพลาด…

เขื่อนเชี่ยวหลาน..การผจญภัยไม่มีสิ้นสุด อ่านเพิ่มเติม

9 เส้นทางเดินป่า..ผจญภัยในป่าเขา!

สุดยอดเส้นทางเดินป่าขึ้นเขาสำหรับนักผจญภัยที่ชอบความหวาดเสียว …

9 เส้นทางเดินป่า..ผจญภัยในป่าเขา! อ่านเพิ่มเติม

อาบน้ำแร่ แช่น้ำคลอง ที่คลองน้ำใส-บ้านน้ำราด อําเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ที่แรกชื่อว่า “คลองน้ำใส” ใสสมชื่อจริงๆ ใสจนแสงสามารถส่องลงไปเห็นพื้นและปลาที่อยู่ใต้น้ำได้เลย ที่นี่เป็นคลองต้นน้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และต้นน้ำที่บริสุทธิ์แห่งนี้ยังไหลลงไปหล่อเลี้ยงชีวิตในอีกหลายๆ ชุมชนในอำเภอคีรีรัฐนิคมอีกด้วย

อาบน้ำแร่ แช่น้ำคลอง ที่คลองน้ำใส-บ้านน้ำราด อําเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี อ่านเพิ่มเติม

Scroll to Top