ระนอง

ระนอง

เกาะพยาม ยามไหนก็…รัก

เกาะพยาม ยามไหนก็…รัก  ในทะเลอันดามัน มีเกาะอยู่แห่งหนึ่งที่ในอดีตเรียกว่า “เกาะพิยาม” มาจากคำว่า “พอยาม” (“ยาม” เป็นการนับเวลาในสมัยโบราณ โดย 1 ยามเท่ากับ 3 ชั่วโมง) “พอยาม” จึงหมายถึง การเดินทางมายังเกาะต้องใช้เวลา 3 ชั่วโมงจึงจะถึง ภายหลังเพี้ยนมาเป็น “เกาะพยาม” แต่บ้างก็ว่าที่มาของชื่อ “เกาะพยาม” มาจากคำว่า “พยายาม” เพราะในสมัยก่อนการเดินทางไปยังเกาะพยามมีความยากลำบาก ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ชาวบ้านจึงเรียกเกาะนี้ว่า “เกาะพยายาม” ก่อนจะเพี้ยนมาเป็น “เกาะพยาม” นั่นเอง เกาะพยาม เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงมากของจังหวัดระนอง มีอ่าวหลักๆ อยู่ 4 อ่าวด้วยกัน คือ อ่าวแม่หม้าย อ่าวใหญ่ อ่าวเขาควาย และอ่าวกวางปีบ ซึ่งแต่ละอ่าวตั้งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีก็ถึง การเดินทางบนเกาะพยาม ต้องใช้รถจักรยาน รถจักรยานยนต์ หรือรถอีแต็กเท่านั้น ซึ่งบนเกาะก็มีให้บริการพร้อม การเดินทางมายังเกาะพยาม ต้องนั่งเรือจากท่าเรือเทศบาลตำบลปากน้ำ ซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอเมืองระนองประมาณ 15 นาที เรือมี 2 แบบ ได้แก่– เรือธรรมดา ราคาคนละ 200 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30-2 ชั่วโมง– เรือสปีดโบ๊ท ราคาคนละ 350 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30-40 นาที เมื่อถึงท่าเทียบเรือเกาะพยาม เราก็จะพบกับ “อ่าวแม่หม้าย” ซึ่งเป็นที่ตั้งของท่าเรือหลักและศูนย์กลางความเจริญของเกาะ ใกล้ๆ กัน มีวัดเกาะพยาม ซึ่งโดดเด่นด้วยพระอุโบสถกลางทะเล ที่มีพระพุทธรูปปางลีลาประดิษฐานอยู่บนหลังคา เป็นจุดสังเกตที่เห็นได้แต่ไกลยามนั่งเรือมาสู่เกาะ จุดเด่นของอ่าวนี้คือ หน้าหาดที่หันไปทางทิศตะวันออก จึงสามารถชมทิวทัศน์ยามพระอาทิตย์ขึ้นได้อย่างสวยงาม บริเวณอ่าวแม่หม้ายจะคึกคักกว่าอ่าวอื่นๆ เนื่องจากเป็นที่ตั้งของท่าเทียบเรือ มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า ร้านอาหาร ที่พัก บริการเรือเช่ารอบเกาะ และรถจักรยานยนต์ให้เช่า อ่าวถัดมาคือ “อ่าวใหญ่” อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะ จะว่าไปอ่าวนี้ก็ใหญ่สมชื่อเลยนะคะ มีลักษณะเป็นเวิ้งทอดยาวกว่า 4 กิโลเมตร หาดทรายมีสีดำปนขาว เนื่อละเอียดแน่นนวลเท้า รู้สึกดีมากๆ เลย  อ่าวใหญ่แบ่งออกเป็นอ่าวใหญ่เหนือและใต้ โดยมีลำคลองเล็กๆ เป็นจุดแบ่ง ซึ่งทางตอนใต้ของอ่าวจะมีลักษณะเป็นโขดหิน  เมื่อน้ำลดเราจะเห็นหาดทรายอันกว้างใหญ่กลายเป็นริ้วสีขาวดำ ดูสวยงามแปลกตา มาต่อกันที่ “อ่าวเขาควาย” ทางทิศตะวันตกของเกาะ ลักษณะของอ่าวเป็นรูปโค้งเข้าหากันคล้ายกับเขาควาย อ่าวเขาควายแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง คือ อ่าวเขาควายฝั่งเหนือและฝั่งใต้ โดยไฮไลท์จะอยู่ที่อ่าวเขาควายฝั่งใต้ ซึ่งมีโขดหินที่มีลักษณะเป็นโพรงคล้ายกับซุ้มประตู เรียกกันว่า “เขาทะลุ” หรือ “หินทะลุ” เป็นจุดที่คนนิยมมาถ่ายภาพกันมาก เรียกว่าเป็นแลนด์มาร์กของอ่าวนี้เลยก็ว่าได้ มาถึงอ่าวสุดท้ายกันแล้ว นั่นก็คือ “อ่าวกวางปีบ” ซึ่งเป็นอ่าวที่อยู่ตอนเหนือสุดของเกาะพยาม การเดินทางไปอ่าวนี้ต้องใช้ความพยายามกันสักนิด เนื่องจากนอกจากจะอยู่ไกลแล้ว เส้นทางยังเป็นลูกรังและชันเล็กน้อย แต่เพื่อแลกกับบรรยากาศที่สวยงามและเงียบสงบที่จะได้เจอแล้ว แอดบอกเลยว่าคุ้มค่าสุดๆ  ที่ตั้ง : ตำบลเกาะพยาม อำเภอเมือง จังหวัดระนองโทร. 077 825 308-9 (องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะพยาม) เผยแพร่ใน Facebook : TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง วันที่ 4 มีนาคม 2562

เกาะพยาม ยามไหนก็…รัก อ่านเพิ่มเติม

หลงเสน่ห์… เกาะพยาม

“เกาะพยาม” ตั้งอยู่ในทะเลอันดามัน เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเกาะช้าง ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง จังหวัดระนอง ว่าแต่ชื่อ “เกาะพยาม” นั้นมีที่มาที่ไปยังไงนะ?ว่ากันว่าในอดีตเกาะนี้เรียกว่า “เกาะพิยาม” มาจากคำว่า “พอยาม” (“ยาม” เป็นการนับเวลาในสมัยโบราณ โดย 1 ยามเท่ากับ 3 ชั่วโมง) “พอยาม” จึงหมายถึง การเดินทางมายังเกาะนี้ต้องใช้เวลา 3 ชั่วโมงจึงจะถึง ภายหลังเพี้ยนมาเป็น “เกาะพยาม” แต่บ้างก็ว่าที่มาของชื่อ “เกาะพยาม” มาจากคำว่า “พยายาม” เพราะในสมัยก่อนการเดินทางไปยังเกาะพยามมีความยากลำบาก ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ชาวบ้านจึงเรียกเกาะนี้ว่า “เกาะพยายาม” ก่อนจะเพี้ยนมาเป็น “เกาะพยาม” นั่นเอง การเดินทางมายังเกาะพยาม สามารถขึ้นเรือได้ที่ท่าเรือเทศบาลตำบลปากน้ำ ซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอเมืองระนองมาประมาณ 15 นาที เรือมี 2 แบบ ได้แก่– เรือธรรมดา ราคาคนละ 200 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30-2 ชั่วโมง– เรือสปีดโบ๊ท ราคาคนละ 350 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30-40 นาที สำหรับการเดินทางบนเกาะพยาม ต้องใช้รถจักรยานหรือรถจักรยานยนต์ ซึ่งบนเกาะก็มีบริการให้เช่าพร้อม เกาะพยาม เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงมากของจังหวัดระนอง และมีนักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวกันมาก ที่นี่มีอ่าวหลักๆ อยู่ 4 อ่าวด้วยกัน คือ อ่าวแม่หม้าย อ่าวใหญ่ อ่าวเขาควาย และอ่าวกวางปีบ ซึ่งแต่ละอ่าวตั้งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก ห่างกันประมาณ 10 นาทีเท่านั้น สำหรับอ่าวแรกคือ “อ่าวแม่หม้าย” อ่าวนี้เรียกได้ว่าเป็นประตูด่านแรก เนื่องจากเป็นที่ตั้งของท่าเรือหลัก มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า ร้านอาหาร ที่พัก เรือเช่าเที่ยวรอบเกาะ รถจักรยานยนต์ให้เช่า เป็นต้น จุดเด่นของอ่าวนี้คือ หน้าหาดหันไปทางทิศตะวันออก จึงสามารถชมทิวทัศน์ยามพระอาทิตย์ขึ้นได้ ที่เกาะพยามสามารถพายเรือคายัคได้ด้วยนะ ถือว่าเป็นกิจกรรมยอดฮิตเลยล่ะ ถัดมาคือ “อ่าวใหญ่” ซึ่งเป็นอ่าวที่ใหญ่ที่สุดในเกาะพยาม โดยมีความยาวกว่า 4 กิโลเมตร แบ่งออกเป็น อ่าวใหญ่เหนือและอ่าวใหญ่ใต้ โดยมีลำคลองเล็กๆ คั่น ยามน้ำลด เมื่อคลื่นซัดสาด เราจะมองเห็นหาดทรายที่เป็น 2 สี กลายเป็นริ้วสีขาวดำ ดูสวยแปลกตามาก ต่อมาคือ “อ่าวเขาควาย” อยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะมีลักษณะเป็นอ่าวที่โค้งเข้าหากันคล้ายกับเขาควาย ยาวประมาณ 2 กิโลเมตร อ่าวเขาควายแบ่งออกเป็น อ่าวเขาควายเหนือ และอ่าวเขาควายใต้ โดยไฮไลท์จะอยู่ที่ฝั่งใต้ เพราะมีมุมสุดฮิตอย่าง “หินทะลุ” ซึ่งเป็นจุดที่คนนิยมมาถ่ายภาพกันมาก เรียกว่าเป็นแลนด์มาร์กของอ่าวนี้เลยก็ว่าได้ และสุดท้ายคือ “อ่าวกวางปีบ” เป็นอ่าวที่ไกลที่สุด บอกเลยว่าต้องใช้ความพยายามกันสักนิด กว่าที่เราจะได้เห็นชายหาดสวยๆ แบบนี้ หลังจากแวะไปเที่ยวมาครบ 4 อ่าวแล้ว ก็ได้เวลามารอชมพระอาทิตย์ตกยามเย็นที่อ่าวใหญ่ สวยมากๆ เลย

หลงเสน่ห์… เกาะพยาม อ่านเพิ่มเติม

Mata Cafe – Store & Artspace @Ranong

Mata Cafe – Store & Artspaceที่ตั้ง : 145/3 หมู่ 4 ตำบลบางนอน อำเภอเมือง จังหวัดระนองเปิดวันพุธ-จันทร์ เวลา 10.00 – 19.00 น. (ปิดวันอังคาร)โทร.062 073 9991พิกัด : https://goo.gl/maps/kDQxrNyTJm32 — atMata Cafe – Store & Artspace. บรรยากาศร้านเป็นสไตล์มินิมอล เรียบๆ แต่เก๋ โทนสีขาวของตัวบ้านและสีเอิร์ธโทนของเฟอร์นิเจอร์ไม้เข้ากันได้อย่างลงตัว  ร้านเเบ่งออกเป็น 2 โซน คือบริเวณที่นั่งด้านนอกร้านและภายในร้านที่เป็นห้องแอร์ ก่อนไปหามุมถ่ายภาพ เราไปสั่งขนมและเครื่องดื่มกันก่อนดีกว่า ^^ — at Mata Cafe – Store & Artspace. มาแล้ววว…มาดูกันค่ะว่ามีเมนูอะไรบ้าง วาฟเฟิลหอมๆ ทานคู่กับผลไม้และไอศกรีม ฟินสุดๆ เลย กาแฟโรบัสต้า แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าใช้กาแฟคุณภาพจริงๆ ส่วนเรื่องรสชาตินั้น…ต้องไปลองชิมกันเองนะ ฮ่าๆ  โฮจิฉะชาเย็น สำหรับแก้วนี้แอดบอกเลยว่าด้านบนหอมโฮจิฉะมากกก ส่วนด้านล่างเป็นชาเย็น คนให้เข้ากันก็กลมกล่อมกำลังดีเลยล่ะ — at Mata Cafe – Store & Artspace. เมนูนี้คนรักชาเขียวห้ามพลาด Matcha Affogato ชาเขียวเข้มข้นทานคู่กับไอศกรีมชาเขียว ฟินแน่นอน ^^ — atMata Cafe – Store & Artspace. บราวนี่อาลาโม้ด บราวนี่อบร้อนๆ ทานคู่กับไอศกรีม ชิ้นนี้แอดแนะนำเลยค่ะ ดีต่อใจอ่า ^^ — at Mata Cafe – Store & Artspace. อย่างที่แอดได้บอกไปก่อนหน้านี้ว่า ร้านนี้เค้ารักโลกและใส่ใจสิ่งแวดล้อมนะจ๊ะ ทางร้านจึงลดการใช้พลาสติก ด้วยการใช้หลอดที่ทำจากสแตนเลส แก้วกระเบื้อง และถุงกระดาษที่นำกลับมาใช้ซ้ำ เพื่อไม่ให้เกิดขยะจากพลาสติกอีกด้วย— at Mata Cafe – Store & Artspace. นอกจากนี้ทางร้านยังจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวกับการลดการสร้างขยะ เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เช่น หลอดสแตนเลส หลอดแก้ว กระติกน้ำ แก้ว ถุงผ้าที่พกพาสะดวกดีไซน์เก๋ เสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้าย ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคที่ทำวัสดุจากธรรมชาติ เช่น เทียน ลิปบาล์ม สบู่ เป็นต้น — at Mata Cafe – Store & Artspace. ร้านกาแฟเล็กๆ ที่รายล้อมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของจังหวัดระนอง และเปี่ยมไปด้วยความรักและใส่ใจสิ่งแวดล้อมของเจ้าของร้าน แอดเชื่อว่าใครมาก็จะต้องหลงรักอย่างแน่นอน — at Mata Cafe – Store & Artspace.

Mata Cafe – Store & Artspace @Ranong อ่านเพิ่มเติม

Wetland ดินแดนมหัศจรรย์

Wetland ดินแดนมหัศจรรย์ : 14 พื้นที่ชุ่มน้ำที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นแรมซาร์ไซต์ (Ramsar Site) 1 พื้นที่ชุ่มน้ำพรุควนขี้เสียน.พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศแห่งแรกของประเทศไทย มีลักษณะเป็นพื้นที่พรุไม้เสม็ดขาว มีกก หญ้ากระจูด กระจูดหนู ขึ้นอยู่หนาแน่น ตั้งอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของทะเลสาบสงขลา .ที่ตั้ง: เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง 2 พื้นที่ชุ่มน้ำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ.เป็นบึงน้ำจืดที่มีลักษณะแคบยาว เกิดจากลำห้วยหลายสายไหลมารวมกัน โดยน้ำในบึงจะไหลลงสู่แม่น้ำสงคราม ก่อนไหลออกแม่น้ำโขง ในพื้นที่มีเกาะกลางบึง ได้แก่ ดอนแก้ว ดอนสวรรค์ ดอนโพธิ์ ดอนน่อง และนอกจากนี้บนเกาะยังมีป่าดิบแล้งที่ค่อนข้างสมบูรณ์อีกด้วย.ที่ตั้ง: อยู่ในพื้นที่ตำบลบ้านต้อง ตำบลโสกก่าม อำเภอเซกา และตำบลบึงโขงหลง ตำบลโพธิ์หมากแข้ง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ  3 พื้นที่ชุ่มน้ำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย จังหวัดเชียงราย.เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของทะเลสาบเชียงแสน มีการสำรวจพบพันธุ์ไม้ในพื้นที่กว่า 185 ชนิด เช่น ผักบุ้ง บอน หญ้าไซ บัวหลวง กก เป็นต้น เป็นพืชต่างถิ่น 15 ชนิด เช่น กระถินยักษ์ หญ้าชน บัวบก และมะระขี้นก เป็นต้น.ที่ตั้ง: ตำบลโยนก และตำบลป่าสัก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย 4 พื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม-เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง-ปากน้ำตรัง จังหวัดตรัง .บริเวณนี้มีระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก โดยสังคมพืชในพื้นที่ประกอบด้วย ป่าดิบชื้น ป่าชายหาด ป่าชายเลน และจัดเป็นแหล่งที่มีความอุดมสมบรูณ์ของหญ้าทะเลมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งหากินของพะยูน ซึ่งถือเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ของประเทศไทยอีกด้วย.ที่ตั้ง: ตำบลนาเกลือ ตำบลลิบง ตำบลหาดสำราญ อำเภอสิเกา อำเภอปะเหลียน และอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง 5 พื้นที่ชุ่มน้ำกุดทิง จังหวัดบึงกาฬ .กุดทิงเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาน้ำจืดขนาดเล็กที่สำคัญหลายชนิด และยังพบปลาที่อยู่ในสถานะที่เสี่ยงต่อการถูกคุกคาม เช่น ปลายี่สก หรือปลาเอิน ฯลฯ นอกจากนี้กุดทิงยังเป็นที่อยู่อาศัยของกุ้งน้ำจืด 3 ชนิด คือ กุ้งฝอยเล็ก กุ้งฝอยใหญ่ และกุ้งฝอยแดงด้วย .ที่ตั้ง : อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ 6 หมู่เกาะระ–เกาะพระทอง จังหวัดพังงา.จุดเด่นของที่นี่คือแนวปะการังน้ำลึก ที่มีความหลากหลายของชนิดปะการังมากกว่าที่อื่น มีการสำรวจพบแนวปะการังที่เกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ เกาะรี เกาะไข่ เกาะกลาง เกาะเมี่ยง เกาะตารี และเกาะอื่นๆ โดยที่เกาะสุรินทร์มีแนวปะการังที่สมบูรณ์อยู่ที่อ่าวช่องขาด และอ่าวแม่บาย ปะการังที่พบมาก ได้แก่ ปะการังเขากวาง ปะการังโขด ปะการังดอกเห็ด ปะการังดอกกะหล่ำ ปะการังดาวใหญ่ และปะการังไฟ เป็นต้น.ที่ตั้ง : อำเภอคุระบุรี และอำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา 7 พื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จังหวัดพังงา .เป็นอ่าวตื้นที่ล้อมรอบด้วยป่าชายเลนขนาดใหญ่เนื้อที่กว่า 132,381 ไร่ โดยบริเวณอ่าวพังงาประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่ประมาณ 42 เกาะ เช่น เกาะเขาเต่า เกาะพระอาดเฒ่า เกาะมะพร้าว เกาะปันหยี เกาะเขาพิงกัน เป็นต้น ถ้าเพื่อนๆ ไปที่จุดชมวิวเสม็ดนางชี ก็จะสามารถมองเห็นพื้นที่บางส่วนของแนวป่าชายเลนและหมู่เกาะต่างๆ ได้อย่างชัดเจน.ที่ตั้ง : อำเภอเมือง และอำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา 8 พื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่ จังหวัดกระบี่ .มีพื่นที่ครอบคลุมตั้งแต่สุสานหอย 75 ล้านปี เขตผังเมืองกระบี่ ป่าชายเลนหาดเลน เขาขนาบน้ำ หาดทรายลำคลองน้อมใหญ่หน้าเมืองกระบี่ ไปจนถึงป่าชายเลนและหญ้าทะเลผืนใหญ่ในบริเวณเกาะศรีบอยา  ที่นี่เป็นแหล่งชุมนุมของนกอพยพที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย พบนกอย่างน้อย 101 ชนิด เป็นนกประจำถิ่นอย่างน้อย 53 ชนิด เช่น นกยางเขียว นกนางนวลแกลบหงอนใหญ่ เหยี่ยวขาว เป็นต้น .ที่ตั้ง: อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ 9 พื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี.หมู่เกาะอ่างทองประกอบด้วยเกาะต่างๆ ประมาณ 42 เกาะ ทั้งหมดเป็นเกาะขนาดเล็กและขนาดกลางตั้งอยู่เป็นกลุ่มเกาะกลางทะเล ส่วนใหญ่เป็นเขาหินปูนมีแนวหน้าผาสูงชันตั้งดิ่งจากพื้นที่น้ำทะเล นอกจากความอุดมสมบูรณ์ของโลกใต้ทะเลแล้ว ป่าไม้บนแนวเขาก็ค่อยข้างอุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ป่าประจำถิ่นและนกอพยพกว่า 100 ชนิดเช่นกัน .ที่ตั้ง : ตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี 10 พื้นที่ชุ่มน้ำดอนหอยหลอด จังหวัดสมุทรสงคราม .ดอนหอยหลอดเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งทะเล มีลักษณะเป็นดินที่เกิดจากการทับถมของตะกอนปากแม่น้ำและตะกอนน้ำทะเลบริเวณปากแม่น้ำกลอง ทำให้แผ่นดินขยายออกไปในทะเลประมาณ 8 กิโลเมตร.จุดเด่นของที่นี่คือหาดเลน เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของหอยหลอด เอกลักษณ์สำคัญของพื้นที่ และยังมีหอยอีกหลายชนิดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจในประเทศไทยและในภูมิภาค.ที่ตั้ง: อยู่ในพื้นที่ตำบลบางจะเกร็ง ตำบลแหลมใหญ่ ตำบลบางแก้ว และตำบลคลองโคน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม 11 พื้นที่ชุ่มน้ำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ( พรุโต๊ะแดง ) จังหวัดนราธิวาส .พรุโต๊ะแดงเป็นป่าพรุผืนใหญ่ที่สุดของประเทศไทยที่ยังคงเหลืออยู่ มีคุณค่าต่อการศึกษาวิจัยและการท่องเที่ยว ท้องถิ่นและชุมชนได้ประโยชน์โดยตรงจากการเก็บของป่า เช่น หวาย หลุมพี น้ำผึ้ง เพื่อเป็นรายได้ของชุมชน ที่นี่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงทั้งพืชและสัตว์ มีการสำรวจพบสัตว์ใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด เช่น นกตะกรุม นกฟินฟุท นกเปล้าใหญ่ เต่าหับ เต่าดำ ตะโขง และจระเข้น้ำเค็ม เป็นต้น.ที่ตั้ง: อำเภอตากใบ อำเภอสุไหงโก-ลก และอำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส 12 พื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ .เพื่อนๆ หลายคนน่าจะเคยไปเที่ยวที่สามร้อยยอดกันมาบ้างแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่าที่นี่ประกอบด้วยระบบนิเวศที่หลากหลายทั้งระบบนิเวศบก ป่าเขาหิน และระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำได้แก่ บึงน้ำจืด ป่าชายเลน หาดโคลน และหาดทรายชายทะเล  โดยป่าชายเลนจะอยู่บริเวณปากคลอง ซึ่งมีพันธุ์ไม้ขึ้นอยู่เป็นแนวแคบๆ ตามชายคลองบริเวณทางออกทะเล เช่น แสมทะเล โกงกางใบใหญ่ โกงกางใบเล็ก ลำพู เหงือกปลาหมอดอกขาว หญ้าน้ำเค็ม ฯลฯ ส่วนบริเวณที่ลุ่มน้ำกร่อยจะมีสังคมพืชทนเค็ม

Wetland ดินแดนมหัศจรรย์ อ่านเพิ่มเติม

พื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่ชีวิต : Wetlands ดินแดนมหัศจรรย์

พื้นที่ชุ่มน้ำ…พื้นที่ชีวิต : Wetlands ดินแดนมหัศจรรย์ 1. พื้นที่ชุ่มน้ำพรุควนขี้เสียน ที่ตั้ง: เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง 2. พื้นที่ชุ่มน้ำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ ที่ตั้ง: อยู่ในพื้นที่ตำบลบ้านต้อง ตำบลโสกก่าม อำเภอเซกาตำบลบึงโขงหลง ตำบลโพธิ์หมากแข้ง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ 3.พื้นที่ชุ่มน้ำดอนหอยหลอด จังหวัดสมุทรสงคราม  ที่ตั้ง: อยู่ในพื้นที่ตำบลบางจะเกร็ง ตำบลแหลมใหญ่ ตำบลบางแก้ว และตำบลคลองโคนอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม 4. พื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่ จังหวัดกระบี่  ที่ตั้ง: อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ 5. พื้นที่ชุ่มน้ำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย จังหวัดเชียงราย ที่ตั้ง: ตำบลโยนก และตำบลป่าสัก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย 6. พื้นที่ชุ่มน้ำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ( พรุโต๊ะแดง ) จังหวัดนราธิวาส  ที่ตั้ง: อำเภอตากใบ สุไหงโก-ลกและสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส 7. พื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม – เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง – ปากน้ำตรัง จังหวัดตรัง  ที่ตั้ง: ตำบลนาเกลือ ตำบลลิบง ตำบลหาดสำราญ อำเภอสิเกาอำเภอปะเหลียน อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง  8. พื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติแหลมสน-ปากคลองกะเปอร์-ปากแม่น้ำกระบุรี จังหวัดระนอง ที่ตั้ง: อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง และอำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา 9. พื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ตั้ง : ตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี 10. พื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จังหวัดพังงา  ที่ตั้ง : อำเภอเมือง อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา 11.พื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ที่ตั้ง : อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 12.พื้นที่ชุ่มน้ำกุดทิง จังหวัดบึงกาฬ  ที่ตั้ง : อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ 13. พื้นที่ชุ่มน้ำเกาะกระ จังหวัดนครศรีธรรมราช  ที่ตั้ง : อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช 14. หมู่เกาะระ–เกาะพระทอง จังหวัดพังงา ที่ตั้ง : อำเภอคุระบุรีและอำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา

พื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่ชีวิต : Wetlands ดินแดนมหัศจรรย์ อ่านเพิ่มเติม

เลียบเลาะ . . . เกาะระนอง

เริ่มต้นกันด้วยจังหวัดแรกของภาคใต้ที่ติดทะเลอันดามันอย่าง “ระนอง” จังหวัดเล็กๆ ที่มีชื่อเสียง ด้วยลักษณะของพื้นที่ที่มีรูปร่างเรียวยาวและแคบ มีคอคอดกระ หรือกิ่วกระซึ่งเป็นส่วนที่แคบที่สุดของแหลมมลายู โดยส่วนที่แคบที่สุดของจังหวัดอยู่ที่อำเภอกระบุรี ที่ระนองมีหมู่เกาะทอดตัวเรียงรายมากมายให้เราได้สัมผัส และสำรวจความงดงามกัน หาดแรกที่อยากจะพาไปคือ “หาดชาญดำริ” หากอยากจะเที่ยวเกาะระนองให้ครบ การเห็นภาพรวมของเกาะทั้งหมดถือเป็นสิ่งจำเป็น หาดแห่งนี้ถือเป็นจุดชมวิวที่เห็นเกาะต่างๆ ในท้องทะเลอันดามันได้ในมุมกว้าง เราสามารถมองเห็นทั่วบริเวณชุมชนบ้านปากน้ำ และเลยไกลไปถึงเกาะสองหรือวิคตอเรียพอยท์ในประเทศเมียนมาร์ หากมีโอกาสอยู่ได้จนถึงพลบค่ำ ไม่อยากให้พลาดการถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกดินในยามเย็น เพราะที่นี่คือจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดอีกแห่งหนึ่งของเมืองระนองเลยทีเดียว โดยจุดชมวิวนั้นตั้งอยู่บนเนินเขาก่อนถึงตัวชายหาดเพียง 200 เมตร เท่านั้น มุมมองจากหน้าหาดชาญดำริ พาข้ามเรือกันไปที่ “เกาะช้าง” สมชื่อด้วยรูปร่างที่มีลักษณะคล้ายช้างหมอบ และเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของระนอง ด้วยลักษณะพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้เกาะช้างเป็นแหล่งผลิต”กาหยู” หรือมะม่วงหิมพานต์ที่ขึ้นชื่อ บนเกาะมีกิจกรรมที่หลากหลายทั้งการเดินวิ่งไปจุดชมวิว ปั่นจักรยานเสือภูเขาเที่ยวชมความร่มรื่นของสวนยาง ดูปูที่ป่าชายเลน และสวนกาหยู รวมทั้งกิจกรรมดูนก ตกปลา ก็สามารถเลือกได้ ส่วนใครที่ไม่ใช่นักกิจกรรม ก็สามารถปลีกตัวไปชมความงดงามและเงียบสงบบนชายหาดฝั่งตะวันตกของเกาะที่หันหน้าให้กับทะเลอันดามันได้ โดยมีหาดแนะนำอยู่ที่อ่าวตาแดงหรือที่เรียกกันว่า “Sunset Beach” ถือเป็นจุดชมอาทิตย์อัสดงที่งดงามที่สุดอีกมุมหนึ่งของระนอง “เกาะพยาม” อยู่ไม่ไกลจากเกาะช้าง เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงมากของจังหวัด ด้วยลักษณะโดยรอบเป็นอ่าวสลับกับโขดหิน บริเวณตอนกลางของอ่าวเป็นชายหาดทรายที่ขาวสะอาด ฝั่งตะวันออกซึ่งเป็นด้านหน้าเกาะมีอ่าวไผ่อยู่เหนือสุด ถัดมาเป็นอ่าวหินขาว และอ่าวแม่หม้าย ผ่านแหลมหินลงมาทางใต้ จะเห็นอ่าวมุก ใกล้ๆกันห่างฝั่งไม่มากคือเกาะขามหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าเกาะปลาวาฬตามรูปร่างของเกาะ เวลาน้ำขึ้นเกาะทั้งสองจะแยกจากกัน จนกว่าจะถึงเวลาน้ำลด สันทรายที่ผุดขึ้นจะเป็นตัวเชื่อมทั้งสองเกาะเข้าหากัน สีฟ้าใส หาดทรายนิ่มนวล “เกาะค้างคาว” อยู่ใกล้ท่าเรือหาดบางเบนมากที่สุด เดินทางโดยเรือหัวโทงประมาณ 30 นาที ชื่อเกาะได้มาจากเมื่ออดีตที่มีค้างคาวอยู่เยอะ แต่ปัจจุบันลดลงไปมาก ด้วยภาพน้ำทะเลที่สีสวยใสแจ๋ว ไล่โทนอ่อนจากเขียวฟ้าไปจนถึงน้ำเงินเข้ม จนทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนยกให้เป็นเกาะทีสวยที่สุดของทะเลระนอง อีกทั้งลักษณะของหาดที่มีความหลากหลายโดยด้านหนึ่งเป็นหาดหินชื่อ “หาดหินงาม” ที่มีหินกลมมนทอดตัวเรียงรายดูแปลกตา ในขณะที่อีกด้านชื่อ “หาดทราย” เป็นหาดที่ขึ้นชื่อเรื่องเม็ดทรายที่เล็ก ละเอียด ให้ความรู้สึกนุ่มสบายยามได้ทิ้งตัวลงนอน ปิดท้ายกันที่ “หมู่เกาะกำ” อยู่ในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติแหลมสน ที่เรียกหมู่เกาะเพราะมีกลุ่มเกาะเล็กๆ น้อยๆ มารวมกันทั้งเกาะกำใหญ่ เกาะกำกลาง(เกาะญี่ปุ่น) เกาะกำตก(อ่าวเขาควาย) เกาะค้างคาว เกาะกำนุ้ย และเกาะล้าน โดยมีเกาะกำใหญ่เป็นศูนย์กลาง  เกาะกำกลาง(เกาะญี่ปุ่น) เป็นเกาะขนาดเล็กที่สุดในหมู่เกาะกำ อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะกำตก มีลักษณะเป็นภูเขาเล็กๆ และมีแนวชายหาดอยู่ด้านหน้าของเกาะ รอบเกาะพอมีแนวปะการังให้นักท่องเที่ยวได้ดำน้ำชมกันได้บ้างแต่ไม่มากเท่าไรนัก มุมมองจากที่สูง เกาะกำกลาง (เกาะญี่ปุ่น) เกาะกำตก(อ่าวเขาควาย) เป็นเกาะขนาดเล็กมีลักษณะแคบและยาว ชายหาดโค้งเป็นรูปวงกลมตามแนวเหนือใต้ ในช่วงน้ำขึ้นสูงบางช่วงของหาดจะถูกน้ำทะเลท่วมจนเกือบมาบรรจบกัน เรียกว่าเป็น ทะเลแหวกระนอง ก็ว่าได้ ด้วยความที่มีบรรยากาศร่มรื่น ลมพัดเย็น เกาะกำตก(อ่าวเขาควาย) จึงเหมาะแก่การแวะพักท่องเที่ยวรับลม ทางอุทยานฯ จึงอนุญาตให้นักท่องเที่ยวแวะจอดเรือเพื่อพักรับประทานอาหารที่ตนเตรียมมา และเล่นน้ำกันที่เกาะนี้ได้ แต่ไม่อนุญาตให้พักค้างคืน

เลียบเลาะ . . . เกาะระนอง อ่านเพิ่มเติม

แลหลัง วังงาม พระราชวังรัตนรังสรรค์

จากพลับพลาที่ประทับรับเสด็จ . . . เลื่อนระดับชั้นกลายมาเป็น “พระราชวังรัตนรังสรรค์” ได้อย่างไร . . . ร่วมย้อนอดีต แลหลัง ฟังเรื่องเล่าถึงที่มาจากปู่ย่าแต่ก่อนเก่า เพื่อซาบซึ้ง เข้าใจ และภูมิใจในรากเหง้าของประวัติศาสตร์ชาติไทยไปกับเรา “เพื่อนร่วมทาง” เรื่องเล่าของพระราชวังรัตนรังสรรค์นี้ ต้องย้อนสืบไปถึงคราวเสด็จประพาสเมืองระนอง ซึ่งถือเป็นหัวเมืองปักษ์ใต้ฝั่งตะวันตกครั้งแรกของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในสมัย ร.ศ. 109 อันนับเป็นมหามงคลแก่ชาวเมืองระนองอย่างหาที่สุดมิได้ เพราะถือว่าเป็นครั้งแรกที่พระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีเสด็จมาเยือนเมืองระนองด้วยพระองค์เอง โดยในครานั้น พระยารัตนเศรษฐี (คอซิมก๊อง) เจ้าเมืองระนองได้สร้างพลับพลาที่ประทับรับเสด็จไว้บนเนินควนอัน ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง ด้วยไม้แก่นและเครื่องก่ออย่างแข็งแรงสวยงาม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรแล้วถึงกับตรัสชมเชยว่า “ทำงดงามมั่นคง สมควรจะเป็นวัง ยิ่งกว่าจะเป็นพลับพลา” ด้วยความละเอียดรอบคอบของงานสร้าง และความสวยงามตามที่ได้ทรงบรรยาย จึงพระราชทานนามว่า “พระราชวังรัตนรังสรรค์” หมายถึง พระยารัตนเศรษฐีเป็นผู้สร้าง เพื่อเป็นเกียรติยศแก่เมืองระนองและสกุลของพระยารัตนเศรษฐี และพระราชทานนามเนินเขาที่ตั้งว่า “นิเวศน์คีรี” ก่อนจะทรงเลื่อนการประทับแรมต่อไปอีก รวมทั้งสิ้นถึง 3 คืน คือในวันที่ 23-25 เมษายน 2433 เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จประพาสเมืองระนองเป็นระยะเวลานานๆ ครั้ง เกรงว่าทิ้งวังไว้เปล่าๆ ก็จะชำรุดทรุดโทรมเสีย จึงพระราชทานพระบรมราชานุญาตว่า ให้ใช้พระราชวังนั้นเป็นศาลารัฐบาลและทำพิธีสำหรับบ้านเมือง หากมีการเสด็จประพาสเมื่อใดจึงให้จัดเป็นที่ประทับ ซึ่งนอกจากพระองค์แล้ว ยังมีพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงได้ใช้พระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับแรมเมื่อครั้งเสด็จประพาสเยี่ยมหัวเมืองปักษ์ใต้ฝั่งตะวันตกเช่นกัน เมื่อองค์พระที่นั่งได้ชำรุดทรุดโทรมลง ในสมัยพระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี เจ้าเมืองระนองในขณะนั้น ได้ทำการปรับปรุงและดัดแปลงพระที่นั่งรัตนรังสรรค์ใหม่ โดยสร้างเป็นรูปเรือนตึกก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น ทาสีขาว ก่อสร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2444 แล้วใช้อาคารหลังนี้เป็นศาลากลางเมืองระนองเรื่อยมา กระทั่งปี พ.ศ.2507 ผู้ว่าราชการจังหวัดระนองในขณะนั้น ได้รื้อถอนองค์พระที่นั่งเพื่อสร้างเป็นศาลากลางจังหวัดหลังปัจจุบัน พระที่นั่งรัตนรังสรรค์จึงสูญหายไปจากจังหวัดระนองตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา จนกระทั่งปี พ.ศ.2545 จังหวัดระนองได้มีโครงการก่อสร้างพระที่นั่งรัตนรังสรรค์จำลองขึ้น บนเนินเขานิเวศน์คีรี ใกล้เคียงกับบริเวณเดิม ตัวอาคารสร้างด้วยไม้ตะเคียนทองโครงสร้างคอนกรีตสูงสามชั้น ชั้นล่างโล่ง ชั้นที่สองเป็นรูปเหลี่ยมแปดด้าน ปัจจุบันประดิษฐานโต๊ะทรงพระอักษรพร้อมพระเก้าอี้ทำด้วยหนังแท้ซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับที่พระที่นั่งวิมานเมฆพระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร และพระเก้าอี้ทรงพักผ่อนแกะสลักลวดลายเป็นรูปดอกกุหลาบ ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เคยทรงใช้เป็นที่ประทับและบรรทม ส่วนหลังคาชั้นที่สามทรงปั้นหยา มีดั้งประดับไม้ลวดลายฉลุอย่างสวยงาม นอกจากนี้ก็ยังมีหอแปดเหลี่ยมสูง 17 เมตร ที่มีความคล้ายคลึงกับหอวิฑูรทัศนา ที่พระราชวังบางปะอิน พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบผสมผสาน คือหลังคาทรงปั้นหยาแบบไทยประดับเชิงชายไม้ฉลุซ้อนกันอย่างพม่าดูงดงามแปลกตา แต่เข้ากันได้อย่างลงตัว หลังจากเดินชมทิวทัศน์โดยรอบ พร้อมฟังเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลรักษาพระราชวังเล่าเรื่องราวที่สืบทอดกันมาโดยละเอียดแล้ว “เพื่อนร่วมทาง” ขอแนะนำให้ท่านหาโอกาสเดินขึ้นบันไดเวียนภายในไปยังชั้นสามซึ่งถือเป็นชั้นบนสุด และยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินบริเวณทะเลอันดามันได้อย่างสวยงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองระนองอีกด้วย เมื่อมองออกมานอกหน้าต่างเพื่อรับชมทัศนียภาพตัวเมืองระนองในมุมกว้าง ภาพมุมมองที่ท่านได้เห็นจากสายตาในวันนี้ อาจทับซ้อนกับภาพมุมเมืองในอดีตที่ได้ฟังเรื่องราวเก่าก่อน ทาบทาด้วยแสงอาทิตย์อัสดง จนก่อให้เกิดภาพจำที่งดงามและเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ต่างออกไปก็เป็นได้

แลหลัง วังงาม พระราชวังรัตนรังสรรค์ อ่านเพิ่มเติม

“เกาะญี่ปุ่น” ไข่มุกแห่งอันดามัน

“เกาะญี่ปุ่น” ไข่มุกแห่งอันดามัน วันนี้ เพื่อนร่วมทางจึงอยากชักชวนกัน ให้แวะมาเติมพลังกันที่ “เกาะญี่ปุ่น” หรือ “เกาะกำกลาง” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในไข่มุกเม็ดงามแห่งอันดามัน เกาะญี่ปุ่นนี้อยู่ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติแหลมสน ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างเกาะกำใหญ่และเกาะกำนุ้ย หากมองจากอุทยานไปจะเห็นเป็นแนวต้นไม้ในทะเล ร่มรื่นด้วยทิวสนเรียงราย เกาะญีปุ่นมีลักษณะเป็นภูเขาเล็กๆ บริเวณรอบเกาะมีจุดยอดนิยมในการดำน้ำชมปะการังแข็ง ปลาเสือ และเหล่าปลาการ์ตูนนีโม่สีส้มขาว รวมถึงพันธุ์อินเดียนแดงที่แหวกว่ายหยอกเย้ากับดอกไม้ทะเลอย่างรื่นเริง ด้านหน้าเกาะทางทิศตะวันออกเป็นแนวชายหาดสีขาวนวล เม็ดทรายละเอียด ผืนชายหาดที่ทอดยาวลาดลงไปในทะเลถูกปกคลุมด้วยน้ำทะเลสีใสจนแทบจะมองไม่เห็นจุดบรรจบระหว่างชายหาดกับน้ำทะเล ชื่อเกาะญี่ปุ่นมีที่มาจากหลายทาง บ้างก็ว่าในอดีตมีเรือทหารญี่ปุ่นเคยมาล่มที่เกาะแห่งนี้ บ้างก็เล่าย้อนไปยังสมัยสงครามโลก ว่ามีคนญี่ปุ่นมาทำสัมปทานหอยมุก แต่บางคนคิดว่าเป็นทหารญี่ปุ่นที่เข้ามาตั้งฐานทัพแล้วอ้างว่าเลี้ยงหอยมุกบังหน้า แต่แอบใช้พื้นที่ประกอบอาหารส่งเสบียงให้แก่ทหารญี่ปุ่นที่เดินทางผ่านจังหวัดระนองไปยังประเทศเมียนมาร์ เมื่อทางการสงสัยจึงส่งกำลังเข้าตรวจค้นและจับกุม ชาวบ้านจึงเรียกว่าเกาะญี่ปุ่นตั้งแต่นั้นมา การเดินทางไปยังเกาะญี่ปุ่นก็ไม่ยากเย็น นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นเรือได้ที่ท่าเทียบเรืออ่าวบางเบน อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง ที่ท่าเทียบเรือแห่งนี้จะมีชาวบ้านในพื้นที่ รวมตัวกันเป็นสมาคมบริการเรือนำเที่ยวแห่งอ่าวบางเบน คอยดูแลช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ ระยะเวลาจากท่าเรือไปยังเกาะญีปุ่นอยู่ที่ 45 นาที โดยประมาณ ด้วยระยะเวลาในการเดินทางที่เรียกได้ว่าสั้นอย่างเหลือเชื่อ เมื่อเทียบกับบรรยากาศและความรู้สึกที่ได้รับมาหลังจากได้สัมผัสกับไข่มุกแห่งอันดามันเช่นนี้ พวกเรา “เพื่อนร่วมทาง” หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะมีโอกาสนำพาเหล่านักเดินทางทั้งหลายไปสัมผัสสถานที่ที่สวยงามเช่น “เกาะญีปุ่น” นี้อีกครั้ง … หรืออีกหลายๆ ครั้งในคราวต่อไป

“เกาะญี่ปุ่น” ไข่มุกแห่งอันดามัน อ่านเพิ่มเติม

Scroll to Top