พัทลุง

พัทลุง

✨ Wetland ชุ่มฉ่ำใจ ในแหล่งท่องเที่ยวพื้นที่ชุ่มน้ำของไทย ✨

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้ คือ #วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก ซึ่งเป็นแหล่งที่มีความสำคัญทางด้านทรัพยากรธรรมชาติอย่างมาก เพราะมีธรรมชาติที่สมบูรณ์ และมีความหลากหลายของระบบนิเวศมากที่สุด ปัจจุบัน มีการสำรวจและพบว่าประเทศไทยมีพื้นที่ชุ่มน้ำทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้นกระจายอยู่ทั่วประเทศ เพื่อน ๆ ทราบกันหรือไม่ว่า พื้นที่ชุ่มน้ำในไทยถูกแบ่งกลุ่มตามลำดับความสำคัญตามอนุสัญญา #แรมซาร์ รวม 131 พื้นที่ โดยแบ่งเป็น🌿 พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับระหว่างประเทศ (Ramsar Sites)🌿 พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ🌿 พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ 📌 พื้นที่ชุ่มน้ำที่หลาย ๆ คนรู้จักกัน ประกอบด้วยป่าชายเลน ป่าพรุ หนอง บึง อ่างเก็บน้ำ ทะเลสาบและแม่น้ำ แต่ถ้าหากแบ่งตามประเภทของพื้นที่ชุ่มน้ำจริง ๆ แล้วแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ พื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งทะเล และพื้นที่ชุ่มน้ำในแผ่นดิน ที่สำคัญ ยังต้องประกอบไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ทางชีวภาพและความหลากหลายของระบบนิเวศ มีลักษณะเฉพาะ และเกื้อกูลสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ โดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตที่หาพบได้ยากหรือใกล้สูญพันธุ์ พื้นที่ชุ่มน้ำยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่ศึกษาระบบนิเวศนอกห้องเรียนที่ดีอีกด้วย เพราะจะทำให้เพื่อน ๆ ได้เข้าใจและตระหนักถึงการช่วยกันรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เกิดความยั่งยืน วันนี้ จึงขอแนะนำ 5 สถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ชุ่มน้ำของไทยว่ามีที่ไหนบ้าง ไปชมกันเลย 😉 พรุควนขี้เสียน  พื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้อยู่เขตพื้นที่ของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในจังหวัดพัทลุง ที่สำคัญ ยังเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งแรกในไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar Sites) มีลักษณะเป็นพื้นที่ราบลุ่ม ตั้งอยู่ตอนเหนือของทะเลสาบสงขลา มีน้ำท่วมขังตลอดทั้งปี มีต้นเสม็ดขาวปกคลุมโดยรอบ และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์หลายชนิด เพื่อน ๆ ที่อยากไปเที่ยวที่นี่ นอกจากจะสามารถล่องเรือชมพรุควนขี้เสียนแล้ว ภายในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ยังมีแหล่งเที่ยวชมอีกหลายจุดได้แก่ อุทยานนกน้ำทะเลน้อย ทะเลสาบน้ำจืดที่เชื่อมต่อกับทะเลสาบสงขลา ชมทุ่งบัวแดงแห่งภาคใต้ และฝูงกระบือที่ลัดเลาะเล่นน้ำไปตามสายน้ำ คลองปากประ แหล่งท่องเที่ยวและที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจที่มี “ยอ” อุปกรณ์จับสัตว์น้ำขนาดใหญ่ตั้งเรียงตระหง่านทั่วบริเวณ  ตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุงhttps://goo.gl/maps/bEk5pi3f8DxNpiS98 ป่าพรุโต๊ะแดง  หรือ ศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร เป็นป่าพรุผืนสุดท้ายที่ยังมีความสมบูรณ์แห่งเดียวในไทย ครอบคลุมถึง 3 อำเภอในจังหวัดนราธิวาส มีพรรณไม้และสัตว์ป่าหายากหลายชนิด แม้จะอยู่ไกล แต่หากมีโอกาสได้ไปแล้วนับเป็นสิ่งคุ้มค่าที่ได้ไปชมด้วยตาตัวเอง ที่นี่มีพรรณไม้มากกว่า 400 ชนิด รวมทั้งสัตว์ป่านานาชนิดอีกมากมาย หนึ่งในนั้นคือ “นกเงือกดำ” 1 ใน 13 สายพันธุ์นกเงือกที่มีอยู่ในไทย พบในป่าพรุแห่งนี้เพียงแห่งเดียว  เพื่อน ๆ สามารถเดินชมศึกษาเส้นทางธรรมชาติไปบนสะพานไม้ระยะทาง 1,200 เมตร และมีกิจกรรมพายเรือคายัคแก่เพื่อน ๆ ที่สนใจ แต่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้ากันด้วยนะ   ตำบลปูโย๊ะ อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส เปิดทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น. (กรณีเที่ยวชมวันเสาร์-อาทิตย์ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่) 098 010 5736 (อาจติดต่อยากบางเวลาเนื่องจากติดภารกิจ)https://goo.gl/maps/DVPpdhWDHP2x61Bt8 อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม-เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง-ปากแม่น้ำตรัง  ทั้ง 3 พื้นที่นี้ถูกจัดให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar Sites) ในอาณาเขตเดียวกัน มีพื้นที่อยู่ใกล้กัน มีระบบนิเวศที่หลากหลาย เป็นถิ่นอาศัยของสัตว์หลายชนิดและเป็นพันธุ์ที่หายาก มีแหล่งหญ้าทะเลขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตในท้องทะเล โดยเฉพาะ “พะยูน” พื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่นี้ยังครอบคลุมเกาะแก่งต่าง ๆ และแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น หาดต่าง ๆ ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จุดชมนกบนเกาะลิบง ถ้ำมรกตบนเกาะมุก แหล่งดำน้ำชมปะการังที่เกาะแหวน ล่องเรือชมป่าชายเลนชุมชนบ้านน้ำราบ เป็นต้น  ครอบคลุมอำเภอสิเกา อำเภอปะเหลียน อำเภอกันตัง จังหวัดตรังhttps://goo.gl/maps/KzmgUo19hv5Cy7fa7 (อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม)https://goo.gl/maps/ChnG4YNThkUzvBnp6 (เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง)https://goo.gl/maps/6BoUPxMUrHaKphjD9 (ปากแม่น้ำตรัง)  อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน  พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของแม่น้ำเพชรบุรี และแม่น้ำปราณบุรี มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อนอยู่ในแนวทิวเขาตะนาวศรี ที่สำคัญยังเป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค เกษตรกรรม และการประมง ภายในอุทยานฯ มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ เกิดจากการสร้างเขื่อนดินปิด 3 ช่องทางระหว่างหุบเขา ทำให้น้ำเอ่อล้นท่วมแก่งน้ำเดิม กลายเป็นผืนน้ำขนาดกว้างใหญ่ กลางอ่างเก็บน้ำมีเกาะแก่งโผล่พ้นน้ำกระจายตัวอยู่หลายจุด ทำให้เกิดทิวทัศน์ที่สวยงาม  ที่นี่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวใกล้กรุงฯ ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาพักผ่อน ล่องเรือ ตั้งแคมป์ ชมธรรมชาติพืชพรรณต่าง ๆ และยังเป็นแหล่งดูนกที่หาได้ยากหลายชนิดอีกด้วย   คลอบคลุมอำเภอหนองหญ้าปล้อง อำเภอแก่งกระจาน อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี และ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์https://goo.gl/maps/kNJbPTsSwtLoTbLy9 เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก  เป็นอีกหนึ่งแห่งที่ได้รับการจัดลำดับว่าเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ มีสภาพพื้นที่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ลักษณะเป็นทะเลสาบน้ำจืด และยังเป็นแหล่งน้ำทางการเกษตรและประมงท้องถิ่นอีกด้วย ที่นี่เป็นที่อยู่อาศัยของนกหลายชนิด และเป็นบ้านของนกกระเรียนไทย นกขนาดใหญ่ที่จัดอยู่ในบัญชีรายชื่อสัตว์ป่าสงวน 1 ใน 19 ชนิด และยังเป็นแหล่งวางไข่ของนกตีนเทียนที่อพยพมาในช่วงที่มีสภาพอากาศหนาวเย็นอีกด้วย  เพื่อน ๆ ที่เดินทางมาจังหวัดบุรีรัมย์ สามารถมาเยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำและนกกระเรียนพันธุ์ไทยที่ตั้งอยู่ริมอ่างเก็บน้ำได้ ภายในมีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเกี่ยวกับนกกระเรียนไทย และยังมีนกกระเรียนไทยให้ได้ชมกันอีกด้วย นอกจากนี้ เพื่อน ๆ สามารถทำกิจกรรมล่องเรือชมพระอาทิตย์ขึ้นและชมนกที่โบยบินไปรอบ ๆ ได้ แนะนำให้มาช่วงเช้า ๆ อากาศกำลังดี  ตำบลบ้านบัว อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์https://goo.gl/maps/52y6RFDLBwW8PivF6

✨ Wetland ชุ่มฉ่ำใจ ในแหล่งท่องเที่ยวพื้นที่ชุ่มน้ำของไทย ✨ อ่านเพิ่มเติม

พักผ่อน…พัทลุง

#พัทลุง เมืองเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติที่สมบูรณ์ เหมาะแก่การไปพักผ่อนอย่างยิ่ง วันนี้แอดจะพาเพื่อน ๆ ไปพักผ่อน…ที่พัทลุงกันค่ะ ไปเช็คอินแกรนด์แคนยอน ชมทะเลหมอกหน้าฝนที่ควนตาน้อย คั่วกาแฟโรบัสต้าขึ้นชื่อของภาคใต้ และปิดท้ายด้วยช้อป ชิม ชิลล์ ที่หลาดใต้โหนด 🔸วันที่ 1 ชมความสวยงามของภูเขาหิน แกรนด์แคนยอนพัทลุง เกาะนางคำ คั่วกาแฟด้วยตัวเองที่ โรงคั่วกาแฟ เขาสวนไผ่ 🔸วันที่ 2 ชมทะเลหมอกบน ควนนกเต้น ช้อป ชิม ชิลล์ ที่หลาดใต้โหนด ตลาดสีเขียวรักโลกเมืองพัทลุง 🚗การเดินทางนอกจากรถยนต์ส่วนตัวแล้ว สามารถเดินทางได้ดังนี้ รถไฟ : มีบริการรถไฟจากกรุงเทพฯ – พัทลุงรถโดยสารประจำทาง : มีบริการรถจากกรุงเทพฯ – พัทลุง ขึ้นรถได้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (ถนนบรมราชชนนี สายใต้ใหม่) บริษัท ศรีสุเทพทัวร์ จำกัด โทร. 0 2894 6167, 0 2894 6166 บริษัท ปิยะทัวร์ จำกัด โทร.0 2894 6330, 0 2894 6331เครื่องบิน : จังหวัดพัทลุงไม่มีสนามบิน นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเครื่องบินไปลงจังหวัดตรังหรือจังหวัดนครศรีธรรมราช จากนั้นนั่งรถต่อมายังจังหวัดพัทลุง สายการบินนกแอร์ สายการบินแอ เอเชีย การเดินทางภายในจังหวัด แอดแนะนำให้ติดต่อเหมาหรือเช่ารถค่ะ เนื่องจากสถานที่แต่ละแห่งมีระยะทางค่อนข้างห่างกัน วันที่ 1 หากมาตามเส้นทางที่แอดแนะนำนี้ เพื่อน ๆ สามารถหาที่พักค้างคืนที่อำเภอเมืองพัทลุงได้เลยค่ะ สถานที่แรกที่เราจะไปคืออำเภอปากพะยูน ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ 70 กิโลเมตร โดยเราจะข้ามสะพานเกาะหมาก-ปากพะยูน ไปยังเกาะนางคำ ตำบลเล็กๆ ที่เป็นเกาะในทะเลสาบสงขลา จุดหมายของเราก็คือ “แกรนด์แคนยอน” หลาย ๆ คนคงรู้จักลักษณะของแกรนด์แคนยอนกันบ้างแล้ว ซึ่งในประเทศไทยเราก็มีอยู่หลายจังหวัด ที่พัทลุงเองก็มีเหมือนกัน และถือเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดเลยก็ว่าได้ มาพัทลุงทั้งทีก็ต้องมาเช็คอินกันหน่อย ทิวทัศน์โดยรอบเป็นผาหินทรงสูง รูปร่างแปลกตา เดิมนั้นเป็นพื้นที่ทำเหมืองเพื่อขุดดินไปขาย แต่หลังจากมีชาวโซเชียลแชร์รูปออกไป ใคร ๆ ก็อยากมาแวะมาชมกัน ที่นี่มีมุมให้ถ่ายรูปสวย ๆ หลายมุม ช่วงกลางวันจะร้อนสักหน่อย แนะนำให้มาช่วงเช้ากับช่วงเย็น บรรยากาศกำลังดีเลย การเดินทางเข้ามาที่นี่ ต้องขับขี่กันอย่างระมัดระวังสักหน่อย เนื่องจากเส้นทางบางช่วงยังเป็นถนนลูกรังอยู่ https://goo.gl/maps/obd9dEfSuf3YfGDT9 เทศกาลว่าวนานาชาติ ประจำปี 2565 ณ แกรนด์แคนยอน เกาะนางคำ จังหวัดพัทลุง ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 29 เมษายน – 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา สำหรับผู้ที่ชอบร้านกาแฟ บรรยากาศธรรมชาติ แอดขอแนะนำ “โรงคั่วกาแฟสวนไผ่” ร้านกาแฟในสวนไผ่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟ ซึ่งที่นี่ใช้กาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า 100% จากจังหวัดระนอง  ภายในร้านจัดบรรยากาศไว้น่าสบาย ทั้งในสวนไผ่รับลมเย็น ๆ และในร้านที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายอบอุ่น ซิกเนเจอร์ของร้านนี้คือ การได้คั่วบดกาแฟเอง ซึ่งทางร้านจัดเป็นจุดแบบนี้เลยล่ะ หรือถ้าไม่ถนัดคั่วบดเองก็สามารถสั่งเมนูเครื่องดื่มได้ตามชอบ อร่อยทุกอย่าง นอกจากนี้ ยังมีบริการโฮมสเตย์อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นที่พักผ่อนจากความเหนื่อยล้า เหมาะที่จะมาชาร์จแบตให้กับตัวเองได้อย่างดีเลย เยื้องวัดป่าขอม ตำบลปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง  เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 19.00 น. (ปิดวันพุธ)  09 6836 2249 https://goo.gl/maps/KfzDgjDHGLcazrtu6 วันที่ 2 เช้าตรู่นี้แอดจะพาเพื่อน ๆ ไปขึ้นเขาชมหมอกกัน ฟังไม่ผิดค่ะ…ถึงที่นี่จะเป็นจังหวัดพัทลุงก็มีทะเลหมอกให้เราได้ชม จากอำเภอเมืองไปอำเภอกงหรา ระยะทาง 25 กิโลเมตร เราจะไปชมหมอกกันที่ควนนกเต้น “ควน” เป็นภาษาใต้ หมายถึง ภูเขาเล็ก ๆ ด้านบนเป็นจุดชมวิวภูเขาสลับซับซ้อนตามแนวเทือกเขาบรรทัด มีร้านกาแฟและขนมให้บริการ แต่ไฮไลท์คือตอนเช้าจะมองเห็นทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น ควนนกเต้นสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี อย่างช่วงหน้าฝนแบบนี้ เพื่อน ๆ จะได้สัมผัสหมอกหน้าฝนแบบฟิน ๆ เลยทีเดียว นักท่องเที่ยวสามารถขับรถขึ้นมาที่ลานจอดรถและใช้บริการรถ 4WD ขึ้นไปที่ควนนกเต้น เนื่องจากทางค่อนข้างชันมาก ไม่สามารถขับขึ้นไปเองได้ ราคาคนละ 60 บาท (ไป-กลับ) ที่นี่ยังมีที่พักให้บริการหลายแห่ง เรียกได้ว่าเป็นที่พักหลักร้อย แต่ได้วิวหลักล้าน หรือใครจะนำเต็นท์ไปเองก็ได้เช่นกัน แอดแนะนำให้สอบถามราคาที่พักโดยตรงก่อนเข้าพักค่ะ ควนนกเต้น หมู่ที่ 4 ตำบลคลองทรายขาว อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง  เปิดให้ขึ้นชมวิว เวลา 05.00 – 19.00 น. https://goo.gl/maps/qKGp7VWAgdhmR3Vm7 แวะมาชอปกันที่ หลาดใต้โหนด…คำว่า “หลาด” ภาษาใต้แปลว่า “ตลาด” หลาดใต้โหนดก็คือตลาดใต้โหนดนั่นเอง หากใครมาเที่ยวพัทลุงตรงกับวันอาทิตย์ แอดแนะนำว่าต้องไปเดินชมกันสักครั้ง ที่นี่แตกต่างจากตลาดอื่นตรงที่จะใช้ภาชนะและบรรจุภัณฑ์ที่ปราศจากพลาสติกเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยังมีคอนเซ็ปต์ที่เก๋ไก๋น่าไปเที่ยวมากคือ “ของกิน ของใช้ งานศิลป์ บ้านบ้าน” ภายในตลาดมีทั้งอาหารพื้นเมือง การแสดงและสินค้าแฮนด์เมดของคนในท้องถิ่น ที่สำคัญราคาน่ารักมาก : )  หมู่ 4 บ้านศาลาม่วง ตำบลดอนทราย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง  เปิดวันอาทิตย์ เวลา 07.00 – 17.00 น.  โทร. 0 7467 3616 https://goo.gl/maps/4aWTrZaCxzHkHVCCA

พักผ่อน…พัทลุง อ่านเพิ่มเติม

✨ ทะเลน้อย – ปากประ : พัทลุง✨

“พัทลุง” แดนใต้ถิ่นโนราห์ จังหวัดเล็ก ๆ ที่มากด้วยแหล่งท่องเที่ยวและทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ รีวิวชุดนี้จะพาไปรับแสงอรุณแรกของวันและชมวิถีประมงพื้นบ้านที่ ‘ปากประ’ ล่องเรือท่ามกลางทะเลบัวแดงบานสะพรั่งที่ ‘ทะเลน้อย’ ดูนกและทักทายควายน้ำที่ ‘สะพานเอกชัย’ ปิดท้ายด้วยของฝากสินค้าพื้นบ้านจากชุมชนรอบทะเลน้อย ชวนสะพายกล้องล่องใต้ … มาเที่ยวด้วยกันในรีวิวต๊ะ! ชวนมาดู วิถีชีวิตควายน้ำที่ ‘จุดชมวิวสะพานเอกชัย’ และ ‘ทะเลน้อย’ ชวนมาสัมผัสประสบการณ์ ‘ทะเลน้อย’ สวรรค์ของนักดูนก ‘ ปากประ ‘ ที่ตั้ง : บ้านปากประ ตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง พิกัด : https://goo.gl/maps/QpKRUEDa8EpM44qT7 ‘ ปากประ ‘ หรือ ‘ คลองปากประ ‘ สายน้ำสำคัญของจังหวัดพัทลุง เป็นจุดที่ลำคลองย่อยหลายสายไหลมารวมกันที่คลองแห่งนี้ ก่อนไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลา ช่วงตอนปลายของคลองปากประก่อนไหลลงทะเลสาบสงขลา มีลักษณะเป็นเวิ้งกว้างคล้ายปากอ่าว และมีสัตว์น้ำชุกชุม ด้วยเหตุนี้จึงเป็นภาพชินตาที่จะเห็น ‘ยอยักษ์’ อุปกรณ์ดักจับสัตว์น้ำตั้งเรียงรายในบริเวณนี้ อีกหนึ่งภาพคุ้นชินของปากประ ที่พบเห็นได้ทุกวันยามเช้าตรู่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น คือเรือของนักท่องเที่ยวที่พร้อมใจกันตื่นไวกว่าตอนอยู่บ้าน เพื่อมาเฝ้ารอชมความงามยามแสงสีส้มแดงของดวงอาทิตย์ฉาบทาบขอบฟ้า โดยมียอยักษ์เป็นพร็อพสำคัญประกอบฉาก การเที่ยวชมปากประ มักเริ่มต้นในยามเช้าตรู่ เพราะไฮไลต์สำคัญ คือการชมและถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นกับยอยักษ์ นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือยนต์โดยติดต่อผ่านที่พักทุกแห่งที่ตั้งอยู่บริเวณปากประ ราคาลำละประมาณ 700-1,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของเรือ ซึ่งนั่งได้ตั้งแต่ 5-15 คน แนะนำให้ลงเรือประมาณ 05.30-05.45 น. เพื่อทันชมแสงแรกของวัน ปกติจะใช้เวลานั่งเรือชมทัศนียภาพบริเวณปากประราว 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังสามารถเหมาเรือจากปากประ-ทะเลน้อย เพื่อไปชมบัวแดง นกน้ำ ควายน้ำได้ด้วย ค่าเรือในเส้นทางนี้ประมาณ 1,000-1,200 บาท ใช้เวลานั่งเรือเที่ยวชม 2-3 ชั่วโมง เส้นทางล่องเรือจากปากประ-ทะเลน้อย ใช้เวลาประมาณ 15 นาที และจะผ่านสะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (ทางหลวงชนบท พท. 5050) หรือสะพานเอกชัยด้วย ระหว่างนั่งเรือจากปากประ-ทะเลน้อย จะได้ชมธรรมชาติ เก็บภาพควายน้ำและนกนานาชนิด อรุณสวัสดิ์ยามเช้าฮะ  จุดอนุรักษ์นกน้ำ ระหว่างเส้นทางเรือจากปากประไปทะเลน้อย นกน้ำสีสวย กับการเริ่มต้นในเช้าอีกวันของชีวิต นั่งเรือจากปากประ 15-20 นาที ก็มาถึงทะเลน้อย ‘ทะเลน้อย’ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลพนางตุงและตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง พิกัด : https://goo.gl/maps/EZMVLjuVvKzdNxHp8 ‘ทะเลน้อย’ หรือ ‘อุทยานนกน้ำทะเลน้อย’ เป็นทะเลสาบน้ำจืด มีพื้นที่ประมาณ 17,500 ไร่ เชื่อมต่อกับทะเลสาบสงขลาโดยคลองนางเรียม ซึ่งมีระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่และความหลากหลายทางชีวภาพ ทำให้ทะเลน้อยได้รับการประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย และยังได้รับการประกาศให้เป็นเขตพื้นที่ชุ่มน้ำโลก หรือ “แรมซาร์ ไซด์” (Ramsar Site) แห่งแรกในไทยเช่นกัน ปกติในช่วงเดือนมีนาคม-มิถุนายน ของทุกปี จะเป็นฤดูกาลที่บัวแดงหรือบัวสายพร้อมใจกันเบ่งบานเต็มผืนน้ำของทะเลน้อย จนใครต่อใครมักเรียกกันติดปากว่า ‘ทะเลบัวแดง’ ช่วงเวลาแนะนำในการนั่งเรือชมทะเลบัวแดง คือ ช่วงเวลาเช้า ระหว่าง 06.00-10.00 น. เพราะธรรมชาติของดอกบัวจะบานในยามเช้าและเริ่มหุบก่อนเวลาเที่ยงวัน แสงแดดอุ่นในยามเช้า ส่งให้สีดอกบัวยิ่งดูหวานละมุนตา สวรรค์น้อย ๆ ของผู้รักธรรมชาติและการถ่ายภาพ กิจกรรมนั่งเรือเที่ยวทะเลน้อย นอกจากจะได้ชมทะเลบัวแดง นกน้ำ ควายน้ำ และพืชน้ำนานาชนิด ยังได้เห็นวิถีชีวิตการทำประมงพื้นบ้านของชาวชุมชนทะเลน้อยอีกด้วย สำหรับใครที่ไม่ได้เหมาเรือมาจากปากประ หรืออยากจะนั่งเรือเที่ยวชมแค่ทะเลน้อยและบัวแดง สามารถลงเรือได้ที่ ท่าเรือท่องเที่ยวทะเลน้อย พิกัด : https://goo.gl/maps/EZMVLjuVvKzdNxHp8 ราคาลำละ 550 บาท นั่งได้ไม่เกิน 5 คน/ลำ เรือมีให้บริการตลอดทั้งวัน ระหว่างเวลา 05.30-17.30 น. อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ต้องห้ามพลาดเมื่อได้มาเที่ยวในพื้นที่โซนปากประ-ทะเลน้อย นั่นก็คือการมาเช็กอินที่ ‘สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา’ สร้างขึ้นในปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ของในหลวงรัชกาลที่ 9 (5 ธันวาคม 2550) สะพานนี้ยังมีชื่อเรียกอีกชื่อ คือ “สะพานเอกชัย” มีที่มาจากช่วงที่มีการสร้างสะพาน นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง เอกชัย ศรีวิชัย ได้มาจัดแสดงเพื่อหารายได้สมทบทุนร่วมสร้างสะพานแห่งนี้ด้วย พิกัด : https://goo.gl/maps/FE6Sz685iNNYZyqh7 สะพานแห่งนี้มีความยาวประมาณ 5.5 กิโลเมตร เป็นสะพานที่ยาวที่สุดในประเทศไทย เชื่อมการเดินทางระหว่างอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง และอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา หากใครพลาดกิจกรรมล่องเรือชมควายน้ำและนกนานาชนิด หรือมีเวลาไม่พอในการล่องเรือ ก็สามารถมารอชมควายน้ำและนกน้ำได้จากจุดชมทิวทัศน์บนสะพานเอกชัย ช่วงเวลาแนะนำในการมาเที่ยวชมทิวทัศน์บนสะพานเอกชัย คือ 06.00-09.00 น. และ 16.00-18.00 น. เพราะเป็นช่วงเวลาที่แสงกำลังสวยและไม่ร้อนจนเกินไป ฝูงควายน้ำพากันเดินเรียงแถวมุ่งสู่เวิ้งน้ำเบื้องหน้า เป็นภาพที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวไม่น้อย บ้านแฝดหลังคาแดง ตั้งอยู่กลางทะเลน้อยและไม่ไกลจากสะพานเอกชัย เป็นอีกหนึ่งมุมถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ชื่นชมธรรมชาติกันจนอิ่มตาอิ่มใจ มาปิดท้ายกันด้วยการซื้อหาของฝากและสินค้าที่ระลึกของชุมชนรอบทะเลน้อย เช่น ผลิตภัณฑ์กระจูดสาน ปลาตากแห้ง ปลาดุกร้า ไข่ปลาทอด ฯลฯ กระจูดสาน หัตถกรรมขึ้นชื่อและราคาย่อมเยาว์ของชุมชนทะเลน้อย มีจุดจำหน่ายหลักบริเวณตลาดตรงท่าเรือท่องเที่ยวทะเลน้อย ไข่ปลาทอด อาหารว่างขึ้นชื่อของทะเลน้อย มีขายทั่วไปทั้งบริเวณท่าเรือ จุดขายสินค้าที่ระลึกรอบทะเลน้อย ปลาดุกร้า คือ ปลาร้าที่ทำด้วยปลาดุกอุยหรือปลาดุกเนื้ออ่อน เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นและของฝากขึ้นชื่อของชาวบ้านทะเลน้อยเช่นกัน เมื่อสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย บวกกับธรรมชาติในเมืองไทยบ้านเราได้พักฟื้นอย่างเต็มที่ จึงนับเป็นช่วงเวลาทองที่พวกเราชาวไทย จะออกเดินทางท่องเที่ยวในบ้านของพวกเราเอง ออกไปสัมผัสประสบการณ์ที่ดีกว่าเดิม ออกไปเก็บภาพความประทับใจในมุมมองใหม่ ๆ หรืออาจเป็นมุมมองเดิม ๆ แต่เชื่อเถอะว่าจะต้องประทับใจมากกว่าที่เคยแน่นอน  ท้ายสุด … อย่าลืมรักษาสุขอนามัย ดูแลสุขภาพกายและใจกันด้วยนะคะ 

✨ ทะเลน้อย – ปากประ : พัทลุง✨ อ่านเพิ่มเติม

Coloring The Sky @Phatthalung 🪁

ซัมเมอร์นี้มาล่องใต้กันม้ายย วันนี้แอดนำภาพบรรยากาศงาน Coloring The Sky @Phatthalung เทศกาลว่าวนานาชาติ ประจำปี 2565 เพื่อส่งเสริมท่องเที่ยวในประเทศ กระจายรายได้สู่พื้นที่เมืองรอง วันนี้งานจัดวันสุดท้ายแล้วน้า ใครอยู่ใกล้ อย่าลืมแวะไปกันนะหรือใครยังไม่ได้เดินทางก็ชมภาพบรรยากาศกันก่อนได้ งานจัดวันที่ 29 เม.ย. – 1 พ.ค. 2565 ณ แกรนด์แคนยอน เกาะนางคำ อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง

Coloring The Sky @Phatthalung 🪁 อ่านเพิ่มเติม

📍 ปากพะยูน : พัทลุง📍

อำเภอที่ตั้งอยู่ทางใต้สุดของจังหวัดพัทลุง มีระยะทางห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 50 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับอำเภอควนเนียงและอำเภอสิงหนครของจังหวัดสงขลา ทางด้านตะวันออกอำเภอปากพะยูน คือ ทะเลสาบสงขลา (ตอนกลาง) วิถีชีวิตชาวปากพะยูน จึงผูกพันกับสายน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มีการทำประมงพื้นบ้านเป็นอาชีพหลัก ควบคู่กับเกษตรกรรมคือสวนยางพารา พิกัดในภาพ คือ บรรยากาศยามเย็น ณ สะพานเกาะหมาก-ปากพะยูน เป็นเส้นทางสัญจรหลักจากตัวอำเภอปากพะยูนข้ามไปยังเกาะหมากและเกาะนางคำ ซึ่งเป็นหมู่เกาะในทะเลสาบสงขลา และกำลังเป็นแหล่งท่องเที่ยว Unseen แห่งใหม่ของภาคใต้อีกด้วย

📍 ปากพะยูน : พัทลุง📍 อ่านเพิ่มเติม

✨ทำความรู้จัก “สาคูต้น”✨

คนชอบรับประทานขนมหวานน่าจะรู้จักสาคูเป็นอย่างดี เพราะนำมาใช้ทำของว่างและขนมหวานหลายชนิด แต่ทราบไหมว่า เม็ดสาคูนั้นมี 2 ชนิด คือเม็ดสาคูที่ทำจาก “แป้งมันสำปะหลัง” และเม็ดสาคูที่ทำจาก “แป้งสาคูต้น” วันนี้แอดจะมาแนะนำให้รู้จักสาคูทั้งสองประเภทนี้ว่าแตกต่างกันยังไง เม็ดสาคูที่ทำจากแป้งมันสำปะหลัง หาซื้อได้ง่าย มีวางขายตามตลาดทั่วไป ปกติเรานำมาทำขนมหวาน ไม่ว่าจะเป็น ตะโก้สาคู สาคูไส้หมู สาคูเปียกน้ำกะทิ เม็ดสาคูชนิดนี้เมื่อต้มสุกแล้วจะใส ไร้กลิ่นและรส หากทิ้งให้เย็นจะจับตัวเป็นก้อนเหนียวติดมือ เป็นลักษณะของ ‘แป้งมัน’ ที่เรารู้จักกันดีนั่นเอง เม็ดสาคูที่ทำจากแป้งสาคูต้น เม็ดสาคูแบบนี้เรียกว่า สาคูแท้ เป็นผลผลิตจาก “ต้นปาล์มสาคู” พืชท้องถิ่นของภาคใต้ โดยพื้นที่ที่พบและปลูกมากอยู่ที่อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ลำต้นมีเปลือกหนา ภายในประกอบด้วยเส้นใยและเเป้งเป็นจำนวนมาก สาคูแท้ถือเป็นของพิเศษ หารับประทานยาก เพราะการผลิตต้องอาศัยความชำนาญ การจะล้มต้นสาคูเพื่อขูดเอาเนื้อปาล์มได้ ต้นสาคูต้องมีอายุราว 8 ปี กรรมวิธีการผลิตคือหลังจากการโค่นต้นสาคูแล้ว จะนำมาเลื่อยให้เป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 1 เมตร แล้วจึงผ่าลำต้น ขูดเอาเนื้อภายใน จากนั้นนำมาบดให้ละเอียดด้วยวิธีการต่างๆ แล้วนำไปแช่น้ำจนนิ่ม นำมาคั้นน้ำและกรองเอาเนื้อแป้งมาตาก หรืออบจนแห้งสนิท สาคูแท้นั้นมีกลิ่นหอมเหมือนดอกไม้แห้ง เนื้อนุ่มหนึบหนับ ชาวพัทลุงนิยมนำไปประกอบอาหารทั้งคาวและหวาน ไม่ว่าจะเป็นข้าวยำสาคู ข้าวต้มสาคู โจ๊กสาคู หรือขนมหวาน เช่น สาคูเปียกกะทิ สาคูกวน อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง นอกจากจะเป็นแหล่งปลูกต้นปาล์มสาคูแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงามมากมาย เช่น อุทยานนกน้ำทะเลน้อย คลองปากประ สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ศูนย์เรียนรู้นาโปแก ถ้าเพื่อนๆมีโอกาส แอดอยากชวนไปชิมสาคูและท่องเที่ยวกันสักครั้งค่ะ

✨ทำความรู้จัก “สาคูต้น”✨ อ่านเพิ่มเติม

ชวนครอบครัวเที่ยวสงกรานต์ กับ 5 สถานที่เที่ยวเมืองรอง

วันสงกรานต์ ถือเป็นเทศกาลที่สำคัญของคนไทย หลายคนตั้งหน้าตั้งตารอคอยให้เทศกาลนี้มาถึงไว ๆ เพราะนอกจากจะได้หยุดยาวพักผ่อนแล้ว ช่วงเทศกาลสงกรานต์ยังมีกิจกรรมมากมายให้ได้ทำ โดยสิ่งที่คนส่วนใหญ่จะนึกถึงเป็นอันดับแรกคือการละเล่นน้ำ ประแป้ง คลายร้อน การร่วมกิจกรรมรื่นเริงต่างๆ หรือเข้าวัด ไหว้พระ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคลในวันขึ้นปีใหม่ของไทย แต่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ วันที่ 14 เมษายน ของทุกปี ยังถือเป็นวันครอบครัวอีกด้วย เราเลยอยากชวนทุกครอบครัวไปเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวสงกรานต์ในรูปแบบใหม่ สไตล์เมืองรอง ที่ถึงแม้จะงดเล่นน้ำ งดประแป้ง แต่ก็ยังมีกิจกรรมสนุก ๆ ของ 5 สถานที่เมืองรอง ที่มีครบทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นสายบุญ สายออกกำลังกาย หรือว่าจะสายกิน ที่รับรองว่าได้ลองแล้วจะติดใจจนต้องชวนครอบครัวออกไปเที่ยวซ้ำอีกแน่นอน วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ .วันสงกรานต์ ถือเป็นประเพณีวันขึ้นปีใหม่ของไทยในสมัยโบราณ เป็นการเปลี่ยนปีจุลศักราช ซึ่งปัจจุบันถึงแม้จะกำหนดให้วันที่ 1 มกราคม ของทุกปีเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามหลักสากล แต่ชาวไทยพุทธศาสนา ยังถือว่าวันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย ไหน ๆ ก็หยุดยาวปีใหม่ไทยทั้งที ถือเป็นช่วงเวลาดี ๆ ที่ไม่ควรพลาดในการพาครอบครัวเข้าวัด ไหว้พระ ทำบุญ เสริมความสิริมงคลให้แก่ครอบครัว โดยวัดที่เราจะพาทุกครอบครัวไปไหว้พระเริ่มต้นปีกันนั้นก็คือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ถือเป็นวัดสำคัญคู่บ้านคู่เมืองสุพรรณบุรีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น ในสมัยของพระเจ้าอู่ทอง มีอายุไม่ต่ำกว่า 600 ปี จุดเด่นของวัดอยู่ตรงองค์พระปรางค์ที่ถือเป็นต้นกำเนิดพระพิมพ์ผงสุพรรณบุรีอันโด่งดัง มาที่นี่นอกจากจะได้พาครอบครัวมาสรงน้ำพระวันสงกรานต์เพื่อเริ่มต้นสิ่งดี ๆ ในปีใหม่ ที่คนไทยโบราณเชื่อว่าชีวิตก็จะราบรื่นมีความสุขไปตลอดปีแล้ว ที่นี่ยังเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของไทย ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์จากสถานที่จริงอีกด้วย.สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง– อุทยานมังกรสวรรค์ 400 เมตร– วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร 2.9 กม.– หอเกียรติยศ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา 3.8 กม..ที่ตั้ง ถนนสมภารคง ต.รั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรีเปิดบริการทุกวัน ไร่ตามฟาร์มสุข.ขยับมาเที่ยวภาคตะวันออกกันบ้าง ที่จังหวัดจันทบุรี จังหวัดเมืองรองใกล้กรุง ที่นี่มีกิจกรรมท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบันนี้ คือ การพาย Stand Up Paddle Board หรือที่เรามักจะเรียกกันเล่น ๆ ว่า SUP Board ในคลองบางกะจะ ด้วยเสน่ห์ความสวยงามคลองบางกะจะ ทำให้เราสามารถออกกำลังกาย และพักผ่อนไปได้ในคราวเดียวกัน ไม่ว่าจะอยากออกทริปพาย SUP ชมธรรมชาติช่วงเช้า ช่วงเย็น หรือจะเหมายาวๆทั้งวัน ที่นี่ก็มีบริการให้เลือกหลายช่วงเวลาตามความต้องการ.นอกจากนี้ยังมีบริการ Private Portrait SUP ทุกโปรแกรมของที่นี่นักท่องเที่ยวจะได้ภาพสวย ๆ จากช่างภาพมืออาชีพที่มาถ่ายให้ โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่มอีกด้วย นอกจากนี้ที่นี่ยังมีกิจกรรมขี่ม้า โดยที่ฟาร์มจะมีสนามฝึกขี่ม้า และมีคุณครูฝึกผู้เชี่ยวชาญดูแลอยู่ตลอดการเรียน เริ่มเรียนได้ตั้งแต่เด็กเล็ก 3 ขวบขึ้นไป หรือผู้ใหญ่ท่านไหนสนใจที่นี่ก็ยินดีต้อนรับเสมอ อัตราค่าบริการ SUP– แพคเกจเริ่มต้น ราคา 800บาท/คน รับจำนวนจำกัดไม่เกิน 7 ท่าน ต่อทริป ยกเว้น แพคเกจส่วนตัว จำนวนไม่เกิน 2 ท่าน หรือ ครอบครัว พ่อ แม่ ลูก * กรณีมีเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี ขออนุญาตรับเฉพาะกลุ่ม ไม่รับแจมกรุ๊ปกับท่านอื่น * กรณี ลูกค้ามี บอร์ดมาเอง ขอร่วมแจมทริป มีค่าบริการ 300 บาท : 1 บอร์ด (พร้อมอาหาร เพิ่ม 150 บาท รวมค่าบริการ 450 บาท : 1 ท่าน) (อัตรานี้รวม ค่าบริการเจ้าหน้าที่,ค่าบำรุงสถานที่ ,น้ำดื่ม- ของว่าง ).อัตราค่าบริการขี่ม้า– ครึ่งชั่วโมง 200 บาท– 1 ชั่วโมง 400 บาท– คอร์สเรียน 4,000 บาท (เรียน 10 ชั่วโมง แถมฟรีอีก 1 ชั่วโมง).สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง– ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช 2.4 กม.– ชุมชนริมน้ำจันทบูร 8.6 กม.– ชุมชนขนมแปลก 12 กม..ที่ตั้ง 68/3 หมู่ 4 ถนนชาติอนุสรณ์ ตำบลบางกะจะ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรีเปิดบริการทุกวัน (กรุณานัดหมายจองล่วงหน้าก่อนเดินทาง)โทร. 09 4696 6263 cr. รูปขี่ม้า จากไร่ตามฟาร์มสุข https://www.facebook.com/raitamfarmsuk ศูนย์เรียนรู้ชุมชนทุ่งเจริญ.สถานที่ต่อไป ขอเอาใจครอบครัวสายคราฟท์กันบ้าง หากพูดถึงงานคราฟท์ งานผ้า จังหวัดที่โดดเด่นในเรื่องนี้คงจะหนีไม่พ้นจังหวัดแพร่ เราเลยจะพาทุกคนไปเรียนรู้กระบวนการวิธีทำผ้าหม้อห้อม ผ้าพื้นเมืองที่สำคัญของจังหวัดแพร่ ที่ศูนย์เรียนรู้ชุมชนทุ่งเจริญ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ หรือชาวบ้านจะรู้จักกันในนาม บ้านป้าเหงี่ยม แรกเริ่มที่นี่เป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ได้รวมกลุ่มกันทำผ้าหม้อห้อมที่ย้อมจากสีธรรมชาติ จนพัฒนาพื้นที่มาเป็นแหล่งเรียนรู้ “ศูนย์เรียนรู้ชุมชนทุ่งเจริญ” ในปัจจุบัน ผ้าหม้อห้อมถือว่าเป็นผ้าที่ทนทาน สวมใส่สบายไม่ร้อน นอกจากนี้ยังสามารถนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ได้ทั้งหมวก ผ้าพันคอ มาเที่ยวที่นี่นอกจากคุณพ่อ คุณแม่จะได้ความรู้เผื่อนำไปต่อยอดเป็นอาชีพได้แล้ว เด็กๆยังได้สนุกสนานไปกับการทำกิจกรรมการย้อมผ้าหม้อฮ้อม งานศิลปะฝีมือเราที่มีชิ้นเดียวในโลกอีกด้วย.สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง– วนอุทยานแพะเมืองผี 6.2 กม.– พิพิธภัณฑ์คุ้มวงศ์บุรี 4.8 กม.– คุ้มเจ้าหลวง 4.3 กม..ที่ตั้ง 291 หมู่ 5 ตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่เปิดบริการทุกวัน

ชวนครอบครัวเที่ยวสงกรานต์ กับ 5 สถานที่เที่ยวเมืองรอง อ่านเพิ่มเติม

ชิมอาหารถิ่น อิ่ม “วิวยอ”

หากให้เพื่อนชาวพัทลุงระบุรายชื่อร้านอาหารยอดนิยม บวกเพิ่มด้วยการขอวิวดีๆ เลิศๆ ในช่วงพระอาทิตย์ตก เชื่อได้ว่าร้อยทั้งร้อยจะต้องเอ่ยนาม “ร้านวิวยอ” แถบทะเลน้อยแบบพร้อมเพียงกัน เรียกได้ว่า ยืนหนึ่งทั้งรสชาติอาหารและบรรยากาศ . วิวยอเริ่มเปิดร้านพร้อมกับรีสอร์ทมาตั้งแต่ 5 ปีที่แล้ว ในตอนนั้นพัทลุงยังไม่เด่นในแง่ของการท่องเที่ยว ชาวพัทลุงเองก็แอบน้อยใจหน่อยๆ ว่า เป็นจังหวัดทางภาคใต้ทั้งทีแต่กลับไม่มีพื้นที่ติดทะเลเลย กระนั้นเสน่ห์อันงดงามที่ไม่เหมือนที่ใดอย่างวิวยอยักษ์แถวบ้านปากประนี่ล่ะที่ช่วยส่องประกาย กลายเป็นภาพจำที่นักท่องเที่ยวต่างพากันปักหมุดหมาย เพื่อมาเห็นถึงวิถีชีวิตชาวประมงที่อยู่คู่เคียงกับความงดงามอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ คลองปากประถือเป็นคลองธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ไม่ต่างอะไรกับแม่น้ำ โดยรับน้ำจากเทือกเขาบรรทัดและที่ตั้งของบ้านปากประก็อยู่ในทำเลดีที่ชุมนุมของปลาลูกเบร่ หรือ ปลาซิวแก้ว ทำให้ชาวประมงสร้างเป็นยอยักษ์ขนาดใหญ่เพื่อช้อนปลาเหล่านั้น โดยไม่ต้องอาศัยเหยื่อล่อใดๆ เมื่อได้สถานที่ที่มอบวิวอันยิ่งใหญ่และเปรียบดั่งสัญลักษณ์ท่องเที่ยวของจังหวัด ร้านวิวยอจึงอยากนำเสนอความเป็นท้องถิ่นตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุไม้ กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมอย่างไม่แปลกแยก โดยเริ่มกิจการไปพร้อมๆ กับ 6 ห้องพักที่มองเห็นวิวยอยักษ์เช่นกัน บรรยากาศริมน้ำกับโต๊ะประมาณ 60 โต๊ะที่มองไปทางไหนก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นของคนไทยแบบครอบครัวใหญ่ ทางร้านต้องการให้ที่นี่เป็นเหมือนห้องรับแขกที่สามารถรองรับคนได้ทุกกลุ่ม ตั้งแต่ชาวบ้านที่เพิ่งเสร็จกิจจากงาน จนถึงผู้หลักผู้ใหญ่ที่อยากมาจัดงานเลี้ยง ที่นี่ก็มีห้องประชุมอย่างดีไว้รองรับ สายลมจากสายน้ำพัดพาความเย็นให้โซนเอาท์ดอร์ของร้านแน่นขนัดไปเกือบทุกโต๊ะ มองไปเห็นเหล่ายอยักษ์ที่ยังมีชาวประมงคอยกระดกขึ้นลงทุก 5 – 10 นาที ทางร้านจะรับปลาลูกเบร่ของชาวประมงเหล่านั้น รวมถึงกุ้งตัวโตๆ เนื้อแน่นๆ และปลาต่างๆ ที่ชาวประมงจับได้มาทำอาหารให้ลูกค้า เรียกได้ว่า ช่วยอุดหนุนชุมชน และทำให้ผู้บริโภคได้อิ่มหนำกับอาหารสดๆ วันต่อวัน ใกล้โพล้เพล้ เสียงเพลงดนตรีเพื่อชีวิตที่เล่นกันสดๆ ก็พร้อมขับกล่อมให้ทุกคนซึมซับกับบรรยากาศ เราได้ยินเพลง “ทะเลน้อย” เป็นครั้งแรก แม้ฟังเนื้อหาแล้วรู้สึกทึมเทา แต่ก็น่าสนใจจนต้องตามสืบได้ว่าศิลปินต้นแบบคือ วงแฮมเมอร์ วงในตำนานขวัญใจของคนใต้ทุกคน อาหารแนะนำแบบชาวพัทลุงแท้ๆ เราเลือก “แกงน้ำเคยยอดหวาย” ซึ่งไม่เคยกินจากที่ไหนมาก่อน และเป็นเมนูหารับประทานยาก เพราะวัตถุดิบคือ เคยปลา ซึ่งไม่ค่อยมีคนทำขาย เมนู “แกงน้ำเคย” มีที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและพัทลุง ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความหอมและอร่อย ในขณะที่คนสุราษฎร์ฯจะเรียกแกงชนิดนี้ว่า “แกงเคยปลา” ส่วนคนแถวสงขลาจะใช้ “น้ำเคย” นี้ราดข้าวยำเสียมากกว่า ใครที่เคยชิมแกงไตปลาก็อยากให้ลองเปิดใจให้เมนูนี้ดู วิธีทำน้ำเคยทำจากปลาน้ำจืดที่ตาย ซึ่งภาษาใต้เรียกว่า พอง มาถนอมอาหารด้วยการต้ม จากนั้นตำให้ละเอียดทั้งตัว ปั้นเป็นก้อนแล้วนำไปตากแดด จนได้ที่แล้วจึงค่อยเอามาทำน้ำแกง สีที่ได้คล้ายกะปิ แต่น้ำจะออกใสกว่า จากนั้นจะนำยอดอ่อนของหวายมาตำให้ละเอียดรวมกันแล้วต้มไป ยอดหวายเพิ่มรสชาติความขมฝาดเฝื่อนตัดกับความเค็มของน้ำเคย ใส่กับปลาย่าง และมะเขือเปราะ มีผักสดแนมมาแกล้มด้วย ส่วนตัวชิมแล้วคิดว่า อาจจะไม่แซ่บเท่าแกงส้ม แต่เป็นเมนูแปลกใหม่มาก ที่อยากให้ผู้มาเยือนพัทลุงทุกคนได้ชิมเช่นกัน มาถึงเมืองยอยักษ์ต้องไม่พลาดเมนูจากปลาลูกเบร่ ทางร้านนำมาทอดขมิ้น โดยใช้ปลาลูกเบร่สดมาทอดกรอบ ส่วนขมิ้นเพิ่มความหอม จานนี้ถูกใจเป็นพิเศษกินแล้วมันหยุดไม่ได้จริง ๆ มาถึงเมืองยอยักษ์ต้องไม่พลาดเมนูจากปลาลูกเบร่ ทางร้านนำมาทอดขมิ้น โดยใช้ปลาลูกเบร่สดมาทอดกรอบ ส่วนขมิ้นเพิ่มความหอม จานนี้ถูกใจเป็นพิเศษกินแล้วมันหยุดไม่ได้จริง ๆ .เมนูไฮไลท์ที่ไม่อยากให้พลาดคือ “ตำรากบัวกุ้งสด” รากบัวคือไหลบัวหลวง ที่แตกแล้วชอนไปใต้ดินเพื่อแตกต้นใหม่ ใครที่ชอบทำอาหารจะรู้ว่า ไหลบัวนี่แหละคือ วัตถุดิบชั้นยอดในการประกอบอาหาร เนื้อสัมผัสของไหลบัวนำมาแทนที่มะละกอในส้มตำปูได้ดี ความกรอบฉ่ำได้โอบอุ้มน้ำส้มตำรสชาติจัดจ้านหวานเค็มเผ็ดเอาไว้ กัดกินไปแต่ละคำได้ใจไปเต็มๆ และปูเค็มของทีนี่ก็ไม่เค็มแหลม รวมๆ แล้วลงตัวอย่างที่สุด อีกจานเด่นยกให้ “ปลาดุกร้า” แถบทะเลน้อย ใน อ.ควนขนุน จ.พัทลุงนั้น ถือเป็นแหล่งผลิตปลาดุกร้าสำคัญ และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศ เป็นเมนูที่ชาวบ้านนิยมทำกินกันเยอะมาก รสชาติคล้ายปลาเค็ม แต่มีรสชาติเฉพาะตัวและกลิ่นที่แตกต่างคือ มีรสเค็มหวานปะแล่มๆ ที่สำคัญคือมีกลิ่นหมัก เมื่อนำไปทอดเพิ่มกลิ่นหอมยั่วๆ เราบีบมะนาว กินกับเครื่องเคียงอย่างพริกหอมซอย เมนูนี้ถ้านำไปทานกับข้าวต้มกุ๊ยคิดว่า น่าจะเหมาะ ส่วนคนพัทลุงบอกว่า ต้องกินกับข้าวสวยร้อนๆ และแกงส้มจัดเป็น Perfect bite ของเขากันเลย ทางร้านเน้นความสะอาดถูกอนามัยมีบริการแพ็คขายเผื่อติดใจนำกลับไปฝากคนที่บ้าน เสียงเพลงเพื่อชีวิตยังคงขับกล่อม ชาวพัทลุงที่ไม่เร่งรีบยังคงนั่งชิลล์มองสายน้ำและแสงอาทิตย์ที่กำลังอำลาหน้าที่ในวันนี้ไป เราอยากให้ธุรกิจท่องเที่ยวเป็นเช่นนี้ มีความถ้อยทีถ้อยอาศัยของชุมชนและคนทำธุรกิจ หากวิวยอจะเป็นหนึ่งในร้านที่ประสบความสำเร็จต่อไปเรื่อยๆ ก็คงไม่เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจแต่อย่างใด.ที่ตั้ง 223 ตำบล พนางตุง อำเภอ ควนขนุน พัทลุงเปิดทุกวัน 10.00-22.00 น.โทร. 09 4598 2944Facebook : www.facebook.com/ViewYorRestaurant

ชิมอาหารถิ่น อิ่ม “วิวยอ” อ่านเพิ่มเติม

ล่องใต้ เที่ยวพัทลุง

หลายคนอาจคิดว่าภาคใต้เที่ยวได้เฉพาะช่วงฤดูร้อน แต่ที่จริงแล้วทุกๆ ที่ก็มีความสวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดู อย่างเช่นที่ จังหวัดพัทลุง ที่ไม่ว่าฤดูไหนก็สามารถมาเที่ยวได้.แม้จะเป็นจังหวัดเล็กๆ แต่พัทลุงก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามมากมายที่รอให้เหล่านักเดินทางเข้าไปสัมผัส ซึ่งแอดได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยว ต้อง ห้าม พลาด มาให้เพื่อนๆ ได้เที่ยวตามกันแล้ว  คลองปากประ.ที่นี่เป็นแหล่งทำประมงของชาวบ้าน มีปลาชุกชุม เราจึงได้เห็นยอยักษ์เป็นจำนวนมาก นับเป็นภาพบรรยากาศที่สวยงามจริงๆ เลยค่ะ.และนอกจากการชมยอยักษ์แล้ว อีกหนึ่งกิจกรรมที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ “การนั่งเรือไปชมพระอาทิตย์ขึ้น” เพื่อรอต้อนรับความมหัศจรรย์แห่งแสงแรกของวันที่สวยงามในยามเช้าตรู่นั่นเองค่ะ.ที่ตั้ง ต.พนางตุง อ.ควนขนุน เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย.ปกติแล้วในราวเดือนกุมภาพันธ์-เมษายนของทุกปี ที่นี่จะเต็มไปด้วยบัวแดงสีสันสดใส มองเห็นได้กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา และยังมีนกน้ำหลายชนิดออกมาโบยบินให้ได้เห็นกัน นอกจากนี้ที่นี่ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์นั่นก็คือ การชมเจ้าควายน้ำดำน้ำผลุบๆ โผล่ๆ เพื่อหาหญ้าใต้น้ำกินนั่นเอง ซึ่งจะพบเห็นได้ในช่วงฤดูน้ำหลาก หรือราวเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ค่ะ.ที่ตั้ง ต.พนางตุง และ ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุนเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.โทร. 074 685 230 สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา.เป็นสะพานที่ยาวที่สุดของประเทศไทยในขณะนี้ สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมเส้นทางระหว่าง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง และ อ.ระโนด จ.สงขลา เข้าด้วยกัน.ทัศนียภาพโดยรอบของสะพานเป็นเวิ้งน้ำกว้างไกลของทะเลน้อยและทะเลหลวงของทะเลสาบสงขลา สามารถมองเห็นทะเลบัวแดงในช่วงเช้า ส่วนช่วงสายก็จะพบกับนกน้ำที่ออกหากิน และถ้าโชคดีก็อาจได้พบควายน้ำอีกด้วยค่ะ.ที่ตั้ง ต.พนางตุง อ.ควนขนุน หลาดใต้โหนด.ตลาดแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ และที่สำคัญยังเป็นตลาดที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม มีการนำเอาวัสดุธรรมชาติมาทำเป็นภาชนะใส่ขนมและอาหาร แทนการใช้โฟมและพลาสติก นอกจากนี้อาหารที่ขายภายในตลาดก็ใช้วัตถุดิบที่ผลิตขึ้นเองจากชุมชน ซึ่งปลอดสารพิษอีกด้วย.ที่ตั้ง ต.ดอนทราย อ.ควนขนุนเปิดเฉพาะวันอาทิตย์ เวลา 08.00 – 15.00 น.โทร. 074 673 616 เขาอกทะลุ เขาอกทะลุเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดพัทลุง มีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนที่มีโพรงเจาะทะลุบริเวณด้านบนของยอดเขา ทำให้สามารถมองเห็นอีกด้านหนึ่งได้ จึงเป็นที่มาของชื่อ “เขาอกทะลุ” นอกจากนี้ที่นี่ยังมีบันไดสำหรับขึ้นไปยังยอดเขาเพื่อชมทิวทัศน์ของเมืองพัทลุงได้อีกด้วย ที่ตั้ง ต.คูหาสวรรค์ อ.เมืองพัทลุง ควนนกเต้น.ควนนกเต้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี “ควน” เป็นภาษาใต้ หมายถึง ภูเขาเล็กๆ เป็นจุดที่ชมวิวภูเขาและทะเลหมอกได้อย่างสวยงาม นอกจากจะเป็นจุดชมวิวแล้ว ที่นี่ยังมีร้านกาแฟและขนมไว้คอยให้บริการอีกด้วย.ที่ตั้ง ต.คลองทรายขาว อ.กงหราเปิดทุกวัน เวลา 05.00 – 19.00 น. น้ำตกไพรวัลย์.น้ำตกแห่งนี้เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของพัทลุง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมมาเล่นน้ำกันที่บริเวณชั้นล่าง เพราะใกล้กับลานจอดรถและร้านอาหาร.ที่ตั้ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ต.คลองเฉลิม อ.กงหราเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 16.00 น.ค่าเข้าชม : ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาทชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาทโทร. 074 605 466 ล่องแก่งหนานมดแดง หนึ่งในสถานที่ล่องแก่งในพัทลุงที่น้อยคนจะรู้จัก แต่สำหรับสายผจญภัยบอกเลยว่าไม่ควรพลาด ที่นี่นักผจญภัยจะได้ตื่นเต้นและสนุกสนานไปกับเกาะแก่งต่างๆ ที่มีมากมายกว่า 40 แก่ง ในระดับความยากง่ายที่แตกต่างกันไป นอกจากนี้ยังจะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ตลอดสองฝั่งคลอง ทั้งความเขียวขจีของป่าไม้ ความสวยงามของดอกไม้นานาพันธุ์ รวมไปถึงสัตว์ประจำถิ่นชนิดต่างๆ ด้วย ที่นี่ยังมีห้องอบสมุนไพรไว้บริการสำหรับผู้ที่ต้องการผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการล่องแก่ง และหากใครอยากพักค้างคืนที่นี่ก็มีห้องพักและลานกางเต็นท์ด้วย ที่ตั้ง ม.1 ต.ลานข่อย อ.ป่าพะยอมโทร. 089 873 1464, 081 370 2123, 081 082 0206 เผยแพร่ใน Facebook : TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง วันที่ 3 ธันวาคม 2562

ล่องใต้ เที่ยวพัทลุง อ่านเพิ่มเติม

10 จุดชมความงาม ยามอาทิตย์อัสดง

1. วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ วัดอรุณราชวราราม เป็นวัดเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 2 และรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จุดเด่นของวัดแห่งนี้คือ “พระปรางค์” ซึ่งมีลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่สวยงามโดดเด่นที่สุดวัดหนึ่งของไทย หากมองจากฝั่งพระนครไปยังวัดอรุณฯ ในช่วงพลบค่ำ ก็จะเห็นภาพดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ด้านหลังของพระปรางค์พอดิบพอดี องค์ประกอบต่างๆ ล้วนทำให้เกิดเป็นภาพที่สวยงามลงตัวอย่างน่าอัศจรรย์ วัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหารที่ตั้ง : ถ.วังเดิม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานครเปิดทุกวัน เวลา 8.30-17.30 น. 2. วัดไชยวัฒนาราม จ.พระนครศรีอยุธยา ในช่วงปีที่ผ่านมา วัดไชยวัฒนารามเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิต เนื่องจากเป็นฉากหนึ่งในละครเรื่องบุพเพสันนิวาสทีโด่งดังไปทั่ว ทำให้มีผู้คนเดินทางมาตามรอยละครกันมากมาย วัดไชยวัฒนาราม เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง โดยจำลองรูปแบบการก่อสร้างมาจากปราสาทนครวัด มีพระปรางค์องค์ใหญ่เป็นประธานของวัด และมีปรางค์บริวารอยู่ที่มุมทั้ง 4 รอบพระปรางค์ล้อมรอบด้วยระเบียงคด ซึ่งมีเมรุทิศ เมรุราย อยู่ที่มุมและด้านของระเบียงคด นับเป็นโบราณสถานที่สวยงามตระการตาอีกแห่งหนึ่ง ในยามเย็นช่วงพระอาทิตย์ตกดิน แสงที่สาดส่องมายังโบราณสถาน ทำให้เกิดมุมมองที่แปลกตา สวยงามไม่แพ้กลางวันเลย วัดไชยวัฒนารามที่ตั้ง : อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยาเปิดทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น. 3. ปราสาทหินพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์ หลายๆ คนอาจจะตั้งตารอชมปรากฏการณ์ที่ดวงอาทิตย์ขึ้นตรง 15 ช่องประตู ซึ่งใน 1 ปีจะเกิดขึ้นเพียง 4 ครั้งเท่านั้น แต่วันนี้แอดอยากจะบอกว่า ไม่ต้องรอให้ถึงช่วงเวลานั้น เราก็มีรูปสวยๆ ไปอวดเพื่อนๆ ได้เหมือนกัน ยามดวงอาทิตย์คล้อยลงต่ำ เตรียมจะลาลับขอบฟ้า เงาของปราสาทจะบดบังดวงอาทิตย์ ทำให้ปราสาทดูลึกลับและเต็มไปด้วยมนต์ขลังมากยิ่งขึ้น ปราสาทหินพนมรุ้งที่ตั้ง : ต.ตาเป๊ก อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์เปิดทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น. 4. สะพานแขวนสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี จ.ตาก สะพานแห่งนี้ถือเป็นจุดชมวิวแม่น้ำปิงที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของ จ.ตาก เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะช่วงที่ดวงอาทิตย์ขึ้นและตก เราจะเห็นดวงอาทิตย์อยู่ตรงกับแนวสะพานพอดี เป็นภาพที่สวยงามมากๆ นอกจากนี้ ในช่วงเทศกาลลอยกระทงของทุกปี บริเวณสะพานแห่งนี้ยังใช้เป็นสถานที่จัดงานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีปพันดวง ซึ่งเป็นประเพณีท้องถิ่นของจังหวัดที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครอีกด้วย สะพานแขวนสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปีที่ตั้ง : อ.เมือง จ.ตาก 5. อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จ.สุโขทัย อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย มรดกโลกที่สำคัญของไทย ร่องรอยความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรสุโขทัยเมื่อกว่า 700 ปีก่อน ภายในอุทยานฯ เต็มไปด้วยโบราณสถานมากมายที่แม้จะปรักหักพังแต่ก็เต็มไปด้วยคุณค่าทั้งทางประวัติศาสตร์และทางจิตใจ ในช่วงเวลาโพล้เพล้ บริเวณสระน้ำหน้าวัดมหาธาตุนี่แหละคือสถานที่ยอดนิยมสำหรับนักถ่ายภาพ ภาพความยิ่งใหญ่ของโบราณสถานยามอาทิตย์อัสดงที่สะท้อนลงบนผิวน้ำนั้น งดงามเกินบรรยายจริงๆ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยที่ตั้ง : ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัยเปิดทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น. 6. กว๊านพะเยา จ.พะเยา กว๊านพะเยาเป็นบึงน้ำที่เกิดจากการรวมตัวของลำห้วยต่างๆ ถึง 18 สาย เป็นบึงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ และใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลากว่า 50 ชนิดด้วย คำว่า “กว๊าน” หมายถึง หนองน้ำ หรือบึงน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นคำที่ใช้เฉพาะที่จังหวัดพะเยาแห่งเดียวเท่านั้น ทัศนียภาพรอบกว๊านร่มรื่น มองเห็นแนวทิวเขาสลับซับซ้อนสวยงาม บริเวณริมกว๊านมีร้านอาหารและสวนสาธารณะ ซึ่งสามารถมาเดินเล่น หรือชมพระอาทิตย์ตกดินได้ มีบริการนั่งเรือพายชมทัศนียภาพกว๊านพะเยาด้วย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท กว๊านพะเยาที่ตั้ง : ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา 7. ประภาคาร จ.ระนอง ประภาคารแห่งนี้ ตั้งอยู่บริเวณท่าเทียบเรือด่านศุลกากรระนอง เป็นอาคารแปดเหลี่ยม สูง 50 เมตร ถือว่าเป็นประภาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทย ประภาคารมีทั้งหมด 9 ชั้น โดยชั้นที่ 9 เป็นจุดชมวิวที่สามารถชมสวยงามของปากน้ำระนอง ก่อนไหลออกสู่ทะเลอันดามัน โดยอีกฟากฝั่งของแม่น้ำก็คือประเทศเมียนมานั่นเอง ใกล้มากๆ ในช่วงเย็น สถานที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่เราสามารถมาเดินเล่น พักผ่อนหย่อนใจ รับลมเย็นๆ และถ่ายรูปเล่นได้อีกด้วย บอกเลยว่าภาพประภาคารที่มีภูเขาและดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าเป็นฉากหลังนั้น สวยงามไม่แพ้ที่ไหนๆ เลย ประภาคาร จ.ระนองที่ตั้ง : บ้านเขานางหงส์ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระนองเปิดทุกวัน เวลา 8.00-20.00 น. 8. สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.พัทลุง รู้หรือไม่..สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.พัทลุง เป็นสะพานที่ยาวที่สุดของประเทศไทยในขณะนี้ สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมเส้นทางระหว่าง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง และ อ.ระโนด จ.สงขลา เข้าด้วยกัน โดยทอดยาวผ่านทะเลน้อยอันกว้างใหญ่ ทัศนียภาพโดยรอบสะพานเป็นเวิ้งน้ำกว้างไกล สามารถมองเห็นทะเลบัวแดงในช่วงเช้า ส่วนช่วงสายก็จะพบกับนกน้ำที่ออกหากิน และถ้าโชคดีก็อาจได้พบควายน้ำด้วย ไฮไลท์อีกอย่างของที่นี่คือ ในช่วงเย็นเส้นทางนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นจุดถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งอีกด้วย สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาที่ตั้ง : ต.พนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง 9. เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี เกาะเต่า จุดดำน้ำที่มีชื่อเสียงระดับโลก เนื่องจากมีแนวปะการังทั้งน้ำตื้นและน้ำลึกที่มีความสวยงามและสมบูรณ์ อีกทั้งยังเป็นที่อยู่อาศัยของปลาหลากหลายชนิด เกาะเต่ามีหาดทรายขาวละเอียดและสะอาดสวยงาม นอกจากนี้ยังเป็นเกาะที่เงียบสงบ ผู้คนไม่พลุกพล่าน เกาะเต่าจึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่ต้องการการพักผ่อนอย่างแท้จริง ถึงแม้เกาะเต่าจะตั้งอยู่ในเขต จ.สุราษฎร์ธานี แต่เนื่องจากอยู่ใกล้ฝั่งของ จ.ชุมพรมากกว่า นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเกาะเต่าจึงนิยมขึ้นเรือจากชุมพรเป็นส่วนใหญ่ เกาะเต่าที่ตั้ง : อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี 10.

10 จุดชมความงาม ยามอาทิตย์อัสดง อ่านเพิ่มเติม

Scroll to Top