อุทัยธานี

อุทัยธานี

✨วิถีริมน้ำ อุทัยธานี✨

ใกล้วันหยุดยาว เราเลยอยากแนะนำให้ทุกคนรู้จักจังหวัดเล็กๆ ที่เงียบสงบ แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว ที่ “อุทัยธานี” 🫶✨ อุทัยธานี มีแม่น้ำสะแกกรังไหลผ่าน ผู้คนที่นี่มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ผูกพันกับแม่น้ำแห่งนี้มาตั้งแต่ครั้งอดีตจะเห็นได้จากวัฒนธรรมการตักบาตรริมน้ำ🥰 ชุมชนชาวแพแห่งสุดท้ายในไทย ที่ยังคงอาศัยอยู่ในเรือนแพที่ตั้งเรียงรายอยู่สองฝั่งของแม่น้ำ ชาวบ้านยังคงประกอบอาชีพจับปลาและเลี้ยงปลาในกระชัง บ้างก็ใช้เรือพายสัญจรในแม่น้ำแทนการใช้ถนน เรียกได้ว่า สะแกกรัง ยังคงเป็นแม่น้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงชาวอุทัยธานี เริ่มต้นวันพักผ่อน ๆ ดี ๆ ด้วยการตักบาตร แต่ที่นี่พิเศษกว่าที่ไหน ๆ เพราะที่อุทัยเขาตักบาตรกันริมน้ำ โดยทุก ๆ เจ็ดโมงเช้า พระสงฆ์ 2 รูปจากวัดอุโปสถาราม (วัดโบสถ์) จะพายเรือมายังลานสะแกกรัง ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัด เพื่อรับบิณฑบาตจากชาวบ้าน จนกลายเป็นวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดอุทัยธานี เพื่อน ๆ สามารถหาซื้อของตักบาตรได้จากตลาดสดเทศบาลอุทัยธานี ซึ่งอยู่ติดกับลานสะแกกรัง ตักบาตรเสร็จแล้ว เราอยากพาเพื่อน ๆ มาล่องเรือชมความงามของสองฝั่งแม่น้ำสะแกกรัง สามารถขึ้นเรือได้ทั้งฝั่งลานสะแกกรัง หรือท่าวัดโบสถ์ เรือแล่นไปอย่างช้า ๆ เพื่อให้เราได้สัมผัสบรรยากาศของแม่น้ำสะแกกรังได้อย่างเต็มที่ เรือนแพทุกหลังของที่นี่มีทะเบียนถูกต้อง ปัจจุบันลดจำนวนลงจนเหลือเพียง 100 กว่าหลัง บางหลังปรับเปลี่ยนเป็นโฮมสเตย์รองรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสประสบการณ์การนอนบนแพ เราจะยังคงเห็นชาวแพจับปลาในแม่น้ำ และเลี้ยงปลาในกระชัง โดยปลาส่วนใหญ่ของที่นี่มีทั้งปลาเทโพ ปลาสวาย และปลาแรด ซึ่งถ้าหากได้มาอุทัยธานีแล้วเราอยากให้ลองกินปลาแรด ของขึ้นชื่อของอุทัยธานี ที่มีนิยามประจำตัวว่า “เกล็ดหนา หน้างุ้ม เนื้อนุ่ม แน่นหวาน” นอกจากนี้ยังมีการปลูกเตยหอม และพืชผักอื่น ๆ เรือพาเราแล่นมาเรื่อย ๆ จนถึงแพป้าแต๋ว แพขายปลาย่างที่นำปลาที่ได้จากแม่น้ำสะแกกรัง มาย่างรมควัน สามารถนำไปทำอาหารได้หลายอย่าง ทั้งน้ำพริก ต้มโคล้ง หรือจะทานกับข้าวสวยร้อน ๆ ก็อร่อย นอกจากนี้ยังมีปลาร้า ปลาส้ม ที่รสชาติดีไม่แพ้กัน กลิ่นหอมของปลาย่างที่ลอยไปทั่วคุ้งน้ำ ทำให้รู้ทันทีว่าที่นี่จะมีของอร่อยให้เราได้ชิมและซื้อติดไม้ติดมือกลับไปแน่นอน

✨วิถีริมน้ำ อุทัยธานี✨ อ่านเพิ่มเติม

✨ หุบป่าตาด จ.อุทัยธานี ✨

สวัสดีทุกคน วันนี้บัดดี้จะมาแนะนำอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติสุดสวยของ จ.อุทัยธานี #หุบป่าตาด สถานที่ที่มีธรรมชาติสวยงาม ต้นไม้ดึกดำบรรพ์และภูเขาหินปูนที่มีอายุมากกว่า 250 ล้านปี หุบป่าตาด ตั้งอยู่ในพื้นที่ของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือการที่มีป่าตั้งอยู่ภายในหุบเขาของถ้ำหินปูน ที่เกิดการถล่มของการกัดเซาะของน้ำฝนเป็นเวลาหลายแสนปี จนทำให้มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเติบโตของพืชอย่าง “ต้นตาด” พืชตระกูลปาล์มที่ไม่สามารถปลูกได้ จะขึ้นเองตามธรรมชาติเท่านั้น ทางเข้าหุบป่าตาดเป็นถ้ำมืดที่ต้องใช้ไฟฉายส่องในระยะทางที่ไม่ไกล เมื่อเดินผ่านเข้ามาภายในหุบแล้ว เพื่อน ๆ จะเจอกับป่าดงดิบที่อากาศค่อนข้างเย็นและชื้น มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติยาว 700 เมตรที่ตลอดทางจะมีทั้งป้ายให้ความรู้ มีที่นั่งพัก โถงถ้ำกลางหุบป่าตาดมีหินงอก หินย้อย หินเอน ซึ่งที่นี่เป็นอีกจุดที่ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละครเรื่อง นาคี ด้วยเช่นกัน ไฮไลต์ของที่นี่ คือ กิ้งกือมังกรสีชมพู (Shocking Pink Millipede) สิ่งมีชีวิตชนิดใหม่อันดับที่ 3 ของโลก รองจากการค้นพบปลากระเบนไฟฟ้าในแอฟริกาและการค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ปากเป็ดอายุ 75 ล้านปี ในสหรัฐฯ ที่เมื่อโตเต็มที่จะมีขนาดเพียง 7 ซม. เท่านั้น โดยสามารถพบเจอได้ที่ หุบป่าตาด นี่ที่เดียวในช่วงเดือนสิงหาคม–พฤศจิกายน เท่านั้น 💵 ค่าเข้าชมชาวไทย ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท (เด็กอายุไม่เกิน 3 ปี และผู้สูงอายุ เข้าฟรี)ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท 📌 ตำบลทุ่งนางาม อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี⏰ เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น.📞 เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน 0 5698 9128🌐 https://goo.gl/maps/TAsYsTEvCp9Ejwgy7

✨ หุบป่าตาด จ.อุทัยธานี ✨ อ่านเพิ่มเติม

✨ หมุดโลก @ ยอดเขาสะแกกรัง จ.อุทัยธานี ✨

“หมุดโลก” หรือชื่อทางการว่า “หมุดศูนย์กำเนิดพื้นหลักฐาน” สร้างขึ้นเพื่อใช้คำนวณและแบ่งแนวเขตในการลงพิกัดแผนที่โลก ซึ่งในทวีปเอเชียมี 3 แห่งด้วยกัน คือจุดที่ 1 (หมุดที่ 90) อยู่ที่เขากาเรียนเปอร์ ประเทศอินเดียจุดที่ 2 (หมุดที่ 91) อยู่ที่เขาสะแกกรัง อ.เมือง จ.อุทัยธานีจุดที่ 3 (หมุดที่ 92) อยู่ที่ประเทศเวียดนาม หมุดโลกตั้งอยู่บนเขายอดสะแกกรัง ซึ่งบนยอดเขาเป็นที่ตั้งของวัดสังกัสรัตนคีรีและพลับพลาอนุสาวรีย์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์จักรี ซึ่งพลับพลาจะอยู่ห่างจากวัดประมาณ 500 เมตร หากเพื่อน ๆ ต้องการชมหมุดโลก สามารถชมได้โดยใช้เส้นทางเดินป่า ทางเข้าจะอยู่บริเวณพลับพลาจัตุรมุขพระราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกแห่งรัชกาลที่ 1 ใช้เวลาเดินประมาณ 20 นาที (ระยะทางประมาณ 400 เมตร) ตลอดเส้นทางเดินป่า 400 เมตร เป็นทางเดินค่อนข้างเรียบ มีขึ้นเนินลงเนินบ้าง เดินได้ไม่ยาก สองข้างทางล้อมรอบไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ มองเพลินตาจนถึงหมุดโลก “หมุดโลก” ทำด้วยคอนกรีต มีลักษณะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมตัวยูคว่ำ ลักษณะคล้ายกรอบรูป คร่อมอยู่บนจุดของที่ตั้งหมุดแผนที่อีกที โดยมีค่าพิกัดทางภูมิศาสตร์ที่กรมแผนที่ทหารใช้กำหนดตำแหน่งของหมุดแห่งนี้ คือ ละติจูด 15 องศา 22 ลิปดา 56.0487 ฟิลิปดาเหนือ ลองติจูด 100 องศา 0 ลิปดา 59.1906 ฟิลิปดาตะวันออก มีกำหนดความสูง 140.98 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง ด้านข้างมีข้อความเขียนว่า “สถานีลาพล๊าส กรมแผนที่ทหาร 15 พ.ย.16 พ.ท.สอาด นิยพันธ์ ” บริเวณหมุดโลก มีลมพัดเย็นสบาย มองเห็นวิวโดยรอบได้สุดลูกหูลูกตา 📌 ยอดเขาสะแกกรัง ต.อุทัยใหม่ อ.เมืองอุทัยธานี จ.อุทัยธานี 61000☎ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุทัยธานี 0 5651 4651🌐 https://goo.gl/maps/b7Ga5LQSnMega9r8A

✨ หมุดโลก @ ยอดเขาสะแกกรัง จ.อุทัยธานี ✨ อ่านเพิ่มเติม

✨ วัดท่าซุง (วัดจันทาราม) จังหวัดอุทัยธานี ✨

วัดท่าซุง หรือ วัดจันทาราม เป็นวัดที่มีชื่อเสียงประจำจังหวัดอุทัยธานี เดิมก่อตั้งมาก่อนสร้างกรุงศรีอยุธยา 30 ปี ประมาณปี พ.ศ.1863 ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น หลวงพ่อใหญ่รูปแรกที่เป็นผู้สร้างวัด ชื่อ “ปาน” ท่านธุดงค์มาพบที่นี่เข้าแล้วก็เลยสร้างวัดตรงนี้ คำว่า “วัดจันทาราม” ชื่อนี้ตั้งตามชื่ออดีตเจ้าอาวาสชื่อ “จันท์” (ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช นายทหารชื่อ “จันท์” มียศถึงพระยา กลับจากศึกเชียงใหม่ มาตามหาภรรยาไม่พบเลยมาบวชที่วัด ต่อมาเป็นสมภาร เปลี่ยนชื่อวัดมาเป็น “วัดจันทาราม” ตามชื่อท่านสมภาร) หรืออีกชื่อหนึ่งที่บุคคลทั่วไปนิยมเรียกว่า “วัดท่าซุง” เพราะในอดีตจังหวัดอุทั ภายในวัดท่าซุงมีสถานที่สำคัญที่สวยงาม วันนี้แอดจะพาเพื่อน ๆ ไปเยี่ยมชมและกราบไหว้ขอพร ตามแอดมาเลยจ้า พระมหาวิหารแก้ว 100 เมตร เป็นสถานที่ที่หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง) สร้างไว้ก่อนมรณภาพและไว้สรีระสังขารของท่าน และเป็นที่ประดิษฐานของพระประธาน (ทรงพุทธชินราช) ภายในวิหาร 100 เมตรเป็นวิหารที่ปิดด้วยประจกใสเกือบทั้งหมด ภายในสร้างด้วยโมเสกสีขาวระยิบระยับงดงามตระการตา  วิหารแก้ว เปิดให้เข้าชม 2 รอบต่อวันคือ เวลา 09.00 – 11.30 น. และ เวลา 13.00-16.00 น. หอพระไตรปิฏก – พระยืน 30 ศอก (หลวงพ่อเงินไหลมาเทมา) พระพุทธรูปประทับยืนอุ้มบาตร เดิมเรียกว่า “หลวงพ่อโต” อยู่บริเวณใกล้กับวิหารสมเด็จองค์พระปฐม ภายในบริเวณนี้มีเจดีย์พุดตาน และหอพระไตรปิฎกสูงขนาดตึก 6 ชั้น เป็นสถานที่ที่ถูกสร้างไว้ให้สักการบูชาและขอพร และยังเป็นสถานที่เก็บรักษาพระไตรปิฏกอีกด้วย ปราสาททองคำ (กาญจนาภิเษก) ที่มาของคำว่า ปราสาททองคำ (กาญจนาภิเษก) เนื่องจาก ปี พ.ศ. 2539 เป็นปีที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ขึ้นครองราชย์ครบ 50 ปี ท่านเจ้าอาวาสจึงนำการสร้าง “ปราสาททองคำ” ขึ้นถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวาระที่ทรงเสวยราชย์เป็นปีที่ 50 และทางสำนักพระราชวังได้ให้ชื่อปราสาททองคำใหม่ว่า “ปราสาททองคำกาญจนาภิเษก” วัดท่าซุง ⏱เปิดให้เข้าชม : 08.00-16.00 น. 🏫ที่อยู่ : หมู่ 2 ตำบลน้ำซึม อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี 🛣 Maps : https://goo.gl/maps/qFM1DZ8WquBxXcvL9 📱Facebook : https://www.facebook.com/jantaram.thasung ☎️โทร. 056 506 502

✨ วัดท่าซุง (วัดจันทาราม) จังหวัดอุทัยธานี ✨ อ่านเพิ่มเติม

🌱 อุทัยธานี…. เสน่ห์วิถีชีวิตคู่ธรรมชาติ 🌱

ย้อนไปเมื่อหลายสิบปีก่อน จังหวัดอุทัยธานีเป็นเมืองรองที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก เอกลักษณ์ที่เป็นที่จดจำก็คือ ชุมชนชาวแพริมน้ำสะแกกรัง ในปัจจุบัน นอกจากชุมชนชาวแพที่ยังคงมีเสน่ห์ อุทัยธานียังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่เป็นที่นิยมอีกมากมาย ทั้งแนวธรรมชาติและวัดวาอาราม วันนี้แอดอยากชวนไปเที่ยวตัวเมืองอุทัยธานี ไปชมวิถีชีวิตท้องถิ่นแบบชาวแพริมน้ำ และชมธรรมชาติบนเกาะเทโพด้วยการปั่นจักรยาน มาดูว่าใน 1 วัน เราสามารถไปเที่ยวไหนกันได้บ้าง 1. ชมวิถีชีวิตชุมชนชาวแพริมน้ำ – นั่งเรือล่องแม่น้ำสะแกกรัง2. ตลาดเช้าริมน้ำสะแกกรัง – เลือกชิมอาหารท้องถิ่นยามเช้า3. วัดอุโปสถาราม – วัดเก่าแก่ริมลำน้ำสะแกกรัง หนึ่งในสัญลักษณ์ของจังหวัดอุทัยธานี4. เกาะเทโพ – เกาะสวรรค์ของนักปั่นจักรยาน  ชมวิถีชีวิตชุมชนชาวแพริมน้ำ – นั่งเรือล่องแม่น้ำสะแกกรัง แม่น้ำสะแกกรัง เป็นแม่น้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตชาวอุทัยธานีมาตั้งแต่อดีต และยังเป็นแหล่งกำเนิดของ “ชุมชนชาวแพแม่น้ำสะแกกรัง” ชุมชนชาวแพแห่งสุดท้ายของประเทศไทย ซึ่งอยู่อาศัยต่อเนื่องกันมานานนับร้อยปีแล้ว เห็นเป็นเรือนแพอย่างนี้ แพทุกหลังมีเลขที่บ้านและทะเบียนบ้านอย่างถูกกฎหมาย มีน้ำประปาและไฟฟ้าใช้เหมือนบ้านบนบกทั่วไป โดยปัจจุบันเรือนแพมีจำนวนประมาณ 120 หลังเท่านั้น ซึ่งจากนี้จะไม่มีการออกทะเบียนบ้านให้เพิ่มอีกแล้ว ชาวแพมีอาชีพทำประมงน้ำจืด เลี้ยงปลาในกระชัง เช่น ปลาสวาย ปลาแรด และปลาเทโพ รวมทั้งแปรรูปปลาที่จับจากแม่น้ำสะแกกรังหรือแหล่งน้ำอื่น ๆ ทำเป็นปลาแห้ง ปลาเค็ม นำไปขายในตลาดเป็นรายได้ให้กับครอบครัว การนั่งเรือล่องแม่น้ำสะแกกรัง เป็นวิธีที่เราจะได้ชมวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวแพริมน้ำได้ดีที่สุด สามารถสอบถามรายละเอียดบริการเรือหางยาวล่องแม่น้ำได้ที่ผู้ประกอบการที่อยู่บริเวณท่าเรือชุมชนชาวแพแม่น้ำสะแกกรัง  ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี https://goo.gl/maps/bepeBxFdrg6ELKgA7  ตลาดเช้าริมน้ำสะแกกรัง  เป็นตลาดแบกะดินที่พ่อค้า แม่ค้า นำสินค้าจำพวกพืชผัก ผลไม้ อาหารสด อาหารท้องถิ่น รวมถึงปลาชนิดต่างๆ ที่ชาวบ้านจับมาได้จากแม่น้ำสะแกกรัง มานั่งขายกับพื้นตามวิถีดั้งเดิม ใครอยากเรียนรู้วิถีชีวิตของคนท้องถิ่นให้ลึกซึ้ง ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน ขอแนะนำว่าต้องมาตลาดเช้า เพราะจะทำให้เราได้เห็นว่าเขากินอยู่อย่างไร ตลาดเช้านี้ตั้งอยู่บริเวณหน้าอาคารตลาดสดเทศบาล ใกล้กับสะพานวัดโบสถ์ฝั่งตรงกันข้ามกับเกาะเทโพ  ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี https://goo.gl/maps/uAf6KmfPE8ApHEwCA  วัดอุโปสถาราม  เดิมชื่อวัดโบสถ์มโนรมย์ ชาวบ้านเรียกว่าวัดโบสถ์ เป็นวัดเก่าแก่ริมแม่น้ำสะแกกรัง สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ 2324 โดยพระสุนทรมุนี (จัน) อดีตเจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี ต่อมา ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อ พ.ศ. 2536 ภายในโบสถ์และวิหาร มีภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่สวยงาม มีความโดดเด่นที่มณฑปแปดเหลี่ยม ลักษณะผสมแบบตะวันตก ที่ผนังด้านนอกมีลายปูนปั้นงดงาม และเนื่องเพราะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จฯมาทอดพระเนตรวัดอุโปสถาราม เมื่อครั้งเสด็จฯมาทรงเยี่ยมพสกนิกรชาวอุทัยธานี จึงมีการสร้างแพรับเสด็จบริเวณท่าน้ำหน้าวัด  ตำบลสะแกกรัง อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี https://goo.gl/maps/p76qxAFojxgN4qwe6  เกาะเทโพ  เมื่อครั้งอดีต เกาะเทโพเคยเป็นแหลมที่ยื่นออกมาคั่นระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำสะแกกรังครั้นมีการขุดคลองเชื่อมในภายหลัง จึงกลายเป็นเกาะกลางแม่น้ำที่มีสะพานเชื่อมระหว่างตลาดสดเทศบาลและวัดอุโปสถารามซึ่งตั้งอยู่บนเกาะนี้ ที่นี่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำสำคัญของจังหวัดอุทัยธานี และเป็นเส้นทางปั่นจักรยานยอดนิยมลำดับต้นๆของเมืองไทย เพราะบรรยากาศสองข้างทางที่เต็มไปด้วยทุ่งนา ป่าไฝ่ ไร่ข้าวโพด และสวนผลไม้ โดยเฉพาะสวนส้มโอ แถมบางจุดยังเป็นแหล่งรวมสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์อีกด้วย ระยะทางปั่นจักรยานมีให้เลือกตั้งแต่ระยะ 8, 15 ไปจนถึง 33 กิโลเมตร สามารถติดต่อ ขอแผนที่เส้นทางปั่นจักรยาน และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุทัยธานี รีสอร์ตส่วนใหญ่บนเกาะเทโพ มีจักรยานให้นักท่องเที่ยวที่เข้าพักใช้ฟรี กรุณาสอบถามก่อนจองห้องพัก  ตำบลสะแกกรัง อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี https://goo.gl/maps/pi3ZwpCPtzycJNj89 การเดินทาง รถยนตร์ : จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 ระยะทางประมาณ 220 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที  รถโดยสารประจำทาง : มีทั้งรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศของบริษัท ขนส่ง จำกัด และของเอกชน ออกจากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ หมอชิต ถนนกำแพงเพชร ทุกวัน ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเที่ยวรถได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร.1490 รถไฟ : ลงที่สถานีนครสวรรค์ แล้วต่อรถโดยสารประจำทาง ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร ไปยังจังหวัดอุทัยธานี สามารถตรวจสอบเวลาเดินรถไฟได้ที่ เว็บไซต์ : www.railway.co.th โทร : การรถไฟแห่งประเทศไทย : 1690

🌱 อุทัยธานี…. เสน่ห์วิถีชีวิตคู่ธรรมชาติ 🌱 อ่านเพิ่มเติม

🌱 เส้นทางเที่ยวธรรมชาติจังหวัดอุทัยธานี 🌱

อุทัยธานีเป็นจังหวัดหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องวัดวาอารามและอาหารการกิน แต่ขณะเดียวกันก็มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่โดดเด่นน่าไปเที่ยวด้วยเช่นกัน วันนี้แอดเอาใจสายธรรมชาติ ด้วยการพาขับรถออกนอกตัวเมืองอุทัยธานี ไปเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติต้อนรับหน้าฝน ทริปนี้เหมาะกับการขับรถเที่ยว เพราะจังหวัดอุทัยธานีอยู่ไม่ไกลจากกรุงเพทฯ ขับรถประมาณ 4 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว และการขับรถเที่ยวยังทำให้เราเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้น และอาจจะได้พบมุมมองใหม่ ๆ ในการท่องเที่ยวอีกด้วย แม้ช่วงนี้เราจะต้องชะลอการเดินทางท่องเที่ยวไว้ก่อน ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด 19 รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งยังไม่เปิดให้บริการ แต่เพื่อน ๆ เก็บข้อมูลเส้นทางเหล่านี้ไว้ก่อน แล้วค่อยไปเที่ยวทีหลังได้ค่ะ 🙂 ทริปเที่ยวอุทัยธานี 3 วัน 2 คืนครั้งนี้ เราจะไปเที่ยว 2 อำเภอที่อยู่นอกตัวเมืองกัน นั่นคืออำเภอบ้านไร่ และอำเภอลานสัก อำเภอบ้านไร่อยู่ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ 80 กิโลเมตร ถ้าเดินทางจากกรุงเทพก็ประมาณ 250 กิโลเมตร วันที่ 1 วัดถ้ำเขาวง ตลาดซาวไฮ่ ต้นไม้ยักษ์ วัดผาทั่ง วันที่ 2 ฝายกั้นน้ำปางสวรรค์ น้ำตกปางสวรรค์ จุดชมวิวบ้านชายเขา หุบป่าตาด วันที่ 3 อ่างเก็บน้ำทับเสลา เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง 🔸วันที่ 1🔸 วัดถ้ำเขาวง จุดหมายแรกของเราคือ วัดถ้ำเขาวง ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม มีฉากหลังเป็นภูเขาหินสูงตระหง่าน ด้านหน้าเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ และมีสวนดอกไม้ที่ตกแต่งสวยงาม สร้างความร่มรื่นให้กับวัดได้เป็นอย่างดี วัดถ้ำเขาวง มีลักษณะเป็นเรือนไทยประยุกต์ 4 ชั้น สร้างด้วยไม้สักและไม้มะค่าที่ได้รับบริจาคจากชาวบ้าน รวมทั้งไม้เก่าจากเรือนไทยที่นำมาจากจังหวัดต่าง ๆ อีกด้วยค่ะ ภายในวัดประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัย รอยพระพุทธบาทจำลอง และมีหออริยบูชา ไว้สำหรับปฏิบัติธรรม  ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี https://goo.gl/maps/r57dTrGspaPWeUHA6 ตลาดซาวไฮ่ ตลาดยอดฮิตที่แอดอยากให้แวะ ตลาดนี้เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มคนที่ทำเกษตรอินทรีย์ ชาวสวน ชาวไร่ และศิลปิน เพื่อเปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านจากชุมชนต่าง ๆ นำสินค้ามาขาย บรรยากาศภายในตลาดร่มรื่น มีพ่อค้าแม่ค้ามาออกร้านจำหน่ายสินค้าทางการเกษตร สินค้าพื้นบ้าน อาหาร รวมไปถึงงานศิลปะและงานคราฟต์เก๋ ๆ นอกจากนี้ยังมีนักดนตรีมาเล่นดนตรีให้ฟังสด ๆ อีกด้วย เรียกว่าเป็นตลาดสำหรับคนรักธรรมชาติและความชิลล์เลยล่ะ  92 ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี เปิดทุกวันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 08.00-16.00 น. 08 4337 3505 https://goo.gl/maps/53pB4XupE7dQ4Rp88 ต้นไม้ยักษ์ บ้านสะนำ ต้นไม้ยักษ์ หรือต้นเซียงยักษ์ต้นนี้ ถือเป็น รุกขมรดกของแผ่นดิน มีอายุประมาณ 300-400 ปี ลำต้นกว้างขนาด 40 คนโอบ ยืนต้นเด่นอยู่ท่ามกลางป่าหมากหลายร้อยต้น ต้นเซียงในพื้นที่บ้านสะนำ ส่วนใหญ่ถูกตัดนำไปใช้จนเกือบหมด ลุงเจียงผู้ที่ไปพบต้นเซียงยักษ์ต้นนี้จึงได้ร่วมมือกับชาวบ้านทำการอนุรักษ์เอาไว้  ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี https://goo.gl/maps/jbXsafKd9zbzWQf69 วัดผาทั่ง เป็นวัดที่ชาวบ้านนิยมมากราบสักการะและชมความงดงามของหลวงพ่อโต พระพุทธรูปปางประธานพรองค์ใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ในวัด ถือเป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดอุทัยธานีเลยล่ะ  ตำบลห้วยแห้ง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี https://goo.gl/maps/jbXsafKd9zbzWQf69 ร้านรุ่งโภชนา เที่ยวมาหลายที่ อาจจะเริ่มหิวกันแล้ว ในตัวอำเภอบ้านไร่ มีร้านอาหารอร่อยอยู่หลายร้าน ร้านที่แอดอยากแนะนำให้ลองไปชิมคือ ร้านรุ่งโภชนา เป็นร้านปลาจุ่มรสเด็ดของอำเภอบ้านไร่ ด้วยน้ำซุปที่หอมกลิ่นสมุนไพร เนื้อปลานิลแน่น ๆ และน้ำจิ้มสุดแซ่บ ทำให้ยากที่จะวางตะเกียบ นอกจากปลาจุ่มแล้ว ยังมีเมนูอาหารไทยอีกหลายเมนูให้เลือกทาน  ตำบลทัพหลวง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี เปิดวันพฤหัส-วันอังคาร (หยุดวันพุธ) เวลา 08.00-21.00 น. 06 1486 3665 https://goo.gl/maps/q6u3SyTq1rizFk5a6  ขอบคุณรูปภาพจาก ร้านรุ่งโภชนา วันที่ 2 ฝายกั้นน้ำปางสวรรค์ วันนี้เราจะไปเที่ยวที่ ฝายกั้นน้ำปางสวรรค์ หนึ่งจุดเช็กอินสุดฮิตของอำเภอบ้านไร่ ฝายกั้นน้ำปางสวรรค์ เป็นฝายกั้นน้ำของชุมชนที่สร้างขึ้นเพื่อกักเก็บน้ำและชะลอการไหลของน้ำ ซึ่งหากน้ำมีปริมาณมากเกินความจุของฝาย น้ำก็จะไหลล้นข้ามสันฝายลงสู่ด้านล่าง เกิดเป็นม่านน้ำที่สวยงาม ใครเป็นสายถ่ายรูปต้องห้ามพลาดเลยล่ะ  ตำบลคอกควาย อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี https://goo.gl/maps/3VGj6bNKZXhJuGtB7  ขอบคุณรูปภาพจาก ททท.สำนักงานอุทัยธานี น้ำตกปางสวรรค์ น้ำตกอยู่ไม่ไกลจากฝายกั้นน้ำปางสวรรค์ ขับรถประมาณ 5 นาทีก็ถึง จากจุดจอดรถ ต้องเดินเท้าเข้าไปที่ตัวน้ำตก ระยะทางประมาณ 300-400 เมตร น้ำตกแห่งนี้สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ถ้าใครอยากสัมผัสบรรยากาศเงียบสงบและชมความสวยงามของน้ำตก ก็แวะมาเที่ยวกันได้เลย  ตำบลคอกควาย อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานีhttps://goo.gl/maps/2h2r3JtaeCKVMkGm7  ขอบคุณรูปภาพจาก ททท.สำนักงานอุทัยธานี เรามุ่งหน้าไปเที่ยวต่อกันที่อำเภอลานสัก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอำเภอที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอยู่หลายแห่ง จุดชมวิวบ้านชายเขา เป็นจุดชมวิวที่โอบล้อมไปด้วยแนวภูเขาหินปูนขนาดใหญ่สุดลูกหูลูกตา ถ้าเพื่อน ๆ ไปเที่ยวในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาวจะยิ่งฟิน เพราะจะได้เห็นหมอกตรงแนวภูเขา และได้เห็นความเขียวขจีของธรรมชาติ บริเวณจุดชมวิวมีร้านอาหารและเครื่องดื่มให้บริการ ทีเด็ดอยู่ที่ส้มตำ ถ้าเกิดหิวขึ้นมาก็สามารถแวะทานได้เลยค่ะ  บ้านชายเขา ตำบลทุ่งนางาม อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี เปิดทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น. 08 5731 0853 https://goo.gl/maps/TT4XLBiSZyoJQ7sN9 หุบป่าตาด อยู่ห่างจากจุดชมวิวบ้านชายเขาประมาณ 2 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นป่าดงดิบ มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะทางประมาณ 700 เมตร โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมไปด้วยต้นตาด ธรรมชาติที่นี่อุดมสมบูรณ์ มีพันธุ์ไม้หายากหลายชนิด กรมอุทยานแห่งชาติจึงประกาศให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ บรรยากาศที่นี่เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในยุคดึกดำบรรพ์เลยล่ะ เสียดาย ขาดแต่ไดโนเสาร์  หุบป่าตาด เป็นหุบเขาที่เกิดจากการยุบตัวของภูเขาหินปูน สันนิษฐานว่าในอดีตบริเวณนี้อาจเป็นทะเลหรือแหล่งน้ำ เนื่องจากพบฟอสซิลของหอยน้ำจืดฝังอยู่ในหิน เดิมไม่มีทางเข้า จะต้องปีนข้ามเขาแล้วค่อยๆ ปีนลงไป ต่อมา มีการเจาะถ้ำที่ตันให้ทะลุเข้าไปในหุบได้ ภายในถ้ำเป็นที่อาศัยของค้างคาวกินแมลง ถ้ำจะมีหินย้อยที่สวยงาม ภายในหุบมีต้นตาดจำนวนมาก พืชภายในหุบจะได้รับแสงแดดประมาณวันละ 2-3 ชั่วโมง ส่วนใหญ่จะมีลำต้นสูงเพื่อแย่งกับรับแสงแดด ไฮไลท์ของหุบป่าตาดคือ

🌱 เส้นทางเที่ยวธรรมชาติจังหวัดอุทัยธานี 🌱 อ่านเพิ่มเติม

เที่ยวชุมชน ชมต้นไม้ยักษ์ สัมผัสวิถีลาวครั่ง ณ บ้านสะนำ จังหวัดอุทัยธานี

บ้านสะนำ เป็นชุมชนที่อยู่อาศัยของชาวลาวครั่งโบราณ ที่อพยพย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากกันอยู่ที่นี่ ตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี เป็นชุมชนที่มีเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ด้านประเพณีและศิลปวัฒนธรรม มีศิลปะการทอผ้าพื้นเมืองที่มีลวดลายเก่าแก่และงดงาม อีกทั้งบ้านสะนำยังมีวิถีชุมชนที่เรียบง่าย มีต้นไม้ยักษ์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ล้อมรอบไปด้วยป่าหมากที่เป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญแห่งหนึ่งของชุมชน และวันนี้แอดมินจะพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักกับชุมชนแห่งนี้กัน ไปกันเลย ! เริ่มด้วยพิพิธภัณฑ์บ้านเล่าเรื่อง แหล่งเรียนรู้ของหมู่บ้าน เป็นบ้านไม้โบราณดั้งเดิมของชาวลาวครั่ง มีการจัดแสดงความเป็นมา และอุปกรณ์การดำรงชีวิตของชาวลาวครั่ง ผลิตภัณฑ์จานกาบหมากจากกลุ่มใบไม้เปลี่ยนเมือง ชุมชนบ้านสะนำ เนื่องจากที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นชุมชนหมากล้านต้น จึงได้มีการนำกาบหมากมาใช้ให้เกิดประโยชน์โดยแปรรูปเป็นภาชนะต่าง ๆ เช่น จานข้าว ช้อน ถ้วย เป็นต้น หากใครได้มาเที่ยวที่นี่สามารถมา Workshop ทำจานกาบหมากได้ด้วยนะ ต้นไม้ยักษ์หรือต้นเชียงยักษ์ที่มีอายุหลายร้อยปี ตั้งตระหง่านท่ามกลางป่าหมากล้านต้น ที่โอบล้อมต้นไม้ยักษ์ไว้อย่างสวยงาม เมื่อเข้าไปใกล้จะสัมผัสได้ถึงความใหญ่โตของลำต้น สามารถไปยืนถ่ายรูปคู่ตามซอกต่าง ๆ ของต้นไม้ได้เลย ระหว่างทางเดินเข้าไปชมต้นไม้ยักษ์จะมีชาวบ้านนำสินค้าชุมชนมาขายเรียงรายตามสองข้างทาง หลังจากเดินชมต้นไม้ยักษ์เสร็จ เราก็จะพาไปแวะพักจิบกาแฟที่ สะนำ คาเฟ่ คาเฟ่สไตล์ลอฟท์ติดริมน้ำ สามารถนั่งชมวิวต้นไม้ยักษ์หรือป่าหมากล้านต้นได้อย่างชิลล์ ๆ กลุ่มทอผ้านาตาโพ เป็นกลุ่มทอผ้าที่อยู่ใกล้ ๆ ชุมชนบ้านสะนำ อัตลักษณ์ของที่นี่คือผ้าซิ่นตีนจก ที่คงความดั้งเดิมทั้งลวดลาย และสีสันที่สวยงาม ปิดท้ายด้วยตลาดซาวไฮ่ แหล่งรวบรวมสินค้าชุมชนสุดน่ารักและราคาย่อมเยา มีสินค้าให้เลือกซื้อหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ผักสดพื้นบ้าน ขนมโบราณ ผ้าทอ เครื่องจักสาน เสื้อผ้างานคราฟท์ ผ้ามัดย้อมต่าง ๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด

เที่ยวชุมชน ชมต้นไม้ยักษ์ สัมผัสวิถีลาวครั่ง ณ บ้านสะนำ จังหวัดอุทัยธานี อ่านเพิ่มเติม

ชวนมา Slowlife ที่อุทัยธานี

เมื่อพูดถึงจังหวัดอุทัยธานี หลายคนก็จะแบบ…เอ๊ะ! อุทัยธานีมีอะไรให้เที่ยวด้วยหรอ? เเต่ความจริงเเล้วที่อุทัยธานีมีที่เที่ยวเยอะมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ชุมชนนวัตวิถี วัดวาอารามต่าง ๆ อีกทั้งยังเป็นเมืองแห่งความสโลว์ไลฟ์ชั้นดีเลยทีเดียว สามารถมาปั่นจักรยานชิลล์ ๆ ริมแม่น้ำสะแกกรัง หรือจะปั่นไปเที่ยวรอบเกาะเทโพ ดูวิถีชีวิตชุมชนชาวแพที่เป็นเอกลักษณ์ของอุทัยธานี เรื่องอาหารการกินก็มีเสน่ห์ มีร้านขนมปังสังขยาเจ้าดั้งเดิมที่อร่อยมาก ๆ ปลาเค็มย่างสูตรเด็ด รวมถึงปลาส้มที่รสชาติไม่เหมือนใคร หืม เปรี้ยวปาก! วันนี้แอดมินจะพาไปรู้จัก 10 จุดเช็คอินห้ามพลาด เมื่อมาเยือนเมืองอุทัยธานี เริ่ม!!! #อุทัยธานี #slowlife #เที่ยวไทยแบบการ์ดไม่ตก วัดจันทาราม หรือวัดท่าซุง เป็นวัดเก่าเเก่ของจังหวัดอุทัยธานีมีความสวยงามมาก เอกลักษณ์ของวัดนี้คือมีพระวิหารเเก้วซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธชินราชจำลอง เเละสังขารของหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่ไม่เน่าเปื่อย.พิกัด: https://goo.gl/maps/qFM1DZ8WquBxXcvL9เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00-16.00 น. ภายในพระวิหารแก้ว ถนนคนเดินตรอกโรงยา สถานที่ที่สะท้อนเรื่องราวเเละความเป็นมาของจังหวัดอุทัยธานี มีบ้านไม้เก่าแก่สุดคลาสสิคที่ถูกปรับปรุงให้เป็นร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ต่าง ๆ ในตอนเย็นจะมีร้านอาหารทั้งคาวเเละหวาน ขนมโบราณ เเละของที่ระลึกน่ารัก ๆ สำหรับซื้อไปเป็นของฝากได้. พิกัด https://goo.gl/maps/qM7MYV4nffBkyC2TA เปิดวันเสาร์ เวลา 15.00-20.00 น. เขาสะแกกรัง แต่เดิมเรียกกันว่าเขาแก้ว เป็นที่ตั้งของวัดสังกัสรัตนคีรี บนยอดเขาสามารถจุดชมวิวเมืองอุทัยธานีได้ และมีศาสนสถานหลายแห่ง ทั้งวิหารพระพุทธรูปสำคัญ วิหารพระบรมสารีริกธาตุ ศาลเจ้าจีน นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง ด้านหน้ามีระฆังใบใหญ่ที่พระปลัดใจ ที่ชาวอุทัยธานีร่วมกันสร้าง ถือกันว่าเป็น ระฆังศักดิ์สิทธิ์ใครมาแล้วต้องตีเพื่อความเป็นสิริมงคล.พิกัด https://goo.gl/maps/HTejDV288RPrWAMG9เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น. ในปัจจุบันวิถีชีวิตริมแม่น้ำสะแกกรังยังมีการคงไว้ซึ่งกลิ่นอายของวิถีชีวิตแบบชุนชนชาวแพ สองข้างของแม่น้ำสะแกกรังเต็มไปด้วยบ้านเรือนแพทอดยาวไปตามแนวโค้งของแม่น้ำ สามารถเดินชมวิถีชีวิตชาวแพได้ หรือใช้บริการเรือนำเที่ยวชมวิถีชีวิตริมน้ำซึ่งท่าเรือจะตั้งอยู่บริเวณตลาดสดเทศบาล หรือจะไปปั่นจักรยานชิลล์ ๆ ชมนกชมไม้.พิกัด https://goo.gl/maps/DPikbQi9gcFZZKuf7เปิดให้เข้าชมทุกวัน ชุมชนชาวแพตลอดริมสองฝั่งของแม่น้ำสะแกกรัง วัดอุโปสถาราม หรือวัดโบสถ์ เป็นวัดเก่าแก่ริมแม่น้ำสะแกกรัง ภายในโบสถ์เเละวิหารมีจิตรกรรมฝาผนังในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เเละมีมณฑปทรงแปดเหลี่ยมทลักษณะคล้ายสถาปัตยกรรมตะวันตก ถือได้ว่าเป็นวัดที่มีความสวยงามมาก ๆ.พิกัด https://goo.gl/maps/Hyne4hQSRfeZ1X3XAเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00-16.00 น. หุบป่าตาด ดินแดนดึกดำบรรพ์ สถานที่ Unseen ของจังหวัดอุทัยธานี หุบป่าตาดมีลักษณะเป็นโถงถ้ำขนาดใหญ่ มีหินงอก หินย้อย ภายในคือผืนป่าที่เต็มไปด้วยต้นตาดและพืชพันธุ์โบราณแปลกตา ขึ้นปกคลุมตลอดเส้นทางเดิน เเละยังมีกิ้งกือมังกรสีชมพู ที่หาชมได้ยากมาก ๆ เหมาะสำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจศึกษาเส้นทางธรรมชาติ.พิกัด https://goo.gl/maps/CipzWLN1tKKjQpvd6เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น. บ้านชายเขา สวิสเซอร์แลน์เมืองไทย บ้านชายเขา แหล่งทางเที่ยวเปิดใหม่ของอุทัยธานี อยู่ห่างจากหุบป่าตาดเพียง 2 กิโลเมตร เราจะได้เห็นวิวภูเขาหินปูนที่เต็มไปด้วยต้นไม้ล้อมรอบเราไว้ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร ที่มีทั้ง อาหารจานเดียว ส้มตำ ลาบหมู น้ำตก ไว้บริการอีกด้วย.พิกัด https://goo.gl/maps/6sF2uws7j416Wm2d9เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น. ต้นไม้ยักษ์อายุหลายร้อยปี ต้นไม้ต้นนี้อยู่ที่ชุมชนบ้านสะนำ ชาวบ้านเรียกว่าต้นผึ้งหรือต้นเชียง ซึ่งคุณลุงเจ้าของบอกว่า จะอนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชมกัน ระหว่างทางเดินเข้าไปจะมีร้านค้าของชาวบ้าน นำสินค้าชุมชนมาขาย ถือเป็นอีกนึงจุดเช็คอินที่มีความน่าสนใจ สามารถหามุมถ่ายรูปแบบชิค ๆ ได้เยอะมาก.พิกัด https://goo.gl/maps/aGhZfAigUVVZwifd7เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.00-19.00 น.  ตลาดซาวไฮ่ แหล่งรวมสินค้าชุมชนราคาถูก ทั้งผักสดพื้นบ้าน ขนมโบราณ ผ้าทอ เครื่องจักสาน เสื้อผ้า งานคราฟท์ มัดย้อมต่าง ๆ ให้ผู้ที่มาเยือนได้เลือกซื้อ บรรดาพ่อค้าแม่ค้าก็น่ารักมาก ๆ เป็นกันเองสุด ๆ บอกได้เลยว่าของเขาดีจริง ๆ.พิกัด https://goo.gl/maps/cJx2Ffs4EruxWfZb7เปิดให้เข้าชมวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-17.00 น.  วัดถ้ำเขาวง วัดนี้ถือเป็น Unseen ของอุทัยธานีอีกที่ วัดถ้ำเขาวงมีลักษณะเป็นเรีอนไทยประยุกต์สวยงาม สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง ตัววัดตั้งอยู่ติดริมเขา ด้านหลังเป็นภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ นอกจากนี้หน้าวัดยังมีสระน้ำขนาดใหญ่ และมีสะพานข้าม มีจุดนั่งและยืนชมวิวที่สามารถมองเห็นตัววัดได้จากสะพานกลายเป็นภาพที่งดงาม.พิกัด https://goo.gl/maps/iqaYz1mFtJkB6dk76เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00-16.30 น. หากเพื่อน ๆ ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถ Scan QR Code นี้ เพื่อดู E-Book ของจังหวัดอุทัยธานีได้เลย หรือดาวน์โหลดได้ที่ E-Book อุทัยธานี: https://bit.ly/3pA1l0Q

ชวนมา Slowlife ที่อุทัยธานี อ่านเพิ่มเติม

วัดถ้ำเขาวง วัดสวยในหุบเขา จ.อุทัยธานี

หากมองเผินๆ เพื่อนๆ อาจจะคิดว่า ที่นี่คือรีสอร์ทหรือบ้านพักตากอากาศที่สร้างขึ้นท่ามกลางขุนเขา.แต่จริงๆ แล้วสถานที่แห่งนี้คือวัดที่มีชื่อว่า “วัดถ้ำเขาวง” นั่นเองค่ะ “วัดถ้ำเขาวง” มีลักษณะเป็นเรือนไทยประยุกต์ 4 ชั้น สร้างด้วยไม้สักและไม้มะค่า ที่ได้รับบริจาคจากชาวบ้าน รวมทั้งไม้เก่าจากเรือนไทยที่มาจากจังหวัดต่างๆ อีกด้วยค่ะ.วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นภูเขาที่ตั้งตระหง่านเป็นฉากหลังของวัด สระน้ำขนาดใหญ่ที่มีปลานับร้อยแหวกว่าย หรือสวนดอกไม้ที่จัดภูมิทัศน์และตกแต่งได้อย่างลงตัว เมื่อเข้ามาในอาคารเรือนไทย เราก็จะพบกับชั้นแรก ซึ่งมีลักษณะเหมือนใต้ถุน ใช้เป็นลานอเนกประสงค์.ชั้นที่ 2 เป็นวิหาร มีรอยพระพุทธบาทจำลองให้กราบสักการะด้วย  ชั้นที่ 3 เป็นหออริยบูชา ใช้สำหรับปฏิบัติธรรม.ในชั้นนี้จะมีห้องเล็กๆ ตั้งอยู่ทางด้านซ้ายและขวา ภายในห้องมีหุ่นขี้ผึ้งของเกจิอาจารย์ตั้งอยู่ ตอนแรกแอดแอบตกใจนิดหน่อย นึกว่าพระจริงๆ เพราะเหมือนมาก  ส่วนชั้นสุดท้ายคือชั้นที่ 4 เป็นอุโบสถ เป็นที่ประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัยที่งดงาม.บนชั้นนี้เรายังสามารถชมทิวทัศน์ที่สวยงามรอบวัดได้อีกด้วยค่ะ วัดถ้ำเขาวง.ที่ตั้ง ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี เผยแพร่ใน Facebook : TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง วันที่ 4 กันยายน 2562

วัดถ้ำเขาวง วัดสวยในหุบเขา จ.อุทัยธานี อ่านเพิ่มเติม

อุทัยทริป : 10 จุดห้ามพลาดเมืองอุทัยธานี

อุทัยทริป : 10 จุดห้ามพลาดเมืองอุทัยธานี 1. ชุมชนเรือนแพ แม่น้ำสะแกกรัง.มนต์เสน่ห์บนสายน้ำสะแกกรัง สะท้อนวิถีชีวิตชาวอุทัยธานี ที่ยังคงความเรียบง่ายไม่เปลี่ยนแปลง…ไม่ว่าจะมีโอกาสมาอุทัยกี่รอบก็แล้วแต่ การล่องเรือเที่ยวชมชุมชนเรือนแพบนแม่น้ำสะแกกรัง ก็เป็นหนึ่งในโปรแกรมหลักที่แอดไม่เคยพลาด หรือถ้าใครไม่สะดวกล่องเรือ ก็สามารถยืนชมบรรยากาศชุมชนเรือนแพได้ตลอดสองฟากฝั่งริมแม่น้ำสะแกกรัง.สมัยก่อนเวลาพ่อค้าล่องเรือผ่านมาถึงแม่น้ำสายนี้ จะเห็นต้นสะแกที่ออกดอกเล็กๆ ชูช่อยาวสีเขียวอมเหลือง ห้อยระย้าลงมาตามริมฝั่งน้ำ ถึงแม้ว่าวันนี้ดอกสะแกอาจไม่ค่อยมีให้เห็นกันเยอะเหมือนสมัยก่อน แต่เรายังคงสัมผัสได้ถึงมนต์เสน่ห์ของแม่น้ำสะแกกรังผ่านเรือนแพไม้ไผ่ ที่ตั้งอยู่เรียงรายไปตามลำน้ำ.พิกัด : https://goo.gl/maps/U4JX8cp7hLu ค่าบริการกิจกรรมล่องเรือ.– บริการเรือหางยาวมีหลังคา ล่องแม่น้ำสะแกกรัง นั่งได้ 10-12 คน ล่องเรือภายในเขตเทศบาล ราคา 250 บาท หากไปถึงวัดท่าซุงราคาประมาณ 800 บาท– สำหรับเรือขนาดใหญ่ นั่งได้ 40 คน ราคาเหมาประมาณ 4,000 บาท (ไม่รวมอาหารเย็น) 2. วัดอุโปสถาราม (วัดโบสถ์) วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง อีกหนึ่งมนต์เสน่ห์ริมน้ำสะแกกรัง ที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตชาวอุทัยธานีมาหลายร้อยปี ด้วยความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรม ไม่ว่าจะเป็น “มณฑปแปดเหลี่ยม” ศิลปะผสมระหว่างไทย จีน และตะวันตก “เจดีย์สามสมัย” เจดีย์ 3 องค์ ทีมีลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกัน โดยมีทั้งเจดีย์หกเหลี่ยมแบบอยุธยา เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองแบบรัตนโกสินทร์ และเจดีย์ทรงลอมฟางแบบสุโขทัย  พิกัด : https://goo.gl/maps/ktPxicCU3wy นอกจากนี้ทั้งด้านในและด้านนอกพระอุโบสถและพระวิหาร ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติ เริ่มตั้งแต่ประสูติจนถึงปรินิพพาน ที่วาดโดยฝีมือของช่างหลวงในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น อีกหนึ่งศิลปะล้ำค่าที่บอกเล่าความผูกพันของชาวบ้านกับพระพุทธศาสนาได้เป็นอย่างดี 3. วัดสังกัสรัตนคีรี หากขับรถเข้ามาจากทางหลวงหมายเลข 32 เข้าเมืองอุทัยธานี ยังไม่ทันถึงตัวเมืองดีเราจะเห็นยอดเจดีย์ของวัดสังกัสรัตนคีรีตั้งโดดเด่นเป็นสง่ามาแต่ไกล นอกจากการมากราบสักการะ “พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอุทัยธานีที่ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารแล้ว อีกหนึ่งเสน่ห์ของวัดแห่งนี้ก็คือ งานประเพณีตักบาตรเทโว ในวันแรม 1 ค่ำเดือน 11 ของทุกปี ประเพณีสำคัญของจังหวัดที่มีชื่อเสียงมายาวนาน กับภาพของพระสงฆ์ราว 500 รูป เดินลงบันไดจากยอดเขาสะแกกรังมารับบิณฑบาตร ซึ่งมีพุทธศาสนิกชนรอใส่บาตรอยู่ที่ลานวัดทางด้านล่าง พิกัด : https://goo.gl/maps/axEb5Ra2PhT2 ภาพจากจุดชมวิววัดสังกัสรัตนคีรี 4. วัดจันทาราม (วัดท่าซุง).อีกหนึ่งวัดที่เป็นเหมือนแลนด์มาร์คสำคัญของอุทัยธานี มาเที่ยววัดท่าซุงต้องไม่พลาดชมวิหารแก้ว ที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลอง ตามกำแพง เสา และเพดานวิหารประดับด้วยแก้วที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ เป็นภาพที่สวยงามแปลกตาไม่เหมือนใคร.พิกัด : https://goo.gl/maps/92Xm48JffMQ2 ความอลังการของปราสาททองคำก็เป็นไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งของวัดนี้ สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวาระที่ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี 5. เกาะเทโพ.หนึ่งในเส้นทางในฝันของนักปั่นบนหลังอาน ที่อยากจะนำสองล้อคู่ใจมาปั่นลัดเลาะรอบเกาะ ท่ามกลางบรรยากาศสุดสดชื่น ผ่านเส้นทางทุ่งนา ไร่สวนส้มโอ .เกาะเทโพเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบด้วยแม่น้ำสองสายคือ แม่น้ำสะแกกรัง และแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันทางจังหวัดยังได้จัดทำเส้นทางจักรยานปั่นเที่ยวตัวเมืองและเกาะเทโพ เพื่อเป็นการช่วยลดมลภาวะ และยังเปิดโอกาสให้เราได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชุมชนต่างๆ บนเกาะได้อย่างใกล้ชิดอีกด้วย  พิกัด : https://goo.gl/maps/rcCwPhhaCx32 6. บ้านจงรัก.ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้แบบโบราณ ไล่ไปตั้งแต่ของเล่น ของใช้ภายในบ้าน เครื่องครัว ไปจนถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ในสมัยโบราณ ซึ่งล้วนเป็นของสะสมของบรรพบุรุษมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ตัวพิพิธภัณฑ์เป็นบ้านไม้สองชั้น ชั้นล่างทำเป็นคาเฟ่ร่วมสมัย มีทั้งชา กาแฟสด ขนมหวานต่างๆ รวมไปถึงน้ำสมุนโพรโฮมเมดสูตรโบราณด้วย.สำหรับใครที่ชอบสะสมของเก่า ถ้ามาเที่ยวอุทัยธานีอย่าลืมแวะมาเยี่ยมชม เข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนความทรงจำในอดีตกันได้ที่นี่ “บ้านจงรัก” .เปิดเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์ และจันทร์ เวลา 07.30 – 17.00 น. (พิพิธภัณฑ์ เปิดเวลา 09.00 น.).พิกัด : https://goo.gl/maps/qJeAh35aiVP2 7. บ้านนกเขา.ห้องแถวโบราณขนาดหนึ่งคูหาแห่งนี้ เป็นอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่รวบรวมของเก่าของสะสมมากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นภาพถ่ายในอดีต เช่น ภาพถ่ายโรงฝิ่น ซึ่งการสูบฝิ่นเคยเป็นวิถีชีวิตของชาวไทยเชื้อสายจีนในสมัยก่อน รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ของชาวอุทัยธานี.พิกัด : https://goo.gl/maps/nGFC7Dbu7LR2 8. ถนนคนเดินตรอกโรงยา (ตลาดเก่าบ้านสะแกกรัง).ภาพของตรอกโรงยาในอดีต ก่อน พ.ศ.2500 ที่เคยเป็นแหล่งซื้อขายและสูบฝิ่นกันอย่างเสรี ค่อยๆ ซบเซาลง และเลือนหายไปจากความทรงจำของผู้คน หลังจากการประกาศให้ฝิ่นกลายเป็นสารเสพติดที่ผิดกฎหมาย.ในปัจจุบันตรอกโรงยาถูกปลุกขึ้นมาจากความทรงจำอีกครั้งในรูปแบบของถนนคนเดินใจกลางเมืองอุทัยธานี ที่มีของให้เลือกชอปเลือกชิมกันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวหวาน อาหารถิ่น ของกินเล่นต่างๆ แต่ในอีกมุมหนึ่ง ความเจริญรุ่งเรืองของตรอกโรงยาในอดีต ก็ยังคงปรากฎร่องรอยผ่านบ้านไม้เก่าๆ ที่ได้รับการปรับเปลี่ยนมาเป็นร้านค้าต่างๆ .พิกัด : https://goo.gl/maps/8YpFcos8tt42 9. หุบป่าตาด.ออกนอกตัวเมืองมาหลงป่าดงดิบ เดินเข้าสู่ยุคดึกดำบรรพ์กันที่ หุบป่าตาด อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี.ทางเข้าหุบเป็นถ้ำมืดสนิทต้องใช้ไฟฉายส่องทาง แต่ระยะทางไม่ไกลมากนัก เมื่อเดินลอดผ่านเข้ามาภายในหุบมีสภาพเป็นป่าดงดิบ ที่อากาศเย็นและชื้น พื้นที่ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยต้นตาด พืชยุคดึกดำบรรพ์ ที่อยู่ในตระกูลเดียวกับต้นปาล์ม มีใบเป็นแฉก ชอบขึ้นในพื้นที่ป่าดงดิบหนาทึบ.เดินเข้าไปเกือบสุดเส้นทางจะพบกับถ้ำอีกหนึ่งถ้ำ มีลักษณะเป็นโถงแบบเปิดโล่ง ตรงจุดนี้ถ้าอยากถ่ายภาพให้สวย ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือระหว่าง 11.00-13.00 น. ซึ่งแสงจะส่องลงมายังหุบป่าตาดมากที่สุด (เพื่อนๆ สามารถเข้าชมหุบป่าตาดได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น.).หุบป่าตาดสามารถเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี แต่ถ้ามาช่วงเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน จะมีโอกาสได้เห็นกิ้งกือมังกรสีชมพู สัตว์ป่าดึกดำบรรพ์ ซึ่งพบได้ที่นี่เพียงที่เดียวในประเทศไทยเท่านั้น.พิกัด : https://goo.gl/maps/xzhcfradnt22 10. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง.หนึ่งในผืนป่ามรดกโลกของพวกเรา ที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพ เนื่องจากที่นี่ประกอบไปด้วยป่าถึง 5 ใน 7 ชนิด ที่พบในเขตร้อนชื้น ได้แก่ ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา ป่าทุ่งหญ้า ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง ก่อให้เกิดความหลากหลายของพืขพันธุ์และสัตว์ต่างๆ บางชนิดเป็นสัตว์หายากที่ใกล้จะสูญพันธุ์ เช่น ควายป่า เลียงผา เสือดาว หมาใน ไก่ป่า นกยูงไทย และยังมีแมลงต่าง ๆ อีกมากมาย . พิกัด : https://goo.gl/maps/3a6R2BaPyBQ2 ถึงแม้ว่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งจะไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่เปิดให้เข้าชมทั่วไป เนื่องจากอยู่ในเขตอนุรักษ์ที่มีความเปราะบาง แต่ก็มีการกำหนดจุดผ่อนปรนให้ประชาชนสามารถเข้าไปศึกษาและชมธรรมชาติได้ ดังนี้.– บริเวณสำนักงานเขตฯ อำเภอลานสัก ซึ่งมีกิจกรรมเดินป่าตามรอยเส้นทางของเสือ และอนุสรณ์สถาน “สืบ นาคะเสถียร” – บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าไซเบอร์ อำเภอห้วยคต ซึ่งมีกิจกรรมตั้งแคมป์ริมน้ำตกไซเบอร์ – บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยแม่ดี อำเภอบ้านไร่ มีกิจกรรมตั้งแคมป์ตามโครงการห้องรับรองแขกห้วยขาแข้ง และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติไว้รองรับ.เนื่องจากไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป ดังนั้นการเดินทางไปศึกษาธรรมชาติในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จึงต้องติดต่อขออนุญาตเสียก่อน โดยสามารถยื่นคำขอได้ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน

อุทัยทริป : 10 จุดห้ามพลาดเมืองอุทัยธานี อ่านเพิ่มเติม

Scroll to Top