อ่างทอง

อ่างทอง

ท่องเที่ยวอ่างทอง ที่ราบลุ่มแห่งภาคกลาง

วันนี้บัดดี้จะมาแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวของ จ.อ่างทอง หนึ่งในจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งท่องเที่ยวทางจิตวิญญาณขึ้นชื่อ และธรรมชาติสวย ๆ ของที่ราบลุ่มภาคกลางอยู่หลายแห่ง ลองตามมาดูกันว่าวันนี้ บัดดี้จะมีที่ไหนมาแนะนำบ้าง วัดนางในธัมมิการาม  ตั้งอยู่ในบริเวณตลาดศาลเจ้าโรงทอง ไม่มีหลักฐานปรากฏชัดว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยอยุธยา มีจุดเด่นอยู่ที่ หอบูรพาจารย์ดั้งเดิม ที่เป็นกุฏิหลังเก่าทรงปั้นหยา ที่อดีตเจ้าอาวาสองค์สำคัญของวัด หลวงพ่อนุ่มและหลวงพ่อชมใช้จำพรรษามาหลายสิบปี ปัจจุบันวัดแห่งนี้ มีทั้งประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศเดินทางมากราบไหว้ขอพรที่หอบูรพาจารย์กันอย่างต่อเนื่อง เพราะที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งหากพรที่ขอเป็นจริง จะต้องนำน้ำอัดลมมาทำการถวายแก้บนหน้ารูปหล่อบูรพาจารย์เป็นการตอบแทน 99/7 หมู่ 7 บ้านนางใน ตําบลศาลเจ้าโรงทอง อําเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เปิดทุกวันเวลา 08.30–16.30 น (ปิดจำหน่ายบัตร เวลา 16.00 น.)https://maps.app.goo.gl/XAtGLD2FNd2m7wZ76 ตลาดเก่าวิเศษชัยชาญ  ตลาดเก่าวิเศษชัยชาญ หรืออีกชื่อคือ ตลาดศาลเจ้าโรงทอง อยู่ตรงข้ามกับวัดนางในธัมมิการาม เป็นตลาดกลางชุมชนเก่าแก่ที่อยู่ติดริมแม่น้ำน้อย มีการปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนติดกันเป็นเรือนแถว ภายในตลาดยังมีการจำหน่ายอาหารคาวหวานมากมาย ทั้ง เกสรลำเจียก กาแฟโบราณ ก๋วยเตี๋ยวไส้เนื้อ ก๋วยเตี๋ยวเป็ดพะโล้ ข้าวห่อใบบัว ขนมสามเกลอ ขนมกล้วยรังผึ้ง กระหรี่พั๊ฟ ปลาริวกิวปิ้ง บะจ่างข้าวเหนียวดำ ขนมสัมปันนี ไปจนถึงร้านขายของสดและร้านขายทองโบราณ ร้านขายยาโบราณ และร้านเครื่องจักสานต่าง ๆ ภายในชุมชนแห่งนี้ ยังมีศาลเจ้าพ่อกวนอู ศาลเจ้าเก่าแก่ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวชุมชน มีคำบอกเล่าจากบรรพบุรุษของชาวชุมชนกล่าวไว้ว่า หากลูกหลานย้ายไปหาที่ทำกินต่างถิ่น แล้วพกห่อดินของตลาดศาลเจ้าโรงทองไปด้วย จะทำให้ทำมาค้าขึ้น มีความเจริญรุ่งเรืองในกิจการ นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้าตี่จู๋เอี๊ย ศาลเจ้าพ่อเล้ง (เจ้าพ่อโรงกระเบื้อง) และศาลเจ้าแม่แก่นจันทน์ให้เคารพบูชาและเป็นที่พึ่งทางใจอีกด้วย ตําบลศาลเจ้าโรงทอง อําเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. 0 3563 1405 สำนักงานเทศบาลตำบลวิเศษไชยชาญhttps://maps.app.goo.gl/bCQ91LqbBozbQ6AaA SukArrom :สุขอารมณ์ คาเฟ่ ร้านกาแฟสวยสไตล์มินิมอล-โมเดิร์น บนพื้นที่ 3 ไร่ อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง ภายในร้านมีการจัดสวนที่ให้ทั้งความสวยงาม ความร่มรื่นและความสบายตา เมนูภายในร้านจะเน้นความเป็นโฮมเมด โดยเฉพาะเค้ก วันที่บัดดี้ไปมีเค้กลอดช่องพอดี หอม นุ่ม อร่อยสุด ๆ จากตัวร้าน อยู่ไม่ไกลจากวัดม่วง หากมาช่วงก่อนปลูกนา เพื่อน ๆ จะเห็นทั้งทุ่งนาเขียว ๆ กับหลวงพ่อใหญ่ ซึ่งมุมนี้ถือเป็นหนึ่งในมุมสวยในการถ่ายหลวงพ่อใหญ่เลยล่ะ สุขอารมณ์ คาเฟ่ 18/7 หมู่ 6 ตำบลหัวตะพาน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เปิดทุกวัน เวลา 09.00–18.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์ ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) 09 8323 9979https://maps.app.goo.gl/9Sczu8T5nsvnu2FT9 วัดม่วง วัดเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองอ่างทองมาอย่างยาวนาน สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2230 ในสมัยอยุธยาตอนปลาย ณ เมืองวิเศษชัยชาญ เมืองหน้าด่านที่เคยเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก ภายในวัดมีจุดให้กราบไหว้หลายจุด อย่างเช่น พระวิหารแก้วรัตนพราหมณ์-สุวรรณปาล วิหารองค์เทพจีน รูปปั้นเกี่ยวกับวรรณคดีไทย เทวดา แดนสวรรค์ แดนนรก รูปปั้นเปรต เพื่อให้ข้อคิดและอุทาหรณ์สอนใจแก่ญาติโยมที่เดินทางมาเที่ยววัด ในช่วงปี พ.ศ. 2551 ได้มีการสร้างหลวงพ่อใหญ่ (พระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ) พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เชื่อกันว่าหากได้เดินทางมากราบไหว้ขอพร และสัมผัสปลายนิ้วหลวงพ่อใหญ่ จะเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน โดยที่แต่ละนิ้วของหลวงพ่อก็ประทานพรให้ต่างกันไป คนที่ไปจึงนิยมขอพรให้ครบทุกนิ้ว 19 ตำบลหัวตะพาน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เปิดทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น. 0 3563 1556https://maps.app.goo.gl/ezaLMWkM12S5qSxj6 วัดสังกระต่าย วัดสังกระต่าย เดิมชื่อ วัดสามกระต่าย ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองอ่างทองประมาณ 2 กิโลเมตร สร้างโดยทวดติ จันทนเสวี (เป็นมารดาพระหัสกาล) แต่ก่อนวัดนี้มีพระสงฆ์จำพรรษา ต่อมาพระสงฆ์เริ่มมีการแตกแยกไม่สามัคคีกัน ชาวบ้านจึงเริ่มเสื่อมศรัทธาจนไม่มีใครมาทำบุญที่วัดนี้จนกลายเป็นวัดร้างในที่สุด ปัจจุบันวัดนี้จึงเหลือเพียงโบสถ์เก่าเท่านั้น หากเพื่อน ๆ ไปที่นี่ จะพบเพียงผนังของโบสถ์ที่มีต้นโพธิ์ 4 ต้น ขึ้นปกคลุมแล้วยึดผนังโบสถ์เอาไว้ 4 มุมพอดี ดูสวยและขลังมาก ๆ ภายในโบสถ์มีทั้งหมด 3 ห้อง มีห้องกลางเป็นห้องที่ประดิษฐานพระประธาน และพระพุทธรูปองค์เล็กอีก 2 องค์ ส่วนอีก 2 ห้องจะเป็นห้องหลวงพ่อแก่น พระพุทธรูปปางนาคปรกองค์ใหญ่ ส่วนอีกห้องจะมีปู่โสมและปู่พญานาคให้กราบไหว้บูชา ตำบลศาลาแดง อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง เปิดทุกวันเวลา 08.00–17.00 น.https://maps.app.goo.gl/HSUyamabd4W8A4ZX7 ศาลหลักเมืองอ่างทอง เป็นอาคารจัตุรมุขสูงจากพื้นดิน 1.5 เมตร หลังคายอดปรางค์เป็นปูนซีเมนต์ฉาบสีแดง ในการสร้างศาลหลักเมืองมีการบวงสรวงก่อนตัดไม้มงคลโดยโหรหลวงจากสำนักพระราชวัง ศาลหลักเมืองจังหวัดอ่างทองเป็นศาลหลักเมืองแห่งที่ 2 ที่มีการเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังซึ่งเป็นลายพุ่มข้าวบิณฑ์ก้านแย่งทั้ง 4 ด้าน (ศาลหลักเมืองแห่งแรกที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังคือ ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร) ด้านทิศเหนือ มีศาลาตรีมุขซึ่งใช้เป็นที่ประทับ ที่นั่งขององค์ประธาน หรือในการประกอบพิธีต่าง ๆ ด้านทิศใต้ มีศาลาทรงไทย 2 หลัง ใช้เป็นสถานที่ให้บริจาคบูชาวัตถุมงคล และดอกไม้ ธูป เทียน ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทองhttps://maps.app.goo.gl/XKcJUWkgjbghdXd8A พิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตั้งอยู่ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง (หลังเก่า) ที่มีการปรับปรุงซ่อมแซมให้เป็นพิพิธภัณฑ์ เพื่อนำเสนอถึงประวัติศาสตร์สถาบันหลักของชาติ ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ แบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 4 โซน ประกอบด้วย โซนที่ 1 เบญจสุทธคงคา นำเสนอถึงความสำคัญของจังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็น 1 […]

ท่องเที่ยวอ่างทอง ที่ราบลุ่มแห่งภาคกลาง อ่านเพิ่มเติม

กราบขอพร “สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี” วัดโล่ห์สุทธาวาส จ.อ่างทอง

วันนี้บัดดี้จะพามาหนึ่งในวัดสำคัญของเมือง “อ่างทอง” ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2403-2410 โดยนางโล่ห์ เศรษฐีนีของอ่างทอง แถมที่นี่ยังมีหลวงปู่โต พระอริยสงฆ์แห่งยุครัตนโกสินทร์ มาดูฤกษ์ยามเพื่อสร้างวัดนี้ขึ้นด้วยการนั่งจับยามสามตา ยิ่งใครเป็นสายมูบัดดี้ขอบอกเลยว่า ไม่ควรพลาดที่จะมาขอพรด้วยประการทั้งปวง หลังจากวัดแห่งนี้สร้างเสร็จ ชาวบ้านนิยมเรียกวัดแห่งนี้ว่า “วัดยายโล่ห์” ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็น “วัดโล่ห์สุทธาวาส” ซึ่งในช่วงนั้นคุณยายโล่ห์ ขออนุญาตสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังษี จัดสร้างรูปหล่อท่านั่งนับนิ้วหรือนั่งจับยามสามตา ซึ่งที่วัดแห่งนี้น่าจะเป็นที่เดียวที่มีการปั้นรูปหล่อขึ้นมา ขณะที่สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังษียังมีชีวิตอยู่ ภายในวัด มีสิ่งศักดิ์มากมายให้กราบไหว้ โดยบัดดี้ขอเริ่มจากอุโบสถด้านล่าง ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังษี นั่งนับนิ้วหรือจับยามสามตา ตั้งอยู่บนบ่อน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งผู้มาเยือนสามารถนำน้ำมนต์กลับไปได้ ใกล้ ๆ กันจะเป็นห้องหุ่นขี้ผึ้งสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังษี เกจิอาจารย์หลายรูปและพระพุทธรูปปางไสยาสน์อายุ 150 ปี สามารถกราบไหว้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล อาคารเสนาสนะ มีอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตและพระบรมสารีริกธาตุ ชั้นบนสุดเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธอนันตชินเป็นพระประธาน มีภาพจิตรกรรมฝาผนังพระพุทธประวัติ ชั้นล่างสามารถเดินลอดอุโบสถสวรรค์เพื่อความเป็นสิริมงคลได้ สำหรับสายโชคลาภ สามารถขอพรจาก “เจ้าชายกุมารเทพฤทธิ์ ” ได้เชื่อว่าสามารถมอบโชคลาภและความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ไปจนถึงการสอบเข้าทำงานต่าง ๆ ได้ดี ด้านข้างจะมีรูปภาพเสื้อผ้าของเจ้าชายในยุคร้อยกว่าปีก่อนให้ดูเปรียบเทียบกับชุดของเจ้าชายกุมารเทพฤทธิ์ด้วยนะ บริเวณลานจอดรถ จะมีศาลาย่าโล่ห์ ที่มีการสร้างรูปหล่อของยายโล่ห์ ผู้สร้างวัดและลูกสาวเอาไว้เพื่อเป็นเกียรติและให้ผู้คนมากราบไหว้บูชา นอกจากนี้ ภายในวัดยังมีพระพิฆเนศ ท้าวเวสสุวรรณ เทพราหู ให้ผู้ศรัทธากราบไหว้บูชาอีกด้วย หากวันหยุดนี้ใครอยากหาสถานที่ที่เป็นที่พึ่งทางใจ ลองมาวัดนี้กันได้นะ วัดโล่ห์สุทธาวาส 41 ถนนเทศบาล 7 ต.ตลาดหลวง อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง 0 3561 1778, 0 3562 6366-7https://maps.app.goo.gl/k73iZfiU1gCi6mru9

กราบขอพร “สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี” วัดโล่ห์สุทธาวาส จ.อ่างทอง อ่านเพิ่มเติม

ศาลเจ้ากวนอู วิเศษชัยชาญ ตลาดศาลเจ้าโรงทอง จ.อ่างทอง

วันนี้บัดดี้จะมาแนะนำหนึ่งศาลเจ้ากวนอูที่บัดดี้คิดว่าทั้งเก่าแก่ สวย ขลัง โดยศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นในต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ราวปี พ.ศ. 2418 โดยเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของชาวจีนในสมัยนั้น ซึ่งมีนายเหลือ แซ่ฉั่ว เป็นผู้มอบที่ดินเพื่อสร้างศาลเจ้าแห่งนี้ขึ้น และได้สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี พ.ศ. 2420 ในปี พ.ศ. 2467 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นบนศาลเจ้าบางส่วน ทางคณะกรรมการศาลเจ้าจึงได้ทำการบูรณะซ่อมแซมศาลเจ้าขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ภายใต้การนำ 4 แซ่ คือ1. นายกะ แซ่ฉั่ว2. นายเล่งกวย แซ่ตั้ง3. นายเถ่ง แซ่เล้า4. นายซก แซ่นิ้ม การบูรณะศาลเจ้าหลังจากเกิดเหตุไฟไหม้แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2468 ถือเป็นศาลเจ้าที่สร้างขึ้นด้วยไม้สักทองที่ใหญ่ที่สุดในภาคกลาง ซึ่งนอกจากจะเป็นสถานที่ดำเนินกิจกรรมทางสังคมของชาวชุมชนและเป็นแหล่งยึดเหนี่ยวจิตใจของชุมชนตลาดศาลเจ้าโรงทองแล้ว ที่นี่ยังใช้เป็นที่สอนหนังสือให้กับเด็ก ๆ ทั้งภาษาไทยและภาษาจีนอีกด้วย มีหลักฐานปรากฏว่า ภายในชุมชนแห่งนี้มีร้านทำเครื่องทองมากมาย โดยเฉพาะบริเวณเส้นทางเดินสู่ศาลเจ้าพ่อกวนอู จึงกลายเป็นที่มาของชื่อชุมชนว่า ตลาดศาลเจ้าโรงทองจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากที่นี่เป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญของเมื่องวิเศษชัยชาญตั้งแต่อดีต ทำให้ปัจจุบัน ยังมีร้านค้าที่ขายของเก่าแก่หลายร้านยังดำเนินกิจการอยู่ หากใครได้ไปที่นี่ บัดดี้อยากให้เพื่อน ๆ ลองเดินสำรวจดู จะพบความสวยงามของความเก่าจากอดีตปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ปัจจุบันศาลเจ้าพ่อกวนอูแห่งนี้ เป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวผู้เลื่อมใสหลายคน มีความเชื่อว่า การบูชากราบไหว้เทพเจ้ากวนอู จะทำให้ประสบความสำเร็จ มีคนเคารพ พบแต่ความซื่อสัตย์ปราศจากคนปองร้ายและผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ในชีวิตไปได้ด้วยดี สำหรับสายมู นอกจากการเสี่ยงเซียมซีแล้ว ที่นี่ยังมีการใช้ “ไม้ปวย” ที่มีลักษณะเป็นไม้โค้งนูนหลังเต่าหน้าเรียบ 2 ชิ้น บ้างก็เรียก ไป, โปย, ปวย, เช้งปวย ฯลฯ มาใช้ในการอธิษฐานขอพร แล้วโยนไม้ 3 ครั้งเพื่อดูผลลัพธ์ ว่าแต่ละครั้งได้ คว่ำ กลาง หรือหงาย แล้วนำผลลัพธ์นี้แหละ มาดูผลคำทำนาย โดยทางศาลเจ้าจะมีหนังสือรวมคำทำนายให้อ่าน อย่างบัดดี้โยนได้ กลาง ทั้ง 3 ครั้ง ก็เปิดหาผลคำนายนี้ได้เลยในเล่ม หากใครได้คำทำนายที่ไม่ดี ก็สามารถขอพรเปลี่ยนเรื่องร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตให้เป็นเรื่องดีแทนได้ ซอยศาลเจ้าโรงทอง 12/1 ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เปิดทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น. https://maps.app.goo.gl/9fZKp7ym8FVdEjhG8

ศาลเจ้ากวนอู วิเศษชัยชาญ ตลาดศาลเจ้าโรงทอง จ.อ่างทอง อ่านเพิ่มเติม

อ่างทอง…การช่าง เมืองเล็ก ฝีมือไม่เล็ก

TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง ร่วมกับ The Cloud ขอนำเสนอคอลัมน์ Take Me Out พาผู้อ่านไปทำความรู้จักเมืองอ่างทอง เมืองรองทางผ่านไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ผ่าน 9 สถานที่ของคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ ที่ใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมาผสานวัตถุดิบ ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมร่วมสมัยที่มี จนออกมาเป็นเรื่องราวให้เราได้สัมผัสความเป็นอ่างทองแห่งนี้ รู้ไหมว่าจังหวัดเล็ก ๆ ในภาคกลางที่ใครหลายคนใช้เป็นทางผ่านอย่าง ‘อ่างทอง’ ไม่ได้เป็นแค่เมืองรอง แต่เป็นเมืองของการช่าง! ตั้งแต่ความช่างคิดประดิษฐ์คาเฟ่ตามสั่ง ช่างฝีมือด้านตี ตัด ดัด เคาะ ไปจนถึงช่างปลุกปั้นตุ๊กตามวยไทยขึ้นชื่อ ซึ่งเรารวบรวมมาฝากไว้แล้วทั้ง 9 แห่ง ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยภูมิปัญญาน่าสนใจจากทั้งคนรุ่นเก่าและใหม่ ใครใคร่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อ่างทองก็มี ! ใครใคร่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อ่างทองก็มี ! ชวนเพื่อนเก็บกระเป๋า สตาร์ทรถ แล้วมาตะลุยอ่างทองฉบับสารพัดช่างกัน 1 อุตสาหกรรมดินเผา บปก ‘อุตสาหกรรมดินเผา บปก’ โรงอิฐเก่าแก่แห่งตำบลบางปลากด จังหวัดอ่างทอง ที่เริ่มจากอากงผู้นำทักษะจากเมืองจีนมาตั้งโรงงานผลิตอิฐโชว์แกร่งและกระเบื้องรายแรกของประเทศ บปก ที่ประทับอยู่บนอิฐย่อมาจากตำบลที่ตั้ง คือ บางปลากด ย้อนกลับไป พ.ศ. 2487 อากงผู้ก่อตั้งนำทักษะที่หอบจากเมืองจีนมาตั้งโรงงานเฮ้งมุ่ยหลี ผลิตอิฐโชว์แกร่งและกระเบื้องรายแรกของประเทศ ส่วนวัตถุดิบหลักในการทำอิฐก็มาจากผิวหน้าดิน ซึ่งอ่างทองเป็นแหล่งดินดี เนื้อดินละเอียดเนียนสวย มีสีแดงส้มตามแร่ธาตุที่ซ่อนอยู่ด้านใน ที่นี่มีผลิตภัณฑ์จากทั้งอิฐและกระเบื้อง โชว์พื้นผิวเรียบสุดคลาสสิก การันตีคุณภาพด้วยความวางใจของลูกค้าและคนในวงการสถาปัตย์ บอกเลยว่าผลิตภัณฑ์แกร่งและทนทานไม่แพ้ใคร สำหรับสถานที่ศึกษาและหน่วยงานที่สนใจเข้าชมเพื่อการเรียนรู้ ติดต่อนัดหมายล่วงหน้ากันก่อนนะ ที่ตั้ง 80/ก หมู่ 1 ตำบลบางปลากด อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง โทร. 08 1852 4209 เว็บไซต์ http://www.bpkbrick.co.th พิกัด https://goo.gl/maps/UnxJzUk5jbz2xCY4A 2 Photograph Slow Bar มาเยือนอ่างทองทั้งที ต้องมาที่ ‘Photograph Slow Bar’ คาเฟ่น้องใหม่ของ โปเต้-มนัญชัย แสงโพธิ์ทอง ช่างภาพแอคชันมือรางวัลของไทย ที่แปลงโฉมโรงจอดรถเก่าเป็นคาเฟ่เพื่อสุขภาพขนาดกะทัดรัด  นอกจากกาแฟ ที่นี่ยังตอบโจทย์เทรนด์รักษ์สุขภาพ ด้วยน้ำผลไม้สกัดเย็นหลากหลายสูตรให้ชิม แถมยังมีกิมมิกเป็น Photograph Slow Bar จะได้ภาพสวย ๆ ฝีมือช่างภาพติดมือกลับบ้านด้วย  ที่ตั้ง 11/2 ถนนบ้านรอ ซอย 3 ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง ทางร้านรับลูกค้าเพียง 4 รอบต่อวัน (รอบละ 6 คน) สอบถามและจองคิวได้ที่  โทร. 08 8884 7107 FB : Photograph Slow Bar พิกัด https://goo.gl/maps/ZCRCzGaZLaqw3jKr5  3 โรงมีดตามใจฝัน ถ้าคุณหลงใหลในเสน่ห์ของวัตถุมีคม ลองมาทำความรู้จัก ‘โรงมีดตามใจฝัน’ ของ ช่างโจ-บรรจง เหมทอง หนุ่มอ่างทองที่เป็นนักสะสมมีดจนผันตัวมาเป็นช่างมีดสมัยใหม่  ที่นี่มีทั้งมีดพื้นบ้านและมีดคัสตอมให้ได้ชม  ส่วนคนที่สนใจอยากมีมีดของตัวเองสักเล่ม ช่างโจก็เปิดคอร์สระยะสั้นสอนวิชาทำมีด ให้ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนอ่างทองไปพร้อมกันด้วย ที่ตั้ง 55 หมู่ 1 ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง โทร 09 8265 5721 FB : โรงมีดตามใจฝัน-Jo knifemaker และ https://www.facebook.com/joknife พิกัด https://goo.gl/maps/JVUR2L3Lzk7g1k4h7  4 บ้านตุ๊กตามวยคาดเชือก เห็นร่างกำยำกำลังตั้งการ์ดวางท่าอยู่หน้าบ้าน แสดงว่ามาถึง ‘บ้านตุ๊กตามวยคาดเชือก’ ของ อาจารย์บัณฑิต โกศลสิทธิ์ แล้ว เขาเรียนรู้ภูมิปัญญาการปั้นตุ๊กตาชาววังมาจากคุณแม่ สู่ตุ๊กตามวยไทยคาดเชือก ไม่ทิ้งลวดลายทั้ง 82 ท่า จนพาไปโด่งดังถึงระดับประเทศ  ไม่ว่าจะพระรามเดินดง ปักษาแหวกรัง จระเข้ฟาดหาง หักงวงไอยรา มณโฑนั่งแท่น หนุมานถวายแหวน และอีกหลายสิบท่า นับรวมทั้งสิ้น 82 ท่า โดยช่างปั้นต้องศึกษาและปรึกษาครูมวยเพื่อปั้นท่าทางออกมาให้แม่นยำที่สุด ซึ่งชิ้นงานของบ้านตุ๊กตามวยคาดเชือกโด่งดังถึงระดับประเทศ ในไทยเองก็ชวนอาจารย์บัณฑิตปั้นตุ๊กตามวยเป็นถ้วยรางวัลอยู่บ่อยครั้ง และอนาคตนายช่างจะปั้นท่ามวยไทยให้ครบ 82 ท่า เพื่อเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตในบ้านหลังนี้  เข้าชมชิ้นงานและเรียนรู้ขั้นตอนการปั้นตุ๊กตามวยไทยได้ที่บ้านของอาจารย์บัณฑิต พิพิธภัณฑ์มีชีวิตในบ้านหลังนี้ยินดีต้อนรับเสมอ ที่ตั้ง 7 ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง โทร. 08 7900 8081 พิกัด https://goo.gl/maps/GuPXmrXGj847nPfx6  5 Missyou Café นี่คือร้านกาแฟตามสั่งที่ แก้ม-พิชญนาถ ครองญาติ อดีตนักพิสูจน์อักษรภูมิใจนำเสนอ ‘Missyou Café’ คาเฟ่เล็ก ๆ ห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้สีเขียวแห่งนี้นับเป็นความแปลกใหม่ของเมืองอ่างทอง  เพราะมีแต่เมนูที่น่าตื่นตาตื่นใจ ไม่ว่าจะเป็นมัทฉะช่อน้ำดอกมะพร้าว หรือชาผลไม้ท็อปปิ้งด้วยผลไม้สด จนทำให้ ‘คิดถึงเสมอ คาเฟ่’ กลายเป็นที่รักของชาวอ่างทองทุกเพศทุกวัย ถ้ามาเยือนจังหวัดนี้แล้วล่ะก็ อย่าลืมแวะไปนะ  ที่ตั้ง 11/1 หมู่ 6 ตำบลบ้านแห อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง เปิดบริการทุกวัน ยกเว้นวันอังคาร เวลา 08.30 – 15.00 น. โทร. 08 4775 9948 FB : https://www.facebook.com/missyoucafe.angthong พิกัด https://goo.gl/maps/4fRvKRKn3fkxFFMT8  6 กลุ่มบ้านทรงไทยจำลอง (ไม้สักทอง) เห็นคนอ่างทองใช้ไม้กันเป็นส่วนมาก ถ้าไม่พาไปดูอะไรเกี่ยวกับไม้

อ่างทอง…การช่าง เมืองเล็ก ฝีมือไม่เล็ก อ่านเพิ่มเติม

เยือนวัดเก่า ไหว้พระนอน

เวลาเดินทางท่องเที่ยวไปจังหวัดต่าง ๆ มีหลายคนที่มักจะปักหมุดจุดไหว้พระไว้อย่างน้อยหนึ่งวัด เพื่อเป็นสิริมงคลในทริปนั้น ๆ แอดก็เป็นคนหนึ่งด้วยเหมือนกัน รอบนี้เราไปอ่างทอง-สิงห์บุรี สองเมืองเก่าที่จะหันซ้ายหรือหันขวาก็มีวัดวาอารามเต็มไปหมด แถมคำขวัญของทั้งสองจังหวัด ยังเชิญชวนให้ไปกราบพระนอนอีกด้วย . แอดเลยรวบรวม 7 วัดที่มีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ หรือพระนอนของทั้ง 2 จังหวัดนี้มาให้ดูกันว่ามีที่ไหนบ้าง จังหวัดอ่างทอง วัดราชปักษีวัดท้ายย่านวัดขุนอินทประมูลวัดป่าโมกวรวิหารวัดสุวรรณเสวริยาราม.จังหวัดสิงห์บุรี วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารวัดจำปาทอง จังหวัดอ่างทอง.วัดราชปักษี (วัดนก) .วัดนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ภายในวัด ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ที่สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปเก่าสมัยอยุธยา องค์พระเดิมนั้นชำรุดทรุดโทรมอย่างมาก แต่ในปัจจุบันได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่แล้ว นอกจากนี้ ยังมีพระพุทธรูปเก่าแก่กว่า 400 ปี “พระรอดวชิรโมลี” ที่สร้างสมัยพระเจ้าทรงธรรม ในราว พ.ศ. 2163 ประดิษฐานอยู่ที่วัดนี้ด้วย.เปิดทุกวันตั้งแต่ 07.00-18.00 น.ที่ตั้ง: ตําบลโพสะ อําาเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทองพิกัด https://goo.gl/maps/EZoRwXzXAwmaZagS9  วัดท้ายย่าน . วัดท้ายย่านเป็นวัดเก่าแก่ ภายในวิหารมีพระนอน หรือ “พระพุทธไสยาสน์ปุนญญาภา” ขนาดใหญ่ มีความยาว 18 วา 9 นิ้ว สูง 9 เมตร องค์พระห่อหุ้มด้วยผ้าไหมทอง สวยงามมาก.นอกจากนี้ ภายในวิหารยังมีรูปหล่อหลวงพ่อรอด อายุกว่า 100 ปี เป็นรูปหล่อโบราณลงรักดําทั้งองค์ เนื้อปูนเก่า และรูปหล่อหลวงพ่อลาภคู่กัน เป็นเนื้อปูนแต่มีรอยแตกอยู่บ้าง ซึ่งชาวอ่างทองให้ความเคารพเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเกจิดังอันดับต้น ๆ ของจังหวัด ซึ่งวัดท้ายย่านแห่งนี้มีเกจิดังและชื่อเป็นมงคลทั้ง 4 องค์คือ หลวงปู่รอด หลวงพ่อลาภ หลวงพ่อบุญ และหลวงพ่อทาน ประดิษฐานอยู่ในวิหารเพื่อให้ประชาชนได้สักการบูชา.นอกจากนี้ ในอำเภอเมืองอ่างทองยังมีวัดพระนอนอีกแห่งหนึ่งก็คือ วัดสุวรรณเสวริยาราม หากเพื่อน ๆ มีโอกาสได้เดินทางไปกราบไหว้พระนอนที่วัดแห่งนี้ อย่าลืมเอารูปมาฝากกันด้วยนะคะ .เปิดทุกวันตั้งแต่ 07.00-18.00 น.ที่ตั้ง: ตำบลศาลาแดง อําเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทองพิกัด https://goo.gl/maps/PcBx3LrZSfLpJteJ7 พระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ที่วัดขุนอินทประมูลมีนามว่า “พระศรีเมือง” เป็นพระพุทธไสยาสน์ที่มีขนาดใหญ่และยาวเป็นอันดับสองของไทย มีความยาวถึง 50 เมตร (25 วา) เดิมประดิษฐานอยู่ในวิหาร แต่ต่อมาวิหารโดนไฟไหม้หักพังไป เหลือเพียงองค์พระอยู่กลางแจ้งมาจนถึงทุกวันนี้.นอกจากนี้ ภายในวัดยังมีซากโบราณสถานวิหารหลวงพ่อขาว ที่เหลือเพียงฐาน ผนังบางส่วน และองค์พระพุทธรูป และในศาลาเอนกประสงค์ มีศาลรูปปั้นขุนอินทประมูลและโครงกระดูกมนุษย์นิรนาม ที่พบตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541.ปัจจุบัน วัดขุนอินทประมูล เป็นวัดที่ชาวอ่างทองรวมทั้งผู้คนต่างถิ่นให้ความเคารพศรัทธามากราบไหว้ ขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลกันเป็นจำนวนมาก เปิดทุกวันตั้งแต่ 07.00-18.00 น.ที่ตั้ง: ตำบลอินทประมูล อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทองพิกัด: https://goo.gl/maps/51WtbLXA67YNnWbq7 วัดป่าโมกวรวิหาร . พระพุทธไสยาสน์ วัดป่าโมก มีพุทธลักษณ์ที่งดงามมาก องค์พระเป็นปูนปั้นปิดทอง พระเศียรหนุนพระเขนยทรงกระบอก 3 ใบ มีความยาวประมาณ 24 เมตร เล่ากันว่า พระพุทธรูปองค์นี้ลอยน้ำมาและจมอยู่หน้าวัด ราษฎรได้บวงสรวงแล้วช่วยกันลากขึ้นมาประดิษฐานไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำ.ในพระราชพงศาวดาร กล่าวว่า ก่อนที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชจะยกทัพไปรบกับพระมหาอุปราช พระองค์ได้เสด็จฯ มาชุมนุมพลและถวายสักการบูชาพระพุทธรูปองค์นี้.เปิดทุกวันตั้งแต่ 07.00-18.00 น.ที่ตั้ง: ตำบลป่าโมก อําาเภอเมืองป่าโมก จังหวัดอ่างทองพิกัด https://goo.gl/maps/PxNY5XxyJnAg9x3u6  จังหวัดสิงห์บุรี วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร . พระนอนจักรสีห์เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสิงห์บุรี เป็นพระพุทธรูปปางไสยาส์ขนาดใหญ่ มีความยาว 47 เมตร 42 เซนติเมตร มีพุทธลักษณะตามแบบศิลปะสุโขทัยที่งดงามมากควรค่าแก่การไปชม.ด้านหน้าวิหารมีต้นสาละลังกาขนาดใหญ่อยู่หลายต้น ต้นสาละนี้เป็นต้นไม้สำคัญในพระพุทธศาสนา ชาวบ้านเชื่อว่าหากได้อธิษฐานและปรบมือใต้ต้นสาละแล้วดอกสาละร่วงลงมา คำอธิษฐานนั้นจะประสบผลตามที่หวังไว้.โทร. 036 520 251, 036 543 415เปิดทุกวันตั้งแต่ 06.00-17.00 น.ที่ตั้ง: ตำบลจักรสีห์ อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรีพิกัด: https://goo.gl/maps/PgV8KpyUoD7CK9Tx วัดจำปาทอง . ที่นี่เดิมเป็นวัดร้างชื่อ “วัดแม่ทอง” จนเมื่อมีพระธุดงค์รูปหนึ่งมาปักกลดจำพรรษา ก่อนจะเข้ามาบูรณะวัดขึ้นใหม่ และเปลี่ยนชื่อวัดเป็น “วัดจำปาทอง” เพื่อให้พ้องกับบ้านจำปาทองซึ่งเป็นชุมชนใกล้วัด.ภายในวัด ประดิษฐานพระนอนองค์ใหญ่ สีทองอร่าม สร้างขึ้นตามศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นที่เก็บรักษาเรือพระที่นั่งของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งเสด็จประพาสล่องแม่น้ำน้อย ลักษณะเป็นเรือมาดเก๋ง ประเภทเรือแจว ชื่อว่า “เรือจำปาทองสิงห์บุรี”.โทร. 036 595 433เปิดทุกวันตั้งแต่ 08.00-16.30 น.ที่ตั้ง: ตำบลโพประจักษ์ อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรีพิกัด: https://goo.gl/maps/1CE5VzdYCoJQ7kpJ9 

เยือนวัดเก่า ไหว้พระนอน อ่านเพิ่มเติม

ช่างทำกลองระดับโลก หมู่บ้านกลองเอกราช อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง

เพื่อน ๆ ที่เป็นสายดนตรี ต้องรู้จักและเข้าใจความสำคัญของกลองแน่ ๆ ว่า กลองนั้นเป็นผู้คุมจังหวะ ทำให้เครื่องดนตรีทั้งวงผสมผสานกันได้อย่างไพเราะ เสียงและคุณภาพของกลองจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก วันนี้แอดจะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักแหล่งผลิตกลองที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ว่ากันว่ากลองจากวงดนตรีเกินครึ่งประเทศก็ถือกำเนิดที่นี่.หมู่บ้านกลองเอกราช จ.อ่างทอง เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงในการผลิตกลอง ทั้งกลองสั้นและกลองยาว เช่น ตะโพน กลองทัด กลองโทน รำมะนา กลองรำวง กลองเพล รวมถึงกลองของเล่นเด็กและของที่ระลึก โดยกลองของที่นี่ ทำจากไม้ฉำฉาเพราะเป็นไม้เนื้ออ่อนที่สามารถขุดเนื้อไม้ได้ง่าย เพื่อน ๆ สามารถชมกรรมวิธีการทำกลองตั้งแต่เริ่มกลึงท่อนไม้ ไปจนถึงการฝังหมุด และการขึงหนังวัวทำหน้ากลอง หากผ่านหน้าบ้านกำนันหงษ์ฟ้า จะได้เห็นกลองที่ยาวที่สุดในโลกตั้งอยู่ หน้ากลองกว้าง 36 นิ้ว 92 เซ็นติเมตร ยาว 7.6 เมตร ทำจากไม้ก้ามปูต่อกันถึง 6 ท่อน.กว่า 40 ครัวเรือนของหมู่บ้านล้วนเป็นช่างทำกลองผู้เชี่ยวชาญ เพราะสำหรับหมู่บ้านทำกลองเอกราช กลองคือวิถีชีวิต และมรดกทางภูมิปัญญาที่ตกทอดมาแต่บรรพบุรุษ ที่นี่จึงเหมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิต ที่ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้เรื่องราว วิธีการทำกลอง ตลอดจนความรู้เกี่ยวกับพิธีกรรมและประเพณีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกลองได้อย่างเพลิดเพลิน.ไม่เพียงกลองสัญชาติไทยเท่านั้น แม้แต่กลองนานาชาติ ช่างกลองที่นี่ก็สามารถทำขึ้นมาได้อย่างประณีต และมีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นกลองไทโกะ (ประเทศญี่ปุ่น) , กลองจังโกชุม (ประเทศเกาหลี) , กลองเซมเบ้ (กลองของประเทศแอฟริกา) ฯลฯ สามารถส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ.ที่ตั้ง : 63/4 หมู่ที่6 ตำบล เอกราช อำเภอ ป่าโมก จังหวัด อ่างทอง 14130 โทร. 0 3566 1508, 08 9090 4013, 0 3566 1875 เปิดบริการทุกวันเวลา 08.30-17.30 น. (ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)

ช่างทำกลองระดับโลก หมู่บ้านกลองเอกราช อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง อ่านเพิ่มเติม

สุขใจใกล้กรุง เที่ยวอ่างทอง-สิงห์บุรี 2 วัน 1 คืน

ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวใกล้กรุง แอดอยากชวนให้ไปเที่ยวจังหวัดอ่างทองและสิงห์บุรี เพราะเดินทางง่าย ขับรถประมาณ 2 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ ก็ถึงแล้ว . หลายคนอาจคิดว่าสองจังหวัดนี้มีแต่วัดให้เที่ยว แอดไม่เถียงค่ะ ก็มีวัดเยอะจริง ๆ ด้วย แต่วัดของอ่างทองและสิงห์บุรีเป็นวัดที่สวยงามน่าเที่ยว และยังเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาชนิดที่ใคร ๆ ต่างก็เดินทางไปขอพรกันนะคะ แต่ทริปนี้เราไม่ได้เที่ยวแต่วัดแน่นอน เพราะแอดมีตลาดย้อนยุคเก๋ ๆ กับคาเฟ่น่ารัก ๆ มาเอาใจสายกินกันด้วย #TravelLikeaLocal อ่างทอง1. บ้านหุ่นเหล็ก2. พิพิธภัณฑ์ตำนานเมืองอ่างทอง3. วัดม่วง4. ตลาดศาลเจ้าโรงทอง5. อินทร์โตฟาร์ม สิงห์บุรี6. Inkit Cafe Analog7. อุทยานวีรชนค่ายบางระจัน8. ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน9. วัดพิกุลทอง วันที่ 1.บ้านหุ่นเหล็ก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของ คุณไพโรจน์ ถนอมวงษ์ ที่นำเศษเหล็กและอะไหล่รถยนต์เก่า ๆ มาประดิษฐ์เป็นประติมากรรมหุ่นยนต์หลายแบบจนโด่งดังไปไกลถึงต่างประเทศ เมื่อเข้าไปด้านในบ้านหุ่นเหล็กจะพบกับอาณาจักรหุ่นยนต์และสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ไม่ว่าเป็น หุ่นยนต์ซุปเปอร์ฮีโร่จากภาพยนตร์ดังอย่าง ไอรอนแมน ฮัลค์ สไปเดอร์แมน หุ่นทรานส์ฟอเมอร์ส กันดั้ม และยังมีหุ่นสัตว์ประหลาด รถยนต์ รถมอเตอร์ไซด์ ยานอวกาศ สัตว์ รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ เป็นความคิดและฝีมือการประดิษฐ์ที่น่าทึ่งมาก ๆ.ที่ตั้ง: 41/2 หมู่ 6 ตำบลตลาดกรวด อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทองพิกัด: https://goo.gl/maps/hhvXzsxyqLwcNJ9p9 เปิดทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น.โทร. 08 1339 3345 พิพิธภัณฑ์ตำนานเมืองอ่างทอง ถ้าอยากรู้จักอ่างทองให้มากขึ้น แอดขอแนะนำพิพิธภัณฑ์ตำนานเมืองอ่างทองค่ะ เป็นทางลัดที่จะทำความรู้จักได้ในเวลาแสนสั้น พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ ตำนานในแง่มุมต่าง ๆ ประวัติบุคคลสำคัญของจังหวัด ศิลปวัฒนธรรม เทศกาลงานประเพณี และอาหารการกินของเมืองอ่างทอง. ที่ตั้ง: ถ.อยุธยา-อ่างทอง ต.บางแก้ว อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทองพิกัด: https://goo.gl/maps/95YP6oU2TyQV4GP86เปิดวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น.โทร. 0 3561 1484 จากอำเภอเมืองอ่างทอง เราไปเที่ยวต่อกันที่อำเภอวิเศษชัยชาญ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที.วัดม่วง เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ นามว่า พระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อใหญ่ ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตามความเชื่อ ถ้าใครอยากประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ให้มาขอพรและสัมผัสที่ปลายพระหัตถ์หลวงพ่อใหญ่ สักการะหลวงพ่อใหญ่แล้ว อย่าลืมชมความสวยงามส่วนอื่น ๆ ของวัด เช่น อุโบสถที่ล้อมรอบไปด้วยกลีบดอกบัวปูนปั้นขนาดยักษ์ วิหารแก้วที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อเงิน” พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่สร้างด้วยเนื้อเงินแท้ และสวนรูปปั้นที่จำลองภาพของนรกภูมิ เป็นต้น.ที่ตั้ง: ต.หัวตะพาน อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทองพิกัด: https://goo.gl/maps/U2zrBfGxTG7DqQJK7 ไปหาของกินอร่อย ๆ กันดีกว่า มาถึงอำเภอวิเศษชัยชาญทั้งที ต้องไปเดินตลาดเก่าวิเศษชัยชาญ หรือที่เรียกกันติดปากว่า ตลาดศาลเจ้าโรงทอง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน้อย ที่นี่เป็นชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีน ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี ตลาดแห่งนี้เป็นแหล่งรวมอาหารคาวหวานที่สายกินต้องถูกใจอย่างแน่นอน.แอดขอพาไปชิมขนมไทยกันก่อน ที่นี่มีร้านขายขนมเยอะมาก เมื่อมาถึงตลาดนี้ ต้องมาชิมขนมเกสรลำเจียก ขนมขึ้นชื่อของจังหวัดอ่างทอง นอกจากนี้ยังมีขนมบ้าบิ่น ขนมลูกเต๋า ขนมไข่ปลาโบราณ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง และอีกสารพัดขนมที่แอดบรรยายได้ไม่หมด อยากให้เพื่อน ๆ ไปชิมด้วยตัวเองจะดีกว่า.ทางฝั่งของอาหารคาวก็ไม่น้อยหน้า มีร้านอาหารที่ต้องห้ามพลาดคือ ร้านป้าแสง ก๋วยเตี๋ยวโต๊ะเดียว เป็นร้านบะหมี่เกี๊ยวหมูแดงรสเด็ด ที่คนต่อแถวยาวววว และด้วยความที่ทั้งร้านมีโต๊ะเพียงโต๊ะเดียว ดังนั้นถ้าใครอยากลิ้มรสความอร่อย ต้องอดใจรอกันหน่อยนะคะ.ที่ตั้ง: ซ.วัดนางใน ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทองพิกัด: https://goo.gl/maps/YP8oeGvao3FGdaUQ6เปิดทุกวัน เวลา 04.00-16.00 น. เราเดินหน้าตามหาของกินกันต่อที่ อินทร์โตฟาร์ม ฟาร์มเมล่อนบรรยากาศสุดชิล มีแปลงเมล่อนญี่ปุ่นหลายสายพันธุ์กว่า 40 โรงเรือน มีสวนดอกไม้น่ารัก ๆ ให้ถ่ายรูป.ที่ตั้ง: 5/9 หมู่ 1ต.ศรีพราน อ.แสวงหา จ.อ่างทอง พิกัด:  https://goo.gl/maps/HjhgUJ9DDQh4p5ZG7เปิดทุกวัน เวลา 09.00-17.30 น.โทร. 08 2649 7929 นอกจากบรรยากาศจะดีแล้ว อาหารก็อร่อยไม่แพ้กัน เกือบทุกเมนูจะมีเมล่อนเป็นส่วนประกอบ เช่น เค้กเมล่อน บิงซูเมล่อน ไอศกรีมเมล่อน สลัดกุ้งทอดเมล่อน และยำเมล่อน เป็นต้นขอบอกเลยว่าเมล่อนของที่นี่หอมหวานจนต้องหิ้วกลับบ้านไปทานต่อ สัก 2-3 ลูกเลยค่ะ.ขอบคุณรูปภาพจาก ร้านอินทร์โตฟาร์ม หลังจากเที่ยวจังหวัดอ่างทองกันอย่างสนุกสนานแล้ว ก่อนจะไปเที่ยวต่อที่จังหวัดติด ๆ กันอย่างสิงห์บุรี เราจะมานอนพักค้างคืนกันก่อนที่ตัวเมืองสิงห์บุรี เพราะมีที่พักให้เลือกหลากหลาย ใช้เวลาเดินทางจากจังหวัดอ่างทองประมาณ 30 นาทีค่ะ วันที่ 2 สวัสดีวันที่ 2 ที่สิงห์บุรีค่ะ กินอาหารเช้าแล้วก็ขอเอาใจคอกาแฟกันสักหน่อยด้วยการพาไปที่ร้าน Inkit Café Analog ร้านกาแฟเล็ก ๆ สไตล์วินเทจที่พิถีพิถันในการชงกาแฟ เมื่อเข้าไปในร้านเราจะได้กลิ่นหอมอบอวลของกาแฟ พร้อมเสียงเพลงย้อนยุคที่คลอเบา ๆ ทางร้านใช้กาแฟสายพันธุ์ไทยเป็นหลัก และมีหลายชนิดให้เลือก แถมเจ้าของร้านคั่วเองกับมือ เพื่อน ๆ อยากดื่มกาแฟดริป กาแฟ cold brew กาแฟคั่วอ่อน หรือคั่วกลาง ที่นี่มีให้ชิมแน่นอน.ที่ตั้ง: 255/7 ถ.ธรรมโชติ ต.บางพุทรา อ.เมืองสิงห์บุรี จ.สิงห์บุรีพิกัด: https://goo.gl/maps/Rt5r3horpNGEb3DQ9เปิดทุกวัน เวลา 10.00-16.00 น.โทร. 08 9459 4009.ขอบคุณรูปภาพจาก ร้าน Inkit Café Analog พูดถึงจังหวัดสิงห์บุรี เราก็นึกถึงชาวบ้านบางระจันขึ้นมาทันที ในอดีต

สุขใจใกล้กรุง เที่ยวอ่างทอง-สิงห์บุรี 2 วัน 1 คืน อ่านเพิ่มเติม

“มะขามคาเฟ่”

รถรางชมเมืองจะให้บริการเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สามารถรอขึ้นได้ที่บริเวณหน้าวัดประตูป่องเท่านั้น ไม่มีแวะรับนักท่องเที่ยวระหว่างทางนะคะ  พิกัดวัดประตูป่อง https://goo.gl/maps/WSJLUHn91gq.เส้นทางรถรางเริ่มที่วัดประตูป่อง และจะจอดตามจุดต่างๆ ดังนี้– วัดปงสนุกเหนือ– ถนนสายวัฒนธรรม– สถานปฏิบัติธรรมหลวงพ่อเกษม เขมโก– วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม– บ้านเสานัก– บ้านหลุยส์ ที เลียวโนเวนส์– วัดประตูป่อง.หากเพื่อนๆ เดินทางไปกันหลายคน และอยากเหมารถรางเที่ยวชมเมืองก็สามารถทำได้ แต่ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้านะคะ โทร. 081 950 9098 (คุณลุงประทีป) สถานที่แรกที่รถรางจะพาเราไปก็คือ “วัดปงสนุกเหนือ” ค่ะ ระหว่างทางจะมีเจ้าหน้าที่คอยบรรยายให้ความรู้และตอบคำถามนักท่องเที่ยวด้วยค่ะ .วัดปงสนุกเหนือเป็นวัดสำคัญที่อยู่คู่เมืองลำปางมาช้านาน ภายในวัดเป็นแหล่งรวบรวมสิ่งสำคัญหลายอย่างที่มีคุณค่าทางด้านศิลปวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมค่ะ ไม่ว่าจะเป็น พระพุทธรูปไม้ เสาหงส์ ซุ้มประตูโขง และอื่นๆ อีกมากมาย จากนั้นรถรางก็จะพาเราไปยัง “ถนนสายวัฒนธรรม” ระหว่างทางเพื่อนๆ จะได้เห็นบ้านเรือนเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 100 ปี และยังจะได้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในชุมชนท่ามะโออีกด้วยค่ะ.ซึ่งผู้บรรยายก็จะบรรยายไปเรื่อยๆ จนไปถึงร้านค้าชุมชน ที่นั่นมีสินค้าชุมชนให้เราได้เลือกซื้อกันหลายอย่างเลยค่ะ ไปต่อกันที่ “สถานปฏิบัติธรรมหลวงพ่อเกษม เขมโก” ซึ่งหลวงพ่อเกษม เขมโก เป็นพระเกจิอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐานที่ชาวลำปางและผู้คนทั่วไปให้ความเคารพเลื่อมใสเป็นอย่างมาก .ภายในมีรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งของหลวงพ่อเกษม ที่สร้างขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้สักการะอีกด้วยค่ะ สถานที่ถัดมาก็คือ “วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม” หลายๆ คนคงจะคุ้นชื่อ เพราะเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองลำปาง .เป็นวัดที่เคยประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต เป็นเวลานานถึง 575 ปี ภายในวัดสิ่งที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พระบรมธาตุดอนเต้า วิหารพระเจ้าทองทิพย์ มณฑปศิลปะพม่า และวิหารพระพุทธไสยาสน์ .หากมีโอกาสมาเที่ยวลำปาง ต้องห้ามพลาดวัดนี้เลยนะคะ ออกจากวัดพระแก้วดอนเต้าแล้ว เรามุ่งหน้าไปชม “บ้านเสานัก” บ้านไม้สักโบราณอายุกว่า 100 ปี คำว่า “เสานัก” นั้นหมายถึง มีเสาจำนวนมาก เนื่องจากที่นี่มีเสาถึง 116 ต้นนั่นเอง .บ้านหลังนี้สร้างโดยหม่องจันโอง (ชาวพม่า) และคุณมุกต์ (ต้นตระกูลจันทรวิโรจน์) การก่อสร้างจึงมีลักษณะแบบพม่าผสมล้านนา และเนื่องจากมีเสาไม้สักจำนวนมาก จึงทำให้บ้านตั้งอยู่อย่างคงทนและถาวรมาจนทุกวันนี้ บ้านเสานักเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 10.00 – 17.00 น. ค่าบำรุงสถานที่คนละ 50 บาท มีเครื่องดื่มสมุนไพรพร้อมขนมมาให้ด้วย อร่อยกรุบกริบ^^ ภายในบ้านจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ด้านศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดลำปาง มีข้าวของเครื่องใช้โบราณ เฟอร์นิเจอร์สมัยก่อน และรูปภาพเก่าๆ ให้ชมด้วย รถรางพาเรามาต่อกันที่ “บ้านหลุยส์ ที เลียวโนเวนส์” คฤหาสน์อายุกว่า 112 ปี ของนายห้างค้าไม้ชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นลูกชายของแหม่มแอนนา เลียวโนเวนส์ ครูสอนภาษาอังกฤษในราชสำนักรัชกาลที่ 4 นั่นเอง.เรือนหลังนี้เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น หลังคาทรงปั้นหยา ด้านหน้ามีมุขแปดเหลี่ยม ตีเกล็ดไม้โปร่งพร้อมบานหน้าต่างโดยรอบเพื่อระบายอากาศ ด้านล่างมีซุ้มประตูโค้งแบบฝรั่ง .ถ้าย้อนกลับไปในสมัยก่อน จะต้องสวยงามมากแน่ๆ เลยค่ะ มาถึงสถานที่สุดท้ายกันแล้ว รถรางจะพาเรากลับมาที่ “วัดประตูป่อง” และเจ้าหน้าที่จะพาเราเข้าไปชมภายในวัดค่ะ วัดประตูป่องได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในปี 2523 .ภายในมีวิหารสถาปัตยกรรมแบบล้านนา ที่หน้าแหนบหรือหน้าบันทำจากไม้สลักลวดลายปิดทองประดับกระจก ถัดลงมาด้านล่างมีโก่งคิ้วหรือสาหร่ายรวงผึ้ง แกะสลักเป็นลายไส้หมูที่เป็นเอกลักษณ์ของลำปางและพะเยา เข้ามากราบสักการะพระประธานภายในวิหารเพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมชมสัตตภัณฑ์และธรรมาสน์ที่งดงาม ภายในวิหารยังมีจิตรกรรมฝาผนังเป็นเรื่องราวประเพณี 12 เดือนของชาวเหนือ ถึงแม้จะเป็นฝีมือจิตรกรร่วมสมัยแต่ก็สวยงามมากๆ เลยค่ะ ลืมบอกไปว่า รถรางชุมชนท่ามะโอ เค้ามีพัดและร่มไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วยนะ ใส่ใจกันขนาดนี้ เอาใจแอดไปเลย คราวนี้จะร้อนจะแดดมากแค่ไหนก็ไหวแน่นอน 

“มะขามคาเฟ่” อ่านเพิ่มเติม

ป่าโมก

“เที่ยวหลากหลายที่จังหวัดอ่างทอง” มีหลายจังหวัดที่คนส่วนใหญ่มองว่าเป็นเพียงจังหวัดผ่านทาง โดยไม่รู้ว่าทุกที่มีอะไรน่าสนใจมากมายกว่าที่คิด โดยเฉพาะการเข้าไปเที่ยวและมีผู้รู้ในท้องถิ่น บอกเล่าเรื่องราวของสถานที่นั้น ๆ ทำให้การท่องเที่ยวแต่ละครั้งคุ้มค่าและประทับใจ จดจำ เช่นที่จังหวัดอ่างทอง ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายที่น่าสนใจ และไม่ควรพลาดสามารถเที่ยวกันแบบสบาย ๆ ไม่วุ่นวายเร่งร้อน จะนำไปรู้จักอำเภอป่าโมก ซึ่งเป็น สถานที่ผลิตตุ๊กตาชาววังด้วยฝีมือชาวท้องถิ่นของอำเภอนี้ …เที่ยวอำเภอป่าโมก ที่บ้านบางเสด็จ เดิมชื่อบ้านวัดตาล และมีการเปลี่ยนชื่อตำบลจากการที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาที่ตำบลนี้ …เริ่มต้นการเที่ยวกันที่ วัดท่าสุทธาวาส ตำบลบ้านบางเสด็จ อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นวัดสมัยอยุธยา และบริเวณนี้เป็นเส้นทางเดินทัพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จึงมีพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระองค์ และสมเด็จพระเอกาทศรถพระอนุชา มีพลับพลาที่ประทับกลางสระน้ำ พระเจดีย์ประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณ และจัดแสดงโบราณวัตถุ นอกจากนี้ พระอุโบสถ มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์โปรดเกล้าฯ ให้จิตรกรส่วนพระองค์และนักเรียนในโครงการศิลปาชีพเขียนขึ้นเป็นเรื่องพระมหาชนก รวมทั้งมีภาพฝีพระหัตถ์ของพระองค์ทรงวาดภาพผลมะม่วงไว้ด้วย …เที่ยวอำเภอป่าโมก ที่บ้านบางเสด็จ เดิมชื่อบ้านวัดตาล และมีการเปลี่ยนชื่อตำบลจากการที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาที่ตำบลนี้ …เริ่มต้นการเที่ยวกันที่ วัดท่าสุทธาวาส ตำบลบ้านบางเสด็จ อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นวัดสมัยอยุธยา และบริเวณนี้เป็นเส้นทางเดินทัพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จึงมีพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระองค์ และสมเด็จพระเอกาทศรถพระอนุชา มีพลับพลาที่ประทับกลางสระน้ำ พระเจดีย์ประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณ และจัดแสดงโบราณวัตถุ นอกจากนี้ พระอุโบสถ มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์โปรดเกล้าฯ ให้จิตรกรส่วนพระองค์และนักเรียนในโครงการศิลปาชีพเขียนขึ้นเป็นเรื่องพระมหาชนก รวมทั้งมีภาพฝีพระหัตถ์ของพระองค์ทรงวาดภาพผลมะม่วงไว้ด้วย …เที่ยวอำเภอป่าโมก ที่บ้านบางเสด็จ เดิมชื่อบ้านวัดตาล และมีการเปลี่ยนชื่อตำบลจากการที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาที่ตำบลนี้ …เริ่มต้นการเที่ยวกันที่ วัดท่าสุทธาวาส ตำบลบ้านบางเสด็จ อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นวัดสมัยอยุธยา และบริเวณนี้เป็นเส้นทางเดินทัพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จึงมีพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระองค์ และสมเด็จพระเอกาทศรถพระอนุชา มีพลับพลาที่ประทับกลางสระน้ำ พระเจดีย์ประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณ และจัดแสดงโบราณวัตถุ นอกจากนี้ พระอุโบสถ มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์โปรดเกล้าฯ ให้จิตรกรส่วนพระองค์และนักเรียนในโครงการศิลปาชีพเขียนขึ้นเป็นเรื่องพระมหาชนก รวมทั้งมีภาพฝีพระหัตถ์ของพระองค์ทรงวาดภาพผลมะม่วงไว้ด้วย “ตุ๊กตาชาววังบางเสด็จ”…เดิมการปั้นตุ๊กตาชาววังเกิดขึ้นช่วงปลายสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ โดยกลุ่มข้าหลวงชาววังปั้นตุ๊กตาเล่นกัน เมื่อข้าหลวงบางรายออกจากวังมามีครอบครัว จึงริเริ่มทำขาย…ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ อยู่ด้านหลังวัดท่าสุทธาวาส ตำบลบ้านบางเสด็จ ศูนย์แห่งนี้เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานความช่วยเหลือราษฎรที่ประสบอุทกภัย เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๘ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์นี้ขึ้นเพื่อให้เป็นรายได้เสริมแก่ชาวบ้านในถิ่นนี้ ศูนย์ตุ๊กตาชาววังฯ อยู่ในอาคารไม้ทรงไทยสวยงาม ขื่อ คุ้มสุวรรณภูมิ ภายในจัดแสดงนิทรรศการและสาธิตการปั้นตุ๊กตาชาววังจากดินเหนียว เป็นแหล่งเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ ตุ๊กตาชาววังเหล่านี้ถูกปั้นในลักษณะราวบอกเล่าถึงวิถีวัฒนธรรมประเพณีไทย มีสีสันสดใส เช่น การละเล่นของเด็กไทย วงมโหรีปี่พาทย์ สุภาษิตคำพังเพย จำหน่ายในราคาย่อมเยา ตุ๊กตาชาววังที่นี่เป็นสินค้า OTOP ของจังหวัดอ่างทอง และเป็นงานศิลปหัตถกรรมที่ส่งขายทั่วโลก …ศูนย์ตุ๊กตาชาววังฯ เปิดทุกวัน เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. นอกจากภายในศูนย์ สามารถเดินเที่ยวชมการปั้นตุ๊กตาได้ที่บ้านชาวบ้านบริเวณใกล้เคียง “ตุ๊กตาชาววังบางเสด็จ”…เดิมการปั้นตุ๊กตาชาววังเกิดขึ้นช่วงปลายสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ โดยกลุ่มข้าหลวงชาววังปั้นตุ๊กตาเล่นกัน เมื่อข้าหลวงบางรายออกจากวังมามีครอบครัว จึงริเริ่มทำขาย…ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ อยู่ด้านหลังวัดท่าสุทธาวาส ตำบลบ้านบางเสด็จ ศูนย์แห่งนี้เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานความช่วยเหลือราษฎรที่ประสบอุทกภัย เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๘ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์นี้ขึ้นเพื่อให้เป็นรายได้เสริมแก่ชาวบ้านในถิ่นนี้ ศูนย์ตุ๊กตาชาววังฯ อยู่ในอาคารไม้ทรงไทยสวยงาม ขื่อ คุ้มสุวรรณภูมิ ภายในจัดแสดงนิทรรศการและสาธิตการปั้นตุ๊กตาชาววังจากดินเหนียว เป็นแหล่งเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ ตุ๊กตาชาววังเหล่านี้ถูกปั้นในลักษณะราวบอกเล่าถึงวิถีวัฒนธรรมประเพณีไทย มีสีสันสดใส เช่น การละเล่นของเด็กไทย วงมโหรีปี่พาทย์ สุภาษิตคำพังเพย จำหน่ายในราคาย่อมเยา ตุ๊กตาชาววังที่นี่เป็นสินค้า OTOP ของจังหวัดอ่างทอง และเป็นงานศิลปหัตถกรรมที่ส่งขายทั่วโลก …ศูนย์ตุ๊กตาชาววังฯ เปิดทุกวัน เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. นอกจากภายในศูนย์ สามารถเดินเที่ยวชมการปั้นตุ๊กตาได้ที่บ้านชาวบ้านบริเวณใกล้เคียง

ป่าโมก อ่านเพิ่มเติม

สุขกลางใจใกล้แค่เอื้อมที่ ป่าโมก จังหวัดอ่างทอง

สุขกลางใจใกล้แค่เอื้อมที่ ป่าโมก จังหวัดอ่างทอง  จังหวัดอ่างทอง เพียงอำเภอป่าโมกที่เดียวมีสถานที่ท่องเที่ยวให้ได้สัมผัส ที่ไม่ควรพลาด โดยเฉพาะแหล่งผลิตงานหัตถกรรมคุณภาพหลายรูปแบบ สักการะพระพุทธไสยาสน์ วัดป่าโมกวรวิหาร อำเภอป่าโมก ก่อนไปเที่ยวและเลือกซื้องานหัตถกรรมขึ้นชื่อของอำเภอป่าโมก ควรมาสักการะพระพุทธไสยาสน์ วัดป่าโมกวรวิหาร ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เทศบาลเมืองป่าโมก อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง พระปางไสยาสน์พุทธลักษณะงดงามศิลปะสมัยสุโขทัย มีเรื่องกล่าวขานจากในอดีตว่ามีเสียงพูดจากพระอุระ (อก) ของพระพุทธรูป โดยพระสงฆ์และชาวบ้านป่าโมกได้นำหนังสือเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ และพระองค์ทรงบันทึกไว้ในจดหมายเหตุประพาสต้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล่าขาน ตำนาน หรือนิทานของแต่ละสถานที่ ย่อมสร้างสีสันจินตนาการเติมแต่งให้ทั้งความรู้และความสนุกสนานในการไปท่องเที่ยวยิ่งขึ้น บริเวณลานริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา วัดป่าโมกวรวิหาร มีพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเอกาทศรถ ซึ่งจังหวัดอ่างทองสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และมีการจัดพิธีถวายราชสักการะในวันกองทัพไทย ช่วงวันที่ ๑๘ มกราคมของทุกปี พระพุทธไสยาสน์ วัดป่าโมกวรวิหาร ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เทศบาลเมืองป่าโมก อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง พระพุทธไสยาสน์ วัดป่าโมกวรวิหาร ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เทศบาลเมืองป่าโมก อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ชมและซื้องานหัตถกรรม อำเภอป่าโมก  หมู่บ้านทำกลอง อยู่ด้านหลังตลาดป่าโมก ตำบลเอกราช ตลอดถนนสายในผ่านหน้าที่ทำการเทศบาลอำเภอป่าโมกขนานกับลำคลอง เป็นร้านขายกลองเป็นระยะเมื่อมาเดินถนนสายนี้สามารถชมขั้นตอนการทำกลองชนิดต่าง ๆ จะเห็นกลองหลากสีสัน ตั้งแต่กลองขนาดใหญ่ถึงกลองขนาดเล็ก ๆ ซึ่งซื้อเป็นของที่ระลึกได้ ที่นี่เป็นแหล่งทำกลองที่ขึ้นชื่อว่ามีคุณภาพดีที่สุดในประเทศไทย แม้แต่ต่างประเทศสั่งซื้อกลองจากหมู่บ้านทำกลองแห่งนี้ หมู่บ้านทำกลอง อยู่ด้านหลังตลาดป่าโมก ตำบลเอกราช ตลอดถนนสายในผ่านหน้าที่ทำการเทศบาลอำเภอป่าโมกขนานกับลำคลอง เป็นร้านขายกลองเป็นระยะเมื่อมาเดินถนนสายนี้สามารถชมขั้นตอนการทำกลองชนิดต่าง ๆ จะเห็นกลองหลากสีสัน ตั้งแต่กลองขนาดใหญ่ถึงกลองขนาดเล็ก ๆ ซึ่งซื้อเป็นของที่ระลึกได้ ที่นี่เป็นแหล่งทำกลองที่ขึ้นชื่อว่ามีคุณภาพดีที่สุดในประเทศไทย แม้แต่ต่างประเทศสั่งซื้อกลองจากหมู่บ้านทำกลองแห่งนี้ บ้านทรงไทย ตำบลบางเสด็จ ที่นี่เป็นแหล่งสร้างบ้านทรงไทย และทำส่วนประกอบของบ้านทรงไทยแบบต่าง ๆ ที่สวยงามมีเอกลักษณ์ โดยสืบทอดฝีมือช่างกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ นอกจากนี้ มีบ้านทรงไทยจำลองและสินค้าเฟอร์นิเจอร์ทำจากไม้ตาลประเภทต่าง ๆ ซึ่งจำหน่าย ตามเส้นทางสายอยุธยา-ป่าโมก และตำบลโพละ

สุขกลางใจใกล้แค่เอื้อมที่ ป่าโมก จังหวัดอ่างทอง อ่านเพิ่มเติม

Scroll to Top