บุรีรัมย์ ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยปราสาทหินที่งดงามแห่งหนึ่งในดินแดนอีสานใต้ ทั้งยังเป็นจังหวัดที่มีภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้วหลายลูก ซึ่งแต่ละจุดกลายเป็นแหล่งก่อกำเนิดอารยธรรม ประวัติศาสตร์ และสร้างเอกลักษณ์ให้กับชุมชนอย่างน่าประทับใจ
วันนี้ แอดมีเส้นทางท่องเที่ยวบุรีรัมย์ 2 วัน 1 คืน ที่จะพาเพื่อน ๆ ไปสนุกกับกิจกรรมภายในชุมชน และเยี่ยมชมปราสาทหินอันเก่าแก่กัน
- วันที่ 1
- 1 ชมปราสาทหินเลื่องชื่อที่อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
- 2 ชมปราสาทขอมแบบบาปวนที่ปราสาทหินเมืองต่ำ
- 3 รับประทานอาหารท้องถิ่น พร้อมสนุกกับการย้อมผ้าภูอัคนีที่ชุมชนบ้านเจริญสุข
- 4 ชมวัดสีแดงอิฐที่วัดเขาอังคาร
- วันที่ 2
- 5 ถ่ายรูปเช็คอินที่เสาหินบะซอลต์ ภูเขาไฟบุรีรัมย์
- 6 ชมปากปล่องภูเขาไฟที่วนอุทยานเขากระโดง
- การเดินทาง
- นอกจากรถยนต์ส่วนตัวแล้ว ยังสามารถเดินทางด้วยวิธีต่าง ๆ ดังนี้
- รถโดยสารประจำทาง ขึ้นได้ที่สถานีหมอชิต
- บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร. 1490
- บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด โทร. 1624
- บริษัท กิจการทัวร์ จำกัด โทร. 02 976 3806
- หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดบุรีรัมย์ โทร. 044 612 534
- รถไฟ
- จากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ มีบริการรถไฟ สายกรุงเทพฯ-สุรินทร์ และ กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ซึ่งจะผ่านและจอดที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ทุกขบวน
- สอบถามข้อมูลได้ที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690 สถานีรถไฟบุรีรัมย์ โทร. 044 661 202 หรือ www.railway.co.th
- เครื่องบิน
- สายการบินนกแอร์ ไป-กลับวันละ 2 เที่ยวบิน
- สอบถามโทร. 1318 หรือจองออนไลน์ https://www.nokair.com/
- สายการบินแอร์เอเชีย ไป-กลับ วันละ 1 เที่ยวบิน
- สอบถามหรือจองออนไลน์ https://www.airasia.com/th/th
วันที่ 1
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
เริ่มต้นทริปกันที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ แอดจะพาเพื่อน ๆ ไปชมความรุ่งเรืองแห่งอารยธรรมในอดีต ที่ “อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง” หรือที่เราเรียกกันสั้น ๆ ว่า ปราสาทหินพนมรุ้ง หรือ เขาพนมรุ้งนั่นเอง
ปราสาทหินพนมรุ้ง เป็นโบราณสถานเก่าแก่และมีความสำคัญมากแห่งหนึ่งของไทย ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้ง ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว มีรูปแบบเป็นศิลปะเขมรโบราณที่แผ่อิทธิพลเข้ามามากในแถบภาคอีสานใต้
“พนมรุ้ง” หรือ “วนํรุง” เป็นภาษาเขมร แปลว่า “ภูเขาอันกว้างใหญ่” โดยคำนี้ปรากฏอยู่ในศิลาจารึกอักษรขอมที่พบที่ปราสาทหินพนมรุ้ง และยังปรากฏชื่อผู้สร้างปราสาท คือ “นเรนทราทิตย์” เชื้อสายราชวงศ์มหิธรปุระ ผู้เกี่ยวข้องเป็นพระญาติกับพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ผู้สร้างปราสาทนครวัด
ด้วยพื้นที่อันกว้างขวาง มีปราสาทประธาน ซึ่งเป็นศูนย์กลางศาสนสถาน ภายในเรือนธาตุมีห้องต่าง ๆ ที่ประดิษฐานเทวรูปตามคติความเชื่อของฮินดู นอกจากนี้ยังมีอาคารต่าง ๆ พลับพลา บรรณาลัย ทางเดินเสานางเรียง สะพานนาคราช ซุ้มประตู ระเบียงชั้นใน และปรางค์น้อย
นอกจากความงามของโบราณสถานแห่งนี้แล้ว ยังมีภาพจำหลักประดับตามส่วนต่าง ๆ ของปราสาทประธาน เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเทพเจ้าในศาสนาฮินดู ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือ “ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์” โดยฝีมือช่างชั้นสูง มีลวดลายที่ละเอียดและงดงามตามแบบศิลปะขอม
ปราสาทหินพนมรุ้ง มีทางเข้าทั้งหมด 3 ทาง โดยทางเข้าที่ 1 และ 2 เป็นทางเข้าด้านหน้าซึ่งจะต้องเดินขึ้นเขาตามทางบันได ใช้เวลาเดินราว ๆ ครึ่งชั่วโมงไปถึงตัวปราสาท มีความสูงชัน เพื่อน ๆ สามารถเพลิดเพลินกับธรรมชาติและบรรยากาศรอบ ๆ ได้ หรือถ้าอยากเดินน้อย ๆ ก็สามารถขับรถขึ้นเขาไป แล้วใช้ทางเข้าที่ 3 ลานจอดรถจะอยู่ใกล้ ๆ กับปราสาทเลย
อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 20 บาท ต่างชาติ 100 บาท หากไปชมปราสาทหินเมืองต่ำด้วย สามารถซื้อตั๋วเหมาได้ ชาวไทย 30 บาท ต่างชาติ 150 บาท
- ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์
- เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 06.00-18.00 น.
- 044 666 251-2
- https://goo.gl/maps/yWnKAEJdBiyfH5mA9
ปราสาทหินเมืองต่ำ
จากปราสาทหินพนมรุ้งไป 8 กิโลเมตรที่อำเภอประโคนชัย มีปราสาทหินขนาดใหญ่อยู่อีก 1 แห่ง นั่นคือ “ปราสาทหินเมืองต่ำ”
เป็นปราสาทขอมที่มีสถาปัตยกรรมสวยงาม มีลักษณะของศิลปะขอมแบบบาปวน ปนด้วยศิลปะขอมแบบคลัง ภาพจำหลักส่วนใหญ่เป็นภาพเทพในศาสนาฮินดู
ภายในปราสาท มีปรางค์อิฐ 5 องค์สร้างอยู่บนฐานเดียวกัน ปัจจุบันได้เสื่อมสลายไปมาก โดยองค์ปรางค์ประธานเหลือแต่เพียงฐาน
นอกจากนี้ ยังมีกำแพงแก้ว ซุ้มประตู บรรณาลัย และบาราย(บ่อน้ำ) รอบ ๆ ปราสาท โดยมีบารายขนาดใหญ่อยู่ทางทิศเหนือของปราสาท ชาวบ้านเรียกกันว่า “ทะเลเมืองต่ำ”
สิ่งที่สะดุดตาแอดมากคือ พญานาคภายในปราสาทเมืองต่ำ ที่มีลักษณะไม่เหมือนที่ไหน เพราะเป็นพญานาคที่ไม่มีหงอน ไม่มีเครื่องประดับศีรษะ ไม่ได้ชำรุดหรือว่าเสียหายแต่อย่างใด แต่เป็นการสลักพญานาคตามศิลปะแบบบาปวนนั่นเอง
- ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์
- เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 06.00-18.00 น.
- 044 666 251-2 (อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง)
- https://goo.gl/maps/92UhWwjtSuewZT8a9
ชุมชนบ้านเจริญสุข
มื้อเที่ยงนี้ แอดจะพาเพื่อน ๆ ไปรับประทานอาหารท้องถิ่น และชมสาธิตการย้อมผ้ากันที่ “ชุมชนบ้านเจริญสุข”
ชุมชนเล็ก ๆ แห่งนี้ ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับพื้นที่เขาอังคาร ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว ชาวบ้านในชุมชนมีอาชีพเป็นเกษตรกรและรู้จักการทอผ้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก่อนจะได้ไอเดียในการนำดินภูเขาไฟซึ่งมีแร่ธาตุสูง และมีสีที่สวยงาม มาใช้เป็นวัตถุดิบในการย้อม
ก่อนจะไปเยี่ยมชมการสาธิตการย้อมผ้า แอดขอพาเพื่อน ๆ ไปเติมพลังกันก่อน ภายในชุมชน มีการสาธิตการทำอาหารพื้นบ้านหลากหลายเมนู ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถมีส่วนร่วมในการทำอาหารได้ด้วยนะ คุณป้าใจดีมาก
อาหารพื้นบ้านของที่นี่ นอกจากหน้าตาจะน่ากินแล้ว รสชาติยังอร่อยมากด้วย ได้แก่ แกงเปรอะลาวา ส้มตำสุดแซ่บ ห่อหมกหัวปลี ต้มยำไก่ ใบเหลียงผัดไข่หอม ๆ
อิ่มท้อง และพักผ่อนกับบรรยากาศร่มรื่นในชุมชนกันแล้ว ก็ไปชมการสาธิต “การย้อมผ้าภูอัคนี” กัน
ตามที่แอดได้เกริ่นไปว่า ทางชุมชนได้นำดินภูเขาไฟ ที่มีสีอันเป็นเอกลักษณ์ มาใช้ย้อมผ้าจนเกิดเป็นสีส้มอิฐที่สวยงาม โดยผ้าที่นำมาใช้ย้อมก็เป็นผ้าที่ทอตามภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวบ้าน เนื้อผ้ามีความนุ่ม เบา ใส่แล้วเย็นสบาย นอกจากนี้ ยังมีการนำวัตถุดิบอื่น ๆ ในท้องถิ่นมาใช้ย้อมผ้าเพื่อให้เกิดเป็นสีสันต่าง ๆ อีกด้วย
หากมาชมการสาธิตกันแล้วอยากจะช้อปสินค้าภายในชุมชนบ้านเจริญสุข ที่นี่ก็มีศูนย์จำหน่ายชุดเสื้อผ้าต่าง ๆ ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ มีแบบมากมายให้เลือกซื้อ หรือใครจะสั่งตัดก็ได้เช่นกัน
เพื่อน ๆ ที่สนใจมาเยี่ยมชม ไม่ว่าจะมารับประทานอาหาร ชมสาธิตการย้อมผ้า หรือเข้าพักโฮมสเตย์ที่นี่ สามารถติดต่อสอบถามราคากับทางชุมชนได้โดยตรง
- 35 หมู่ 1 ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์
- 095 609 7855
- https://goo.gl/maps/VY8GeAwJm1fUeRHk8
วัดเขาอังคาร
ไม่ไกลจากชุมชนบ้านเจริญสุข มีวัดที่ตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้วคือ “วัดเขาอังคาร” วัดนี้โดดเด่นด้วยสีแดงอิฐ และแนวพระพุทธรูปที่เรียงรายรอบวัด โดยภายในวัดมีการค้นพบโบราณสถานเก่าแก่และใบเสมาหินทรายสลักภาพบุคคล สถูป ดอกบัว และธรรมจักรสมัยทวารวดีอยู่หลายชิ้น
ในบริเวณวัด มีพระอุโบสถ ศาลา และอาคารเลียนแบบสถาปัตยกรรมสมัยต่าง ๆ ภายในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องราวพุทธชาดกเป็นภาษาอังกฤษด้วย
ส่วนด้านหลังวัดเขาอังคาร เป็นจุดชมวิวที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง เพื่อน ๆ สามารถไปยืนชมวิวที่ศาลาเล็ก ๆ ได้ ยิ่งในช่วงยามเย็น ได้มายืนมองวิวสวย เป็นบรรยากาศที่ดีมากจริง ๆ
- ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์
- https://goo.gl/maps/VY8GeAwJm1fUeRHk8
วันที่ 2
เสาหินบะซอลต์ ภูเขาไฟบุรีรัมย์
แอดจะพาเพื่อน ๆ ไปเช็คอินแลนด์มาร์กแห่งใหม่ในยามเช้า บอกเลยว่าบรรยากาศดีมาก
เสาหินบะซอลต์ ภูเขาไฟบุรีรัมย์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่เพิ่งมีมาได้ไม่นานนัก อยู่ในบริเวณแหล่งเก็บน้ำหลุมหิน พื้นที่ประมาณ 7 ไร่ เดิมเป็นบ่อน้ำ เมื่อน้ำลด ปรากฏเสาหินให้เห็น มีลักษณะเป็นแท่งเสาตัดตรง ที่เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติของหินภูเขาไฟที่แตกแยกเป็นแท่งยาวคล้ายกับเสา แล้วตั้งเรียงติดต่อขนาน และมีขนาดที่เท่ากัน เป็นวิวที่สวยงามและน่าทึ่งมาก แต่ในช่วงหน้าฝนที่น้ำมีระดับสูง อาจมองไม่เห็นเสาหิน และไม่สามารถเดินลงไปชมด้านล่างได้
เสาหินที่ตัดกับขอบฟ้าสดใส เป็นฉากหลังที่สวยงามมากเลยทีเดียว
- หมู่12 ตำบลสะเดา อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์
- https://goo.gl/maps/MER7Tudt499sQkCSA
วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง
ก่อนปิดทริปนี้ แอดจะพาเพื่อน ๆ ไปชมภูเขาไฟอีกแห่งหนึ่งที่ “วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง” ตั้งอยู่บนภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้วเช่นกัน แต่แตกต่างจากที่อื่น ๆ ตรงที่ยังปรากฎปากปล่องภูเขาไฟที่เห็นได้ชัดเจน ปัจจุบันมีสภาพเป็นแอ่งน้ำ มีเส้นทางเดินชมรอบปล่อง และมีสะพานแขวนให้เดินชมได้จากมุมสูง
นอกจากนี้ บนยอดเขากระโดงยังมีพระสุภัทรบพิตร พระพุทธรูปปางสมาธิสีทององค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ เพื่อน ๆ สามารถขึ้นไปได้ 2 วิธี คือ เดินขึ้นบันไดนาคราช เป็นทางเดินขั้นบันไดปูนจากเชิงเขากระโดงขึ้นไปยังยอดเขา หรือจะใช้รถยนต์ขับขึ้นไปถึงยอดเขาได้เช่นกัน
วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง
- บ้านน้ำซับ ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์
- เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.
- 044 514 447-8
- https://goo.gl/maps/2oakwzkt6pYuRHFf9