เที่ยวแบบสายกรีนที่ปทุมธานี ตอนที่ 1

Spread the love

เที่ยวแบบสายกรีนที่ปทุมธานี

ท่องเที่ยวสไตล์ใหม่ ใส่ใจธรรมชาติ เรียนรู้การเกษตร อินเทรนด์กับร้านต้นไม้ เอนกายพักผ่อนโฮมสเตย์ริมคลอง ชิมของอร่อยที่ตลาดริมน้ำ อิ่มหนำกับเบเกอรี่และเครื่องดื่มที่คาเฟ่ดอกไม้ในสวน

หากขับรถมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือของกรุงเทพมหานคร ราว 40 กว่ากิโลเมตร ใช้เวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ก็เข้าสู่ จังหวัดปทุมธานี หนึ่งในห้าจังหวัดปริมณฑลที่ตั้งอยู่ชิดติดขอบเมืองกรุง บนพื้นที่ราบลุ่มริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม้ความศิวิไลซ์ได้หลั่งไหลเข้าสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่อง จนทำให้ปทุมธานีกลายเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษา วิจัย และพัฒนาทาง เทคโนโลยีและอุตสาหกรรม แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพื้นที่สีเขียว เรือกสวนไร่นาของชาวบ้านอันหนาแน่นไปด้วย พืชผักผลไม้นานาชนิด และวิถีชีวิตของชุมชนริมฝั่งคลอง ที่สัมผัสได้ถึงท่วงทำนองของการดำเนินชีวิตอันเรียบง่าย ฉายให้เห็นเสน่ห์ที่ซุกซ่อนอยู่ในจังหวัดเล็กๆ แห่งนี้ ซึ่งผสานความเป็นเมืองและความเป็นชนบทเอาไว้ได้อย่างสมดุล สำหรับสายเที่ยวรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ชื่นชอบธรรมชาติด้วยแล้ว เราเชื่อว่าปทุมธานีมีสิ่งดี ๆ ให้คุณแอบหลงรัก เราจึงอยากชวนคุณมาทำความรู้จักกับ 12 สถานที่ ดีต่อใจในจังหวัดปทุมธานี นอกจากจะได้ท่องเที่ยว อย่างสบายใจแล้ว ยังได้เก็บเกี่ยวความรู้มากมายระหว่างการเดินทางอีกด้วย จะเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ หรืออยู่พักสัก 2 วัน 1 คืน ให้ชื่นมื่นหัวใจ ได้อ้อยอิ่งใช้ชีวิต ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ก็บอกได้เลยว่าเพลิดเพลินเกินคาดเลยทีเดียว

ชวนคุณหวนคืนสู่ธรรมชาติ ในบรรยากาศเหมือนกลับบ้าน สัมผัสความสุขที่หาไม่ได้ในเมืองกรุง ณ บ้านพันไม้ คาเฟ่ แอนด์ ฟาร์ม ริมคลองบางเตย ในอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ที่สามารถแวะเวียนมาเยี่ยมชมได้เฉพาะวันหยุดเท่านั้นด้วยคอนเซปต์ของที่นี่คือ “บ้าน” ซึ่งอาศัยอยู่จริง ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์จึงเป็นที่พักของครอบครัว แต่จะเปิดต้อนรับแขกเพียง 2 วัน คือ เสาร์และอาทิตย์ ตามแนวคิดของคุณโก้เจ้าของร้าน ที่ตั้งใจอยากจะทำบ้านให้มีรายได้ สามารถหาเงินเลี้ยงตัวมันเองได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องทำให้เป็นธุรกิจที่มีความสุข อยู่บ้านแล้วก็มีความสุข ได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดกับธรรมชาติจึงเกิดเป็น “บ้าน1000ไม้ Café and Farm” แห่งนี้

บนเนื้อที่ทั้งหมดกว่า 3 ไร่ ภายในบ้าน ถูกจัดสรรปันส่วนให้เป็นบ่อน้ำ 30 % นาข้าว 30% ทำเกษตรแบบผสมผสาน เช่น การปลูกไม้ผล ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ 30 % และอีก 10% คือบ้านอยู่อาศัย ดังนั้น ในวันหยุดที่บ้านหลังนี้เปิดต้อนรับแขก ที่มาเยือน ก็เสมือนได้มาเรียนรู้การเกษตร ตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งคุณโก้ ได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่มาปรับใช้ในชีวิตจริง สำหรับเด็กๆ แล้วที่นี่น่าจะเป็นอาณาจักรแห่งความสุข เพราะมีกิจกรรมให้ทำมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ระบายสี พายเรือ ทำเสื้อมัดย้อม เล่นทราย เก็บไข่เป็ดไข่ไก่ ทำไข่เค็ม ดำนา ทำสวน ปลูกผักไฮโดร โปนิกส์ ฯลฯ เรียกได้ว่า เป็นการเปิดโลกแห่งจินตนาการและเรียนรู้ผ่านวิถีธรรมชาติ ที่สามารถมาเที่ยวได้ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ หรือมาแบบทั้งครอบครัว ด้วยความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่ ภายใต้ร่มเงาของต้นจามจุรียักษ์ ก็มีคาเฟ่ให้นั่งพักจิบกาแฟ และเครื่องดื่มเย็นๆ ทานอาหารอร่อยๆ ที่ใช้วัตถุดิบจากในฟาร์ม ชิมขนมโบราณอย่างบ้าบิ่น หรือจะนั่งอ่านหนังสือรับลมเย็นๆ บนบ้านต้นไม้ก็ได้ ที่ศาลาริมแม่น้ำก็ดี ระหว่างรอเด็กๆ ทำกิจกรรมก็ชิลๆ กันได้ทั้งวันเลยทีเดียว
.
ที่ตั้ง: 48/8 ม. 6 ต.บางเตย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี 12160
วัน-เวลา: วันเสาร์-วันอาทิตย์ (และวันหยุดต่อเนื่อง) 10.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม
โทร. 091 998 2466
เว็บไซต์: www.facebook.com/บ้าน๑,๐๐๐ไม้cafe’&farm 

Wisdom Farm: จิบกาแฟท่ามกลางบรรยากาศแปลงนาอินทรีย์ สัมผัสเสน่ห์แห่งวิถีชีวิตเกษตร

เราเดินเลี้ยวลดไปบนสะพานไม้ไผ่ที่คดเคี้ยวทอดตัวยาวไปตามแปลงนาสีเขียวสด สองฝั่งทางเดินเป็นสระบัวและแปลงนาสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ พื้นที่แห่งนี้เป็นอีกหนึ่งโซนเปิดใหม่ ตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนี่เอง ชื่อว่าโซน Wisdom Farm แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรภายใต้คอนเซปต์ สืบสาน รักษา ต่อยอด ศาสตร์ของพระราชาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยแบ่งออกเป็นฐานการเรียนรู้สัตว์ในวิถีเกษตร หากเดินไปจนสุดสะพานไม้จะพบกับลานชมสัตว์ที่สามารถให้อาหารเหล่าน้องวัว น้องควาย น้องแพะ น้องหมูแคระได้ด้วย หลังจากนั้น เราแวะชมแปลงเกษตรการปลูกพืชแบบผสมผสานที่อยู่ไม่ไกลกัน ถัดไปอีกนิดเป็นโซนเรือนไทย 4 ภาค ที่จำลองวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ สัมผัสเสน่ห์ของวิถีเกษตรไทย ที่สะท้อนความเชื่อ วิถีชีวิต และประเพณี โดยจะมีกิจกรรม work shop ของแต่ละภาคให้เราทำด้วย นอกจากนี้ ยังมีโซนบ้านดิน บ้านฟางที่จำลองการสร้างที่พักอาศัยตามวิถีชีวิตของเกษตรกรที่อยู่อย่างเรียบง่ายใกล้ชิดกับธรรมชาติ แล้วยังสามารถเข้าไปชมเรือขุดคลองสมัยรัชกาลที่ 5 ตื่นตา ตื่นใจกับเครื่องบินที่ใช้ทำฝนหลวงได้อีกด้วย

อีกหนึ่งความพิเศษที่เป็นไฮไลท์ของโซนนี้เลย ก็คือ Wisdom Café ร้านกาแฟเกษตรอินทรีย์ริมทุ่งนา ที่เราอยากชวน คุณมานั่งพักจิบกาแฟคุณภาพดี หรือเครื่องดื่มเย็นๆ ให้ผ่อนคลาย ถ่ายรูปสวยๆ ท่ามกลางบรรยากาศแปลงนาอินทรีย์ เมนูแนะนำของที่นี่ คือ น้ำส้มคั้นสดใหม่ ดื่มแล้วชื่นใจ ไร้สารพิษ ดีต่อสุขภาพ เราแอบเห็นหนึ่งเมนูที่ใครมาก็ต้องสั่ง ชาเขียวโกโก้หน้าตาน่ากิน ฟินแบบทูอินวันในแก้วเดียว ในส่วนของตัวร้านสร้างด้วยโครงไม้ไผ่ขนาดเล็กแบบโอเพ่นแอร์ มีระเบียงไม้ยื่นออกมาสำหรับเป็นที่นั่งชมวิว หรือจะนั่งข้างนอกร้านก็มีแคร่ไม้ไผ่ ได้ฟีลกลิ่นอายริมทุ่งนาจริงๆ สำหรับ ใครที่ชอบแบบตื่นเต้นนิดๆ ก็มีเปลตาข่ายที่ยื่นออกไปในสระบัว สามารถลงไปนั่ง ไปนอน ถ่ายรูปเก๋ ๆ ลงโซเชียลอวด เพื่อนๆ ก็ดีต่อใจไม่แพ้กัน

ที่ตั้ง: หมู่ที่ 13 ถ.พหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120
วัน-เวลา: วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์) 9.00 – 16.00 น.
ค่าเข้าชม: ไม่เสียค่าเข้าชม
โทร. 02 529 2212, 087 359 7171, 094 649 2333
เว็บไซต์: www.wisdomking.or.th

พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ: ศูนย์กลางการเรียนรู้เกษตร ตามเจตนารมณ์ของพ่อ

พิพิธภัณฑ์มีชีวิต คือรูปแบบของพิพิธภัณฑ์ยุคใหม่ ที่ไม่เพียงแค่เป็นสถานที่เก็บรวบรวมความรู้เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ สำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ภูมิปัญญา นวัตกรรม สู่การนำไปปฏิบัติและประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ ควบคู่กับกิจกรรมสร้างสรรค์ที่มีให้เลือกทำมากมาย

เชื่อหรือไม่ว่า เราสามารถใช้เวลาหนึ่งวันเต็มๆ อยู่ในพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวแห่งนี้ได้โดยไม่เบื่อเลย ด้วยเนื้อที่อันกว้างใหญ่ที่ถูกจัดสรรไว้อย่างสมบูรณ์ แบ่งออกเป็นกลุ่มพิพิธภัณฑ์ในอาคาร และกลุ่มพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง เมื่อเดินเข้าสู่ตัวอาคารสะดุดตากับโถงกลาง ที่จัดแสดงหุ่นจำลองกำลังประกอบพิธีพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญขนาดเท่าคนจริง สื่อให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของวิถีชีวิต ความเชื่อ ความเป็นอยู่ของประชาชน ชาวไทยที่ผูกพันกับการเกษตรมาอย่างยาวนาน มีนิทรรศการจัดแสดงผลงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยแบ่งแยกย่อย เป็นพิพิธภัณฑ์ต่างๆ มากมาย เช่น มหัศจรรย์พันธุกรรม ป่าดงพงไพร วิถีน้ำ ดินดล มีการฉายภาพยนตร์แอนิเมชั่นประกอบเพื่อให้เยี่ยมชมได้อย่างเพลิดเพลิน

ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตชาวบ้านที่ประกอบอาชีพต่าง ๆ ตามแต่ละ พื้นที่ จัดแสดงอุปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้ในการทำมาหากิน และผลผลิตทางการเกษตรแบบจำลอง อีกโซนคือ น้อมนำ คำพ่อสอน บริเวณนี้มีบุคคลตัวอย่างที่น้อมนำแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ไปประยุกต์ใช้ ต่อยอดจนเกิด ผลสำเร็จในการพัฒนาและการประกอบอาชีพ นอกจากนี้ ยังมีโซนอารยเกษตรไทย เกษตรโลก และอีกหลายโซนให้ ได้เรียนรู้มากมาย
ออกมาสนุกกันต่อกับกิจกรรมด้านนอก ของกลุ่มพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ที่แบ่งเป็นโซนต่างๆ เช่น เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรตามรอยพ่อ กษัตริย์เกษตร เมื่อเรียนรู้ทฤษฎีแล้วก็ต้องลองปฏิบัติจริงกันเลย อย่างการขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีต่างๆ การปลูกพืชสวนครัว การปลูกผักคุณภาพในโรงเรือน และการทำนาโยนกล้า เป็นต้น หรือจะลงเรียนจริงจังเลยก็ได้ เพราะที่นี่มีหลักสูตรเรียนรู้เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง สำหรับนักเรียน นักศึกษา บุคลากรหน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ให้เลือกเรียนได้ตามชอบใจถึง 9 หลักสูตรด้วยกัน

ปิดท้ายด้วยการจับจ่ายของกิน ของใช้ ก่อนกลับบ้าน ที่ตลาดนัดเศรษฐกิจพอเพียงพื้นที่แห่งมิตรภาพและการแบ่งปัน จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ ต้นไม้ พันธุ์ไม้ ผลผลิตเกษตรปลอดภัยและผลิตภัณฑ์คุณภาพของเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ เกษตรฯ จากทั่วประเทศ กว่า 100 ร้านค้า โดยจะจัดทุกวันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือน แต่หากใครที่ไปช่วงกลางเดือนหรือปลายเดือน แต่อยากช้อปปิ้งสินค้า ก็สามารถหาซื้อได้ที่ MADO Pavilion มาดูพาวิเลี่ยน ร้านจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย อาหารเพื่อสุขภาพ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และของใช้คุณภาพจากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ เช่นกัน
.
ที่ตั้ง: หมู่ที่ 13 ถ.พหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120
วัน-เวลา: วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์) 9.00 – 16.00 น.
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 30 บาท / พิพิธภัณฑ์
โทร. 02 529 2212, 087 359 7171, 094 649 2333
เว็บไซต์: www.wisdomking.or.th 

Scroll to Top